3 เดือน กับการทดลองหาวิธีเพิ่มเวลาในชีวิตประจำวันแบบมั่วๆ

Chanala Wilangka
Sep 1, 2018 · 2 min read
8.20 am — Even on Monday

เวลาเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ คล้ายกันทุกวัน บางทีก็จะไม่รู้แล้วว่าเรามีปัญหาอะไรในชีวิตประจำวันหรือเปล่า เพราะด้วยความชินกับกิจวัตรคล้ายๆเดิม จนมีช่วงนึงด้วยความอยากหานู้นหานี่ทำเล่นๆหลังจากที่ไม่ได้ทำงานแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่าทำไปได้แปปเดียว ก็มารู้ตัวว่ามันดึกเกินที่จะทำต่อแบบชิวๆแล้ว อีกซักพักก็ต้องนอน เป็นอย่างนี้แบบรัวๆ จนเริ่มสังเกตุเห็นความเซ็งของตัวเองได้ เลยต้องมาถามตัวเองในวันถัดไปเลยว่า “กูเอาเวลาไปไว้ไหนหมดฮึ?”

เอาล่ะ คำถามมาแบบนี้ก็เข้า Design sprint(เก๊) กันเลย … วันๆเราทำอะไรบ้างวะ? เป็นคำถามที่ต้องมานั่งสืบตัวเองว่าตั้งแต่ตื่นจนถึงนอน เรามีกิจวัตรยังไง แล้วอะไรที่ดูเป็น Routine ที่มันทำให้เราเสียเวลา ถ้าเป้าหมายในแต่ละวันคือ 1. ได้ทำตามแผนที่อยากทำครบ 2. ได้เดินทางบ้าง. ซึ่งสรุปแล้ววิธีเพิ่มเวลาในชีวิตประจำวัน เท่าที่คิดไตร่ตรองด้วยความมั่วใน Logic แล้วมีหลุดมาได้ทดลองทำอยู่ประมาณ 3 เดือนจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ประมาณ 5 อย่างที่นึกได้ อันแรกที่ชัดที่สุดเลยคือ


⚡ ️RESET Social Media!

เพราะถ้าบอกว่าปัญหาคือ‘การใช้ Social Media มากเกินไป’ แล้วปัญหาการใช้ Social Media มากเกินไปคืออะไรล่ะ? ‘ติดรูด Feed บนสื่อต่างๆ’ แล้วรูดดูอะไร? ‘เรื่องคนอื่น’ ถ้างั้น เรื่องคนอื่น = เรื่องของเพื่อน ถ้าปัญหาอยู่ตรงนี้แล้วเลิกเล่นเลยไม่ได้ก็ Reset มันซะเลย

แต่ Reset ด้วยการสร้างอีกบัญชีใหม่ ที่ไม่มีเพื่อนเลยมีแต่ข้อมูลที่อยากดูเอาแบบเน้นสาระและอัพเดทโลกอย่างเดียว เพราะถ้าอยากจะเปิดมาเล่นอย่างน้อยๆก็มั่นใจว่าต้องได้อะไรติดหัวไปบ้าง แล้วนี่แหละ พอไม่มีเพื่อน ไม่มีการสนทนาที่เยอะเกินไป มันรูดน้อยลงจริงๆอย่างเห็นได้ชัดเลยนะ เหมือนกับเข้าไปแล้วเคว้งๆเหงาๆ แต่ซักพักก็ชินและรู้สึกดีซะอีกที่เราจำกัดข้อมูลที่เราอยากดูได้แล้ว (🎉) ตอนนี้ก็เลยแปลงสื่อ Social Media แต่ละตัวเป็นเว็บดูข้อมูลพวกข่าว พวกบทความ หรือพวกงานอดิเรกที่สนใจไปโดยปริยายละ (ถ้าไม่ค่อยตอบ โปรดเธอจงรู้ว์)

สรุปผลลัพธ์: ดีมากๆ นอกจากลดเวลาการเล่นลงเหลือแค่ไม่เกิน 30 นาที/วัน แล้วยังควบคุมเนื้อหาของ Feed ที่อยากจะเสพย์ได้ด้วย

💆 ‍ลดการเอางานไปทำที่บ้าน

“ก็มันรีบนี่หว่า” เออ ใครๆก็รีบว้อย! มันอยู่ที่การจัดการเวลาของตัวเองแล้วล่ะ ว่าจะจัดสรร Tasks ที่ต้องทำในแต่ละวันยังไงให้ไม่เหลือกลับไปแช่อิ่มอยู่ที่บ้านแล้วเสียเวลาทำอย่างอื่นไป เพราะเราทำงานมากเกินพอดี โดยส่วนตัวจะใช้วิธีการสร้าง Note มาอันนึง(เช่นจาก Evernote) แล้วเขียน Task ที่เป็นคล้ายๆ To-do lists ของงานวันต่อวัน แล้วเป้าก็คือเคลียให้ได้ตามนั้น ถ้าเคลียหมดตามที่วางไว้ วันนั้นก็จะไม่จับงานอีกเลย ฉะนั้นถ้าจะให้มั่นใจว่ามันจะเสร็จตามแผนเวลาทำงานจึงต้องโฟกัสกับเนื้องานให้มากเช่นกัน ช่วงแรกๆอาจจะยากหน่อยตรงที่เรามักจะยัด Tasks เยอะเกินไปเพราะอยากจะเคลียให้ได้มากที่สุด(ทั้งงาน Timeline หลักๆ, งานแทรก, ประชุม, Co-Working) แล้วทำเสร็จได้ไม่ครบ ข้อนี้ต้องระวัง ลองประเมิน Performance + Time ของตัวเองดู พยายามอย่าให้มันเยอะหรือน้อยเกินไป ถ้าเราทำได้ไม่ครบมันก็จะดองในวันถัดไปแล้วจะเซ็งตัวเองเอาเปล่าๆ ว่าเราทำงานไม่เสร็จตามแผน

สรุปผลลัพธ์: วิธีนี้ทำให้เพิ่มเวลาได้เยอะเลย ลดไปเกือบๆ 2 ชั่วโมงเลย แต่ยังมีอยู่ข้อนึง บางทีติดมากๆอยากทำต่อแต่ต้องห้ามตัวเองให้พอได้แล้ว วิธีแก้คือคงต้องตรงต่อเวลาและพัฒนาสกิลเรื่องงานให้มีความคล่องมือมากยิ่งขึ้น เพราะความเชี่ยวชาญนี่แหละที่จะทำให้เราปั่นและแก้ปัญหางานที่เจอได้ไวกว่าเดิม

🥔 ตัดสกินเฮด

อันนี้อาจจะหลุดไปหน่อย จนหลายๆคนถามว่า ‘มึงเครียดอะไรเนี่ย ทำไมถึงต้องตัดผมด้วย?’ คือกิจวัตรหลักๆที่ตัวเองมองเห็นว่าเสียเวลากะเรื่องเส้นผมก็คือ 1. หลังอาบน้ำก็ต้องมาเป่าผมให้แห้ง แล้วส่วนตัวไม่ใช่ไดร์เพราะมันร้อน ทรงนี้แห้งตั้งแต่เช็ด 2. ขี้เกียจต้องกวาดผมที่หล่นบนพื้นห้องบ่อยๆ 3. ขี้เกียจจัดทรงผมที่ยุ่งๆก่อนออกจากบ้าน 4.ขี้เกียจที่จะต้องไปตัดผมร้านประจำ ทรงนี้ร้านไหนก็ตัดได้ 5.ไม่ต้องตัดบ่อยๆ 6. ไม่ต้องปัดผมเวลามันมาจิ้มตา 7. ไม่เปลืองแชมพู

สรุปผลลัพธ์: อันนี้ส่วนตัวชอบนะ สบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลดเวลากระจุ๊กกระจิ๊กน่ารำคาญได้โอเคพอสมควร แถมประหยัดเงินขึ้นด้วยทั้งค่าตัดและค่าแชมพู วิธีนี้จะเห็นผลลัพธ์ชัดที่สุดถ้านำไปใช้กับคุณผู้หญิง

🌿 นอนเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง เพื่อแลกกับการตื่นเช้าขึ้นหนึ่งชั่วโมง

อาจจะดูไม่ใช่การประหยัดเวลาโดยตรง แต่อันนี้เป็นการปรับเวลาให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือเรียกง่ายๆว่าคุ้มเวลาที่สุด แต่ก่อนจะคิดว่าตัวเองสมองแล่นกลางคืนดึกๆเพราะมันเงียบไม่มีใครมารบกวน ก็ใช่นะ แต่พอลองตื่นเช้าแม่งแล่นดีกว่าแหะ คือเดี๋ยวนี้จะทำอะไรก็ได้ให้นอนไม่เกินตี 1 แล้วตื่นตอน 8โมง(อันนี้ส่วนตัวถือว่าเช้านะ) เพื่อแลกกับการที่มีเวลาตอนเช้าเพิ่ม 1 ชั่วโมงเช่นกัน อาบน้ำแบบสบายๆแล้วค่อยมานั่งอ่านไรไปเรื่อย ไม่ใช่ตื่นเพื่อเตรียมตัวไปทำงานอย่างเดียว เพราะด้วยความเคยชินของเวลาที่ดึกมากๆมักจะถูกมองว่าเป็นเวลาพักผ่อนไม่ค่อยจะอยากทำอะไรที่มีสาระเท่าไหร่ ซึ่งถ้าจะทำจริงๆก็คงต้องฝืนตัวเองใช้ได้เลย แต่กลับกันตอนเช้าเหมือนเราได้ Refresh ตัวเอง ร่างกายได้ถูกซ่อมแซมจากความเหนื่อยล้าและข้ออ้างที่จะทำอะไรที่มีประโยชน์เช่นการอ่านหนังสือหรือทำอะไรที่ตอนดึกเราขี้เกียจทำ

และยังมีอีกส่วนสำคัญที่ถูกค้นพบหลังจากการลองตื่นเช้าก็คือ การนอนให้ได้ 7 ชั่วโมงว่าสำคัญแล้ว เวลานอนยังสำคัญไม่แพ้กัน …เช่นถ้าเราเริ่มนอนซักตี 2 แล้วตื่น 9 โมง(ครบ 7 ชั่วโมงนะ) แต่ตื่นมาแล้วมีอาการตึ๊บหัวหน่อยๆ เหมือนว่าพักผ่อนไม่พอ ไม่สดชื่นแจ่มใสเท่าที่ควร ถ้าไม่ได้คิดไปเองก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเวลาช่วงตี 1 ซึ่งเป็นเวลาช่วงที่ตับได้เริ่มทำงานขจัดสารพิษออกจากร่างกาย ตามรูปแบบ Body Clock ทั่วไป ซึ่งถ้าเราไม่พักผ่อนช่วงนี้ ก็เหมือนว่าเราไม่ปล่อยให้ร่ายกายได้ทำหน้าที่ขจัดของเสียได้ดีเท่าที่ควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพและเวลาชีวิตของแต่ละคนด้วยอยู่ดี

สรุปผลลัพธ์: เห็นข้อดีของมันพอสมควร หลักๆคือเรื่องสุขภาพนี่แหละ ถ้าไม่นับเรื่องว่าได้มาทำอะไรที่เป็นสาระจรรโลงสมอง แต่เอาจริงๆคืออยากจะขยับให้นอนเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ยังบังคับกิเลสของคำ่คื่นไม่ได้ง่ายๆแน่นอน แล้วเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันไม่เล็กน้อยเลยกับคนที่ชอบนอนดึกมากมาตั้งแต่ เลฟ เอริกสัน ยังไม่ค้นพบทวีปอเมริกา

11.40 pm — scratch scratch scratch

🌈 จัดไทม์ไลน์แบบตายตัวของช่วงนั้นๆ

ถ้ามันจะต้องเสียเวลาคิดทุกๆวันว่าวันนี้ทำอะไรดี เห็นแบบนั้นเราก็ทำให้มันตายตัวไปเลยซิ จะได้ไม่ต้องมาคิดว่าช่วงนี้ช่วงนั้นของวันจะต้องทำอะไร ซึ่งการจัดไทม์ไลน์วันแบบตายตัวจะอ้างอิงกับความอินในช่วงนั้นเป็นหลัก เช่นถ้าเราช่วงนี้อินการวาดภาพกับเล่น Skateboard เราก็จะพยายามจัดไทม์ไลน์วันเวลาให้เน้นไปที่เรื่องที่เราสนใจเป็นหลักจากกิจวัตรปกติที่เราคิดว่าจะทำทุกวันอยู่แล้ว

ไทม์ไลน์คร่าวๆ
8.00–8.20: ตื่นนอนและอาบน้ำ
8.20–9.20: อ่านหนังสือ
9.30–10.20: (เดินทาง) อ่านนู้นนี่นั้น/การ์ตูน/ฟัง Podcast/Internet surfing
10.40–20:00: ทำงานรัวๆ
20.10–21.00: (เดินทาง) อ่านนู้นนี่นั้น/การ์ตูน/ฟัง Podcast/Internet surfing
21.20–22.30: ศึกษาเรื่องวาดภาพ
22.30–23.00: ศึกษา Skateboard
23.10–24.00: ฝึกอะไรซักอย่างนึงหรือทำอะไรก็ได้ที่ยังพอมีสาระอยู่บ้าง
24.00–1.00: Entertainment และ นอน

ซึ่งความจริงอีเวลาเนี่ยก็อาจจะไม่ได้เป๊ะแบบนี้หรอก ไม่งั้นเดี๋ยวเคร่งเกิน ก็ปรับๆไปตามความเหมาะสมหรือความเร่งของงาน แต่จะพยายามทำแต่ละอย่างให้ได้ครบตามที่วางไว้ อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะทำอะไรดีแค่คิดว่าจะทำตอนไหนบ้างคร่าวๆก็พอแล้ว ถ้าเปลี่ยนไปอินเรื่องอื่นก็ค่อยปรับไทม์ไลน์ให้เข้ากับเรื่องใหม่ๆที่เราสนใจแค่นั้นแหละ

สรุปผลลัพธ์: ถือว่าเป็นการเริ่มฝึกตนให้เป็นคนที่มีประโยชน์(กับตัวเอง)มากขึ้นเหมือนกัน ทั้งเรื่องการได้มีเวลาทำสิ่งที่ชอบและการฝึกวินัย อาจจะไม่ได้มากแต่อย่างน้อยก็เป็นนิสัยเป็น Habits ดีๆที่จะพอสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ ซึ่งคิดว่าข้อดีข้อนี้ทำให้เรารู้สึกคุ้มจนมองข้ามประเด็นเรื่องการประหยัดเวลาไปได้ง่ายๆเลย


ไม่ต้องแปลกใจทำไมสรุปผลลัพธ์ทุกข้อที่ทดลองมันออกมาดีหมด จะให้ไม่ดีได้ไงล่ะ ตอนที่คิดหาวิธี เราได้ Research กับตัวเองแบบลึกๆไปแล้วว่าเราต้องการอะไรแบบไหน ผลลัพธ์ในการลองเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็เลยออกมาเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งผลสรุป 3 เดือนที่ลองมา ทำให้มีเวลาและวินัยพอที่จะ

- อ่านหนังสือจบไป 4 เล่ม (บันทึกบรรยาย ๑๐๑101, Stop Stealing Sheep(ฉบับแปลไทย), Managing oneself (ฉบับแปลไทย), Creative Confidence)
- อ่าน Medium ไป 1 ตะกร้า
- ทำโปรเจคท์งาน Design ไปเล่นๆเสร็จไป 2 โปรเจคท์ (On progress อีก 2)
- ฝึกภาษา
- ได้ดูอะไรบั่นทอนปัญญาและท่องอินเตอร์เน็ตชิวๆทุกวัน
- ได้อาบน้ำนานขึ้นทุกวัน
- ได้ออกกำลังกายสั้นๆทุกวัน
- ได้นั่งสมาธิทุกวัน
- และได้เขียนบทความอีกตอนนึง (คือที่ท่านกำลังอ่านอยู่ 🐿)

อาจจะไม่มากมายถ้าสำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ แค่อยากจะแนะนำให้เห็นถึงความสำคัญของเวลา ถ้าคุณมองเวลาที่ผ่านไปเฉยๆโดยที่คุณไม่เหลือเวลาทำสิ่งที่ต้องการ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเซ็งว่า ‘โถ่เอ้ยเวลากู’ แล้วล่ะก็ …ก็ชิวเลยฮะ เพราะถ้าคุณชิวแสดงว่านั้นทำให้คุณมีความสุข อย่าพยายามทำอะไรที่บังคับตัวเองมากเกินไปเลย เวลาไม่ได้ดั่งใจแล้วมันจะโทษตัวเอง แต่ถ้าเริ่มเซ็งกับเวลาที่หายไปก็ลองหาวิธีที่ ‘เหมาะสมกับตัวเอง’ดู ลองคิด Solution ให้กับตัวเองเพราะตัวคุณเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าคุณต้องการอะไร บทความนี้เป็นแค่เคสทดลองที่หยิบยกบางวิธีการมั่วๆและสิ่งที่ได้รับมาให้เป็นไอเดียเล่นๆ ยังไงซะตัวเราเองก็คงต้องปรับไปเรื่อยๆอยู่ดี ซึ่งไอเดียคร่าวๆต่อจากนี้ที่จะทำให้มีเวลากลางคืนมากขึ้นคงจะเป็น ลดการนั่งทำงานแช่และกลับบ้านให้ตรงเวลานี่แหละ~

หวังว่าจะได้ประโยชน์ ขอบคุณมากครับ
🍄🍄🍄

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade