Chasing Sheep: Day 04

Unplanned Wanaka

#newzealand #ccchasingsheep

วานาก้า หลงรักไปไม่ได้เตรียมใจมาก่อน

Chawit X Chawin Rochanakit

ถ้าคุณจำได้ เมื่อวันที่สามฝนตกไล่หลังจนเราอดเที่ยว glacier และต้องระหกระเหินมาถึง Wanaka ก่อนกำหนด แต่คืนที่ผ่านมาเรียกได้ว่าชีวิตดีแบบครบสูตร ได้กินขาแกะแสนอร่อย ได้ Harpers Bed and Breakfast เป็นที่พัก ก่อนนอนได้อาบน้ำฝักบัวร้อน ๆ แรง ๆ พอล้มตัวลงนอน เตียงก็นุ่มสบาย หอมกลิ่นผ้าปูที่นอนสะอาด ๆ มีผ้าห่มไฟฟ้าให้ขดตัวขี้เกียจยาวจนเช้า

นอนบิดอยู่นาน ชวินก็ยังไม่ตื่น เราไปแง้มม่านสักเล็กน้อยให้แสงเข้ามาช่วยปลุก ที่กระจกมีไอน้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด แต่พอเปิดออกไปจนเห็นวิวข้างนอกเท่านั้นแหละ … กรี๊ดดดดด

หิมะ บนยอดเขานั่นหิมะะะะ

นี่มันหิมะแรกในชีวิตเรา


“สวยเนอะ นี่หิมะแรกของปีด้วยนะ”

ป้า Jo เจ้าของ Bed and Breakfast บอกขณะเสริฟอาหารเช้าให้เราที่โต๊ะ ที่นี่เสริฟอาหารเช้าแบบ Continental เน้นขนมปัง ชีส ซีเรียล ผลไม้ กาแฟ แต่ก็มี pancake เสริมความอิ่ม เราสองพี่น้อง เจ้าของบ้านและแขกอีกคู่หนึ่งกินข้าวกันไป คุยกันไป แต่ระหว่างนั้นชวิศก็เผลอมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างเสียหลายครั้ง ก็แสงแดดที่สะท้อนหิมะแรกมันสวยเหมือนภาพวาด

วิวจากโต๊อาหาร บ้านข้าง ๆ กรุณาย้ายตนเองครับ อย่ามาขวางทาง Million-Dollar View
อาหารเช้า กินพร้อมกันทั้งลุง Ian ป้า Jo เราสองคน และแขกอีกคู่ที่มาจาก Switzerland | มีขนมปังอบสด pancake มีเสริฟให้ไม่อั้น เคยมีคนทำสถิติกินไป 32 แผ่น ส่วนเมนูที่ป้าแกภูมิใจคือซอสเสาวรส ใส่ cereal ก็ได้ ใช้ทาหน้า pancake ก็เข้ากันได้ดี

Ian กับ Jo เจ้าของบ้านพักเคยเป็นนักเดินทางตัวยงสมัยยังหนุ่มสาว เคยเดินทางเที่ยวไปทำงานไป จนเมื่อ 20 ปีก่อนได้มาลงหลักปักฐานที่ Wanaka แล้วเปิดบ้านเป็น Bed and Breakfast รับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาตั้งแต่นั้น แม้เราจะยังไม่มีเรื่องในใจไปชวนเขาคุยก็ไม่ต้องห่วง ลุงกับป้าแกมีเรื่องที่น่าสนใจกว่าตั้งเยอะแยะมาชวนคุย ทั้งเรื่องของแกเอง และเรื่องของนักเดินทางจากทั่วโลกที่ต่างฝากไว้เป็นที่ระลึกคนละเล็กละน้อย น่าเสียดายที่ป้าบอกว่าอาจจะทำ Bed and Breakfast ต่อไปอีกไม่เกินหนึ่งปี กว่าเราจะกลับไปคราวหน้าก็คงไม่ได้ไปเจอแกแล้ว

มีเข็มหมุดเตรียมไว้ให้แขกแต่ละคู่เอาไปปักว่าเขามาจากมุมไหนของโลก เท่าที่เห็นเคยมีมาจากเมืองไทยตั้งสี่ห้าคนแล้วนะ มีคนฝากธนบัตรสกุลต่าง ๆ รวมถึงเหรียญแบบกระดาษที่ทหารอเมริกันใช้เวลาไปรบที่อัฟกานิสถานไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ก่อนจะร่ำลากัน ป้า Jo ถามพวกเราให้แน่ใจว่าคืนนี้มีที่พักแล้ว (ความเดิมตอนที่แล้ว คือเราเกือบหาที่นอนไม่ได้ จนโชคดีได้บ้านป้าที่มีห้องว่างนี่แหละ) แกอวยพรให้เราโชคดีกับการเดินทางที่เหลือ และขอให้เป็นแขกที่น่ารัก เรียบร้อยอย่างนี้ตลอดทริป


วันนี้เป็นฟรีเดย์ ไม่มีแผนการล่วงหน้าใด ๆ ทั้งสิ้น ด้วยความที่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เราเลยขับรถมุ่งหน้าไปที่ริมฝั่งทะเลสาบกันก่อน

Lake Wanaka ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งเมื่อเช้าเริ่มมีเมฆมาปกคลุมแล้ว

Wanaka เป็นเมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ติดกับทิศใต้ของทะเลสาบชื่อเดียวกัน เมืองนี้เรียกแขกได้ทุกฤดู หน้าร้อนผู้คนก็กระโดดน้ำลงทะเลสาบ ส่วนหน้าหนาว ที่นี่ก็เป็นเมืองต้อนรับสำหรับไปลานสกียอดนิยมที่อยู่ไม่ไกล

เท่าที่สำรวจข้อมูลจากเว็บพันทิป คนไทยส่วนใหญ่มาที่นี่ในฐานะเมืองแวะพักกลางทาง มีทะเลสาบให้กรี๊ดพอเป็นพิธี แต่หลังจากชะตาลิขิตให้เราได้รู้จัก Wanaka นานขึ้นอีกวันหนึ่งก็สรุปได้เลยว่าที่นี่มีค่ามากกว่าจะเป็นทางผ่านจริง ๆ ความเห็นของพวกเราคือ Wanaka ผสมผสานความเจริญกับบรรยากาศชิล ๆ คนไม่แออัดได้ลงตัว แถมรอบ ๆ เมืองยังมีเส้นทางเดิน hiking และกิจกรรม adventure ให้เลือกเยอะแยะ

มีแต่หมีที่มองกล้อง

“ไปไหนต่อดีล่ะพี่แชมป์ นึกออกละ มึงอยากจะ Skydive ไม่ใช่หรอ… ไปวันนี้เลยมั้ย”

คือผมคิดไว้ตั้งแต่ก่อนมาถึงแล้วว่าอยากจะโดด Skydive ทำเท่สักครั้งในชีวิต และคงไม่มีโอกาสไหนเหมาะเท่านี้อีกแล้ว แต่เดี๋ยวนะ วันนั้นมันมาถึงเร็วไปไหม ยังเตรียมใจไม่ทัน

“เอาเซ่ ไปเล้ยย” คนจริงต้องอย่างนี้ ปากกล้าแต่อย่าให้เห็นขาที่สั่นอยู่


ออฟฟิศของ Skydive Wanaka อยู่ในสนามบินเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมือง ทิ้งระยะให้รู้สึกหวิว ๆ ในท้องได้ประมาณ 15 นาทีขับรถเท่านั้น แต่เมื่อไปถึงก็เหมือนโชคยังเข้าข้างคนปอดแหก เพราะพนักงานบอกว่าท้องฟ้าเริ่มปิดและลมพัดแรงขึ้นแล้ว กว่าะถึงคิวว่างคงโดดไม่ได้ เราเลยนัดเวลาไว้ก่อน แล้ว 2 วันข้างหน้าค่อยกลับมาเจอกันอีกที

ความดีใจของคนรอดตาย

เย่ รอดตัวไป



เราขับรถกลับเข้าเมือง Wanaka เหมือนคนไม่มีเป้าหมาย มาถึงริมทะเลสาบอีกทีฝนก็ตกจนต้องนั่งในรถรอให้ฝนซา วันนี้ไม่รู้จะทำอะไรแล้วจริง ๆ ยิ่งฝนดูไม่มีทีท่าจะหยุดง่าย ๆ จุดนั้นเลยต้องพึ่ง i-Site ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเจ้าประจำ ไม่มีอะไรบนโลกที่ 
i-Site ทำให้ไม่ได้

“ป้าครับ ฝนตกงี้ Wanaka มีอะไรทำบ้างอะ”

“ถ้ากิจกรรม indoor ก็มี… พิพิธภัณฑ์รถเก่า เขาวงกต Puzzling World…”

เสนอออปชั่นมาเสร็จ ป้าคงเห็นเรากลอกตาไปมา แกเลยยิ้ม ๆ พร้อมยื่นข้อเสนอใหม่

“หรือถ้าไม่งั้น outdoor บางอย่างถ้าฝนไม่หนักก็ทำได้นะ สนใจขี่รถ quad bike หรือขี่ม้ามั้ยล่ะ มีเจ้านึงที่ดีหน่อยอยู่แถว Cadrona…”

นี่สิ ค่อยน่าสนใจหน่อย ตอนแรกก็ชั่งใจระหว่างขี่ม้าแล้วได้รูปแกรนด์ ๆ มาอวดคน กับขี่ quad bike (ATV นั่นแหละ) แต่สุดท้ายความรู้สึกอยากผจญภัยนิด ๆ ก็ทำให้การขี่รถชนะไป ตกลงจองรอบผ่าน i-Site เสร็จเรียบร้อยก็ล้อหมุนกันอีกครั้ง


On the way to Cadrona

Cadrona เป็นชุมชนที่มีประชากรหลายพันคนในยุคตื่นทองสมัยช่วงปี 1860 ทุกวันนี้ไม่มีใครขุดทองกันแล้ว ความเป็นชุมชนเลยหายไป เหลือเพียงหุบเขา ผับและโรงแรมเก่าแสนคลาสสิค และ The Cadrona ธุรกิจให้บริการขี่ม้าขี่ quad bike นี่แหละ

มาร์เกตติ้งสุดชิคของ The Cadrona ที่ทำโครงการ “Bradrona” ให้คนเอายกทรงมาแขวน บางช่วงใช้เป็นส่วนลดซื้อทัวร์ขี่ม้า/ quad bike ได้ มีกล่องตั้งบริจาคข้าง ๆ เพื่อสนับสนุนการต่อสู้มะเร็งเต้านม

Sean เจ้าของ The Cadrona และเป็นคนนำทัวร์เองนั่งรอเราอยู่ในออฟฟิศแล้ว หลังทักทายไมตรีจิต จ่ายสตางค์เสร็จก็ไปเลือกหมวกกันน็อก กระโดดขึ้น quad bike กันได้เลย!

รถ quad bike จะเรียกว่า ATV (All-Terrain Vehicle) ก็ได้ จุดนี้ขอให้ลืม ATV ทัวร์แถวต่างจังหวัดบ้านเราไปก่อน สิ่งที่กำลังจะทำกันอยู่นี้ ไม่ใช่การเอาตูดไปใส่กระบะพลาสติก รถอ๊อกเหล็ก คันเร่งเอาเท้าเหยียบ ๆ เร่งไปตามทางต้นไม้รก ๆ เร่งให้โคลนที่พื้นสาดเล่นพร้อมต้องแกล้งส่งเสียงตื่นเต้นพอเป็นพิธี แม้จะเหม็นน้ำมันเบนซินจนเวียนหัว อยากอ้วกแล้วก็ตาม ที่นี่ไม่ใช่เลยฮะ ลบภาพไปซะ

quad bike ก็คือมอเตอร์ไซค์ 4 ล้อ ไม่ได้มีไว้ขี่เท่ ๆ อย่างเดียว Sean บอกว่าในการทำฟาร์มจริง ๆ รถนี้มีประโยชน์มาก เวลาจะเอาอาหารสัตว์ไปส่งข้ามเขา ไปซ่อมรั้ว ไปตรวจตราพื้นที่ รถ quad bike นี่แหละคล่องตัว ไต่เนินลุยน้ำสบายมาก


ก่อนจะไปขี่รถขึ้นเขา Sean ต้องนำซ้อมจนแน่ใจว่าเราเข้าใจหลักการ และสามารถควบคุมรถได้แม่นยำ หลักสำคัญคือกดปุ่มที่เป็นคันเร่งแต่อย่ากระชาก และรู้จักเบรกแบบค่อย ๆ ไม่งั้นหัวจะทิ่ม ด้วยความที่เรามีทักษะสูง (ยอตัวเองได้น่าตบมาก) ไม่นานก็ได้ออกสนามจริง

บรรยากาศตรงนั้นคือหญ้าแห้ง ๆ ท้องฟ้าเริ่มเปิด แสงแดดสะท้อนใบไม้สีเหลืองจนเป็นสีทองสดไปรอบตัว ข้าง ๆ เป็นลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลเอื่อย ๆ แต่มีศักดิ์ศรีเป็นแม่น้ำ รถวิ่งไปบนทุ่งหญ้าอย่างมั่นคง Sean ขับนำหน้า ชวินอยู่ตรงกลาง เราปิดท้าย การควบคุมรถไม่ยากเลย จะหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปไว้ก็ย่อมไม่ยาก…

ไม่ยากจนกระทั่งรถไถลลงเนินนั่นแหละ

ชวิศพยายามหันหัวรถกลับขึ้นมา กดคันเร่งหวังจะให้รถไต่กลับมาบนทางแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายต้องกดแตรเรียกให้ Sean กลับมาช่วย พร้อมปิดปากสนิทว่าที่ไถลเพราะตะกี๊เอามือถือมาถ่ายรูปไปด้วยโดยไม่ได้หยุดรถ กลัว Sean จะด่าเอา

“ยูมั่นใจมั้ยอะว่าควบคุมรถได้ ขึ้นเขาแล้วมันไม่มีที่กั้นแล้วนะ ถ้าไม่มั่นใจไอพาขับวนกันอยู่ข้างล่างนี่ก็ได้”
“ไอทำได้ ไอสัญญาว่าจะไม่ร่วงอีก”

เราตอบแข็งขัน นี่ถ้าให้ขับวนบนที่เรียบ ๆ อยู่ข้างล่างแล้วได้แต่มองเนินเขาเราว่าไม่โอเคจริง ๆ สุดท้าย Sean ก็เลยต้องเชื่อใจว่าอีนี่จะไปรอด พร้อมพาเราขึ้นเนินเขากัน

ไม่นานก่อนที่รถจะไถล

วิวจากบนเขา ขับขึ้นมาเองนะเก่งปะล่า ทุ่งเขียว ๆ นีจำชื่อไม่ได้จริง ๆ ว่าชืออะไร รู้แต่ว่าเค้าปลูกเอาไว้เก็บให้แกะกินช่วงฤดูหนาว

เวลาเกือบสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว วิวสวย ๆ มีให้หยุดถ่ายรูปตลอดถ้าจอดรถได้ปลอดภัย แม้จะยังขึ้นไปไม่สูงจนแตะหิมะ แต่ก็รู้สึกว่ามันเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ช่วงเดียวที่น่ากลัวคือตอนบังคับรถลงเขา ทางบนเนินที่เค้าบุกเบิกไว้กว้างกว่าระยะรถแค่นิดเดียวและไม่มีที่กั้น เวลาเลาะเนินโค้ง ๆ ลงมา ข้างขวาตัวเราจะติดเขา แต่ข้างซ้ายเราคือหลุมซึ่งมีที่ราบอยู่ต่ำลงไปเบื้องล่างประมาณตึก 20 ชั้น มิน่าละ ก่อนขึ้นมา Sean ถึงถามให้แน่ใจว่าจะไหวจริงเหรอ

สุดท้ายแล้วเราก็ปลอดภัยด้วยความสามารถของเรา และความคุ้มครองของผู้มีพระคุณตามสูตรหายใจเข้านึกหน้าพ่อ หายใจออกนึกหน้าแม่


Sean พาเราไปเก็บ quad bike เข้าโรงรถ ตอนคืนหมวกกันน็อคแล้วยืนคุยกัน ฮีก็เริ่มสวมวิญญาณนักขายอีกครั้ง

“ไอก็ไม่ได้อย่างงั้นอย่างงี้หรอกนะ แต่ไอคิดว่ายูอาจจะอยากไปดูหิมะบนยอดเขามั้ย ไอพาไปถึงหิมะได้นะ เดี๋ยวขับรถไปให ้แค่คนละ 90 เหรียญ”

โอยย ใครสอนมาร์เกตติ้งพี่ พี่ต้องเห็นจริตตื่นเต้นของคนไทยผู้ไม่เคยเห็นหิมะแน่ ๆ เสนอบริการมาแบบนี้ ขอรีบคุยกะน้องก่อน

“วิน เราจะกลับไปหาจักรยานปั่นแถวหน้า Lake มั้ย หรือจะขึ้นไปดูหิมะ… แต่มันก็ 180 เหรียญ… แต่มันก็หิมะเลยนะวิน จักรยานก็มีอีกตั้งหลายวันแต่นี่มันหิมะ วินว่าเราไปหิมะหรือไม่ไปแล้วดี แต่…”

“มึงมาขนาดนี้แล้วยังต้องถามกูอีกหรอ แล้วมึงคิดว่ากูเลือกอะไรได้มั้ย” วินตอบ มองพี่มันเอือม ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม


พบกับพี่ Sean ยอดนักขายของเรา

อย่าเพิ่งเข้าใจพี่ Sean ผิดไปว่าแกยัดเยียด จริง ๆ แล้วแกอัธยาศัยดีมาก เล่าเรื่องเยอะแยะเกี่ยวกับพื้นที่นี้อย่างภูมิใจให้เราฟัง แถมสอนเทคนิคการขับรถบนถนนเส้นที่ท้าทายในช่วงที่อาจมีน้ำแข็งเกาะให้เราเอาไปใช้ด้วย ถึงแม้ตรงนี้จะเป็นเนินเขาธรรมดา ๆ หิมะก็ธรรมดา ๆ แต่แค่เพราะมันเป็นครั้งแรกของเรา มันก็พิเศษเพียงพอที่จะทำให้เราจดจำได้ไปอีกนาน

แต่ก่อนที่ Cadrona มีลานสกีด้วย แต่ตอนหลังเจ๊งไป เหลือธุรกิจ Snow Farm ที่เป็นสนาม Cross Country สกี และเป็นเบสให้บริษัทรถยนต์เอารถมาทดสอบสมรรถนะบนสภาพอากาศและภูมิประเทศที่ท้าทาย

“ไอดีใจนะที่ยูสนุก ขอบคุณที่ให้โอกาสไอทำให้บ่ายวันนี้น่าจดจำ กลับไปเมืองไทยอย่าลืมบอกต่อนะเผื่อเพื่อนยูอยากจะมา” อะ ถือว่าทำให้แล้วเรียบร้อยนะเฮีย เขียนถึงให้แล้วนี่ไง คนอ่านของผมทั้งหลายอย่าลืมตามไปเที่ยวกันนะครับ

“ก่อนกลับ ยูลองไปดูโรงแรม Cadrona สิ ห้องอาหารมีเตาผิงสวยมาก เนื้อกวางก็อร่อย ดื่มเบียร์ชิล ๆ ก่อนค่อยกลับ…” Sean แนะนำทิ้งท้ายขณะที่โบกมือลากัน

ระหว่างทางกลับ Wanaka

“ไปลองดูโรงแรมนั่นหน่อยมั้ย วิน” เราถามขณะต้องตัดสินใจว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

“นี่ยังเจ็บตัวไม่พออีกเหรอ วันนี้วันเดียวกี่เหรียญแล้ว ฮะ?”

คราวนี้ชวินไม่ยอมอ่อนข้อ หนึ่งวันอันแพลนด์ที่เริ่มจากการมองเห็นหิมะไกล ๆ ที่พีคขึ้นเรื่อย ๆ ไปถึงขั้นที่ได้เอาตัวนอนไสหิมะจึงจบลงที่การมุ่งหน้าสู่ Wanaka Bakpaka ที่พักแห่งใหม่ ก่อนจะทำมาม่าใส่บร็อคโคลี่กินกันง่าย ๆ ก่อนนอน


รู้อะไรไม่สู้รู้งี้

Photo Credit: https://plus.google.com/+JasonLaw/posts/Miab81mWAPS

จริง ๆ ที่ Wanaka Lakefront มีจุดน่าถ่ายรูปที่ฮิตกันใน Instagram คือต้นไม้ที่ขึ้นอยู่โดด ๆ บนเกาะเล็ก ๆ กลางน้ำ เรียกกันว่า #thatwanakatree

ดังขนาดนี้แต่เราพลาดซะอย่างนั้น ใครไปอย่าลืมไปดูกันนะครับ เดินเลาะจากที่จอดรถไปนิดเดียว

Travel resources

แต่ละเมืองใน New Zealand ดูมีอำนาจในการทำการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวสำหรับเมืองตัวเองได้อิสระระดับหนึ่ง ส่วนของ Lake Wanaka ก็มีรายละเอียดเยอะแยะครบครันให้เราค้น แถมใช้ Social Media ในการทำตลาดอย่างได้ผล ใครไปเที่ยวแล้วจะแวะเมืองนี้ มาหาข้อมูลสร้างฝันกันได้ตามลิงค์ครับ

ส่วนลิงค์ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างข้อมูลที่มีประโยชน์ นั่นคือแผนที่มุมถ่ายรูปสวย 9 จุด

http://www.lakewanaka.co.nz/new-zealand/Wanaka-photo-walk/

ใครอยากไปขี่ม้า หรือ quad bike กับ Sean และภรรเมียของเค้า ลองดูรายละเอียดและราคาที่นี่นะครับ The Cadrona รับรองว่าของเค้าดี

ส่วน Harpers Bed and Breakfast ผมไม่เห็นความ active บน Tripadvisor มาสักพักจนอาจเป็นไปได้ว่าลุงกับป้าปิดกิจการไปแล้ว เอาเป็นว่าใครสนใจจะไปลอง Google ดูได้ ข้อมูลยังมีครับ


So here’s what you missed on Chasing Sheep!

ตอนที่ผ่านมาจ้า

Chasing Sheep Intro 01: New Zealand เกาะใต้น่าไปไหม ที่นี่จะเหมาะหรือไม่สำหรับคุณ (เป็นตอนที่สั้นที่สุด)

Chasing Sheep Intro 02: คำแนะนำก่อนออกเดินทาง รู้อะไรไม่สู้รู้งี้ เราบอกให้หมดแล้วแต่ไม่ได้สปอยล์คุณแน่นอน!

Chasing Sheep Days 00–01: บันทึกหน้าแรก สวัสดีไครสต์เชิร์ช พบกับความวายป่วงของสองพี่น้องคู่มึน

Chasing Sheep Days 02: เริ่มออกเดินทางข้ามฟากมาฝั่งตะวันตก จาก Christchurch สู่ Hokitika

Chasing Sheep Days 03: วันยาว ๆ กับ West Coast เฉอะแฉะแต่ชุ่มฉ่ำใจ

บาย ไปก่อน เจอกันตอนหน้านะครับ.

Like what you read? Give Chawit Rochanakit a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.