วงการอนิเมชั่นในไทย มันพึ่งเริ่มต้นเท่านั้น!!!

ผมบังเอิญเห็นโพสรายละเอียดงาน AFA2017 ( Anime Festival Asia ) ที่จะจัดที่ไทยวันที่ 10 มิถุนายนปีนี้ บนเพจเพจหนึ่ง , คอมเม้นท์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจกับแขกรับเชิญและอีเว้นท์ในงานเท่าไหร่นัก หลายคนตัดพ้อว่า ตลาดด้านนี้ในไทยยังไม่โตพอทำให้มีแค่นี้ , บางคนถึงกับบอกว่าจุดจบของ Anisong เลยทีเดียว

ความจริงคือ ***ตลาดอนิเมชั่นในไทยโตทุกปี และ ปีล่าสุดอันดับ 1 ใน Asean ด้วยซ้ำครับ ( อ้างอิงข้อมูลผมเคยโพสไปหลายรอบแล้ว ) แต่ปัญหามันอยู่ที่ "ไม่ใช่มันไม่โต" แต่มันโตใน "ระดับนึง" เท่านั้น อธิบายง่ายๆ คุณจะหวังให้ส้ม โตกว่าแตงโมไม่ได้หรอก ในเมื่อส้มก็คือส้ม , ตลาดอนิเมชั่นก็เหมือนกัน ตรงที่มันเป็นกระแสอย่างหนึ่งที่เข้ามาอย่างช้าๆ ต้องผ่านอะไรหลายๆอย่างในไทย (วัฒนธรรม,ค่านิยมต่างๆ) ที่ต้องใช้เวลาหลายปีเหมือนกระแสอื่นครับ

แม้อนิเมชั่นจะเข้ามาในไทยหลายสิบปีก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลาดอนิเมชั่นกลับมาพัฒนาอีกครั้ง สาเหตุมาจากมัลติมีเดียที่หลากหลายมากขึ้น หนึ่งในนั้นคืออินเตอร์เนต ที่ในไทยพึ่งเพิ่มสัดส่วนการเข้าถึงได้ดีเกือบเทียบเท่าสิงคโปร์ในช่วงห้าหกปีนี้ ถือว่าโชคดีกว่า อินโดนีเซีย ที่ทางนั้นนอกจากจะมีปัญหาด้านค่านิยมคล้ายๆกับไทยแล้ว อินเตอร์เน็ตยังมีสัดส่วนเข้าถึงน้อยกว่ามาก

ผมอธิบายยาวๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอินเตอร์เนตกับตลาด เพราะอยากให้เห็นภาพว่าไทยไม่ได้วิกฤตอย่างที่หลายๆคนคิดกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมอนิเมชั่นในยุคดิจิตอลที่จะตามมาในในอีกไม่นานนี้ครับ รวมถึงตลาดอื่นๆก็มีทุนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ภาพยนตร์อนิเมชั่น ที่ปัจจุบันในไทยเริ่มเป็นที่รู้จักและนิยมนอกเหนือจากกลุ่มคนดูเดิมแล้ว , ผมมั่นใจว่าในปัจุบัน ไม่มีชาติไหนในอาเซียนจะเปิดตลาดได้ดีเท่าไทยครับ กว่าจะถึงตอนนั้น…ขอให้อดทนรอ~~~

***ตลาดอนิเมชั่น ในนิยามของผม รวมเรื่องการขายลิขสิทธิ์ทั้งสินค้าอนิเมชั่นและเพลงประกอบอนิเมชั่นหรือที่เข้าใจว่า Anisong ด้วย


Q&A Special ::

⏹Anisong ในไทยก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดนี่ครับ
- จริงตามนั้นครับ แต่ประเด็นอยู่ที่มันน้อยเพราะมันพึ่งเริ่ม ไม่ใช่ว่าอยู่ที่ปลายทางครับ , เมื่อก่อน Anisong เป็นสื่อที่เข้าถึงยากมาก เราจะรับรู้ได้เพียงอนิเมชั่นที่เรารับชม , ไม่ก็ทางโทรทัศน์ ซึ่งไม่มีความหลากหลาย แต่ปัจจุบันที่ผมบอกว่าเริ่มต้น เพราะเริ่มมีการดีลกับทางค่ายเพลงมากขึ้น , มีคอนเสิร์ตหลากหลาย , มีโซเชียลที่แฟนคลับสามารถติดตามศิลปินได้ง่ายขึ้นครับ

⏹นิยามแฟนคลับยังไงครับ?

  • ผมเข้าใจว่า แฟนคลับทุกคนอยากให้ศิลปินที่ตัวเองชอบมาจัดคอนเสิร์ต แต่ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้วครับ ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก สเกลตลาดต่างกันมากๆ ศิลปินบางคนมีแฟนคลับมากมาย แต่ก็ต้องมากระดับหนึ่ง ที่พอจะทำให้ทุกอย่างมีสภาพคล่องทางการเงินครับ ( ไม่ขาดทุน ฮ่าๆ ) ซึ่งมากมายของผม อย่างน้อยก็เป็นที่รู้จัก 10000–20000 คน ถึงจะพอเป็นไปได้ ซึ่งคนจำนวนนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรการันตีแล้วว่าทุกคนสามารถมาร่วมคอนเสิร์ตที่รับได้ 500–1000 คนจนครบจำนวน

⏹ที่บอกว่าไทยอันดับ 1 อาเซียน ไม่ได้ลืมนับสิงคโปร์กับอินโดนีเซีย?
- ไม่ได้ลืมครับ ไทยสูงกว่ามากจริงๆ เยาวชนมีสัดส่วนเข้าถึงมากกว่า นอกจากนี้ การลิขสิทธิ์สินค้าที่เกี่ยวข้องก็สูงกว่ามาก แซงสิงค์โปร์และอินโดนีเซีย จนปัจจุบันติด 10 อันดับของโลกด้วยซ้ำ