บทความโดย ซินแสหลัว
หากประสงค์จะใช้บทความนี้ประกอบรายงาน วิทยานิพนธ์ หรือการเผยแพร่ต่อกรุณาระบุอ้างอิงชื่อผู้แต่งเขียนบทความ คือ ซินแสหลัว www.chinese-horo.com ด้วยครับ

ตำราหลุนอวี่ 論語 หรือ บทคำสนทนาระหว่างขงจื้อกับลูกศิษย์ที่ลูกศิษย์เขียน ก็คล้ายๆกับพระไตรปิฎกของพระพุทธศาสนาที่เป็นการเล่าเรื่องราวบ้าน ประวัติบ้าง บทสนทนาของพระพุทธเจ้าที่มีต่อบุคคลต่างๆบ้าง โดยเจ้าของคำพูดไม่ใช่ผู้เขียน ผู้จดบันทึกไว้เป็นลูกศิษย์เห็นว่ามีคุณค่าจึงเอามารวบรวมบอกเล่าไว้

ตำราหลุนอวี่ 論語 นี้ในบทกลางๆ มีบทนึงชื่อบท เซียงตั่ง 鄉黨 กล่าวถึงเรื่องการเจ เอาไว้ …อ่านดีๆนะครับ ผมเขียนว่า การเจ 齊 ไม่ใช่ การกินเจ 吃齋,吃素 เพราะในบทนี้ขงจื้อท่านไม่ได้สอนแค่เรื่องกิน แต่ท่านสอนเรื่อง เจ 齊 ว่า การเจ หรือการกระทำเพื่อความเป็นเจ นั้น ควรประกอบด้วยอะไรบ้าง ดังนั้นขอให้ท่านที่ยังคิดว่า เจ เป็นเพียงแค่เรื่อง ของกิน เท่านั้น ได้โปรดเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ณ ตรงนี้ก่อนนะครับ

Image for post
Image for post

ตำราหลุนอวี่ 論語 บทเซียงตั่ง 鄉黨 กล่าวว่า
齊,必有明衣,布。
齊,必變食,居必遷坐。

ไจ ปี้โหย่วหมิงอี ปู้
ไจ ปี้เปี้ยนสือ จวี้ปี้เชียนจั้ว

แปลว่า การเจ หรือการกระทำกายวาจาให้บริสุทธิ์เพื่อประกอบการมงคลใดๆ หรือเพื่อบำเพ็ญภาวนานั้น จะต้องหาเสื้อผ้าสะอาด ใหม่ เรียบร้อย มาสวมใส่ และการเจนั้น จะต้องปรับเรื่องอาหารการกิน ทั้งยังต้องย้ายสถานที่พักอาศัย แล้วมีตำราชื่อว่า ตำราซื่อซูจางจวี้จี๋จู้ 四書章句集注 เป็นตำราชุดคือมีหลายเล่ม แต่โดยท่าน จูซี ในสมัยราชวงศ์ซ่ง คือหลังสมัยที่ขงจื้อเสียชีวิตไปแล้ว เพื่อมาอธิบายความว่า แต่ละวรรคในคำพูดของขงจื้อนั้น คืออะไร…


ดูดวงจีนไม่ยาก แต่อ่านดวงจีนให้แม่นยากมาก
คนรู้ดวงจีนหาได้น้อย คนอ่านดวงจีนเป็นนั้นหายาก ที่สำคัญคนอ่านดวงจีนแล้วแม่นยำหายากยิ่งกว่ายาก และผมจะสอนสิ่งที่ยากนั้น ให้มันเป็นเรื่องเข้าใจง่ายขึ้น

คำเตือน ดวงจีน2+ บทความนี้เหมาะสำหรับผู้มีความรู้ดวงจีนตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป เนื้อหาอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ไม่มีพื้นฐานหรือไม่รู้จักดวงจีนเลย

Image for post
Image for post

ในแง่ของการตรวจสอบ จิตใจคน และบุคลิกภาพ วิชา #โหราศาสตร์จีน ใช้การสำรวจด้วยการ ดูตามช่อง แต่ละช่อง ในผังดวง ทั้งหมด แปดช่อง

คำอธิบาย : จิตใจ + บุคลิกภาพ เป็นสิ่งที่กำหนดชะตากรรม หรือ ดวงชะตา ของคนเรา ที่ผมพูดแยกระหว่าง จิตใจ กับ บุคลิกภาพ หรือ spirit & attitude เพื่อแสดงให้เห็นสิ่งที่จิตใจเป็นต้นตอ หรือเรื่องราว อารมณ์ ของจิตใจที่เราไม่ได้แสดงออก อันเรียกในที่นี้ว่า จิตใจ กับ อารมณ์ ความรู้สึก แนวคิด การมองโลกที่แสดงออกมาผ่านการพูด การกระทำ สีหน้าท่าทางต่างๆ อันนี้เรียกให้เข้าใจง่ายๆว่า บุคลิกภาพ หรือจะพูดว่าจิตใจภายในซ่อนลึกๆกับจิตใจภายนอกก็ได้ ทั้งสองนี้เป็นตัวกำหนดความเป็นไปของชีวิตเรา การสำรวจให้รู้สิ่งเหล่านี้เพื่อพยากรณ์ออกมา วิชา ดวงจีน หรือ โหราศาสตร์จีน โป๊ยหยี่สี่เถียว จึงใช้วิธีการดูความหมายของแต่ละช่อง แต่ละวัง (八宮) ที่ธาตุทั้งห้า อันได้แก่ กิ่งฟ้า/เทียนกาน(天干) กับ ก้านดิน/ตี้จือ(地支) นั้นไปสถิตอยู่ พร้อมกับความสัมพันธ์ที่ทำต่อกัน ถ้าจะพูดในเชิง โหราศาสตร์ไทย ก็คือ ดูเรือน ดูภพ และดูความสัมพันธ์ระหว่างภพ ดูว่าเจ้าเรือนของภพๆนั้นไปทำอะไรต่อ แบบนี้เป็นต้น…


ข้อความนี้ผมโพสไว้ใน facebook ส่วนตัว นานแล้วครับ ราวปี 2015 วันนี้ไปค้นมาเจอ เห็นว่าเป็นประโยชน์ จึ่งเอามาให้ได้ศึกษาครับ

ของขวัญปีใหม่ ชิ้นโบว์ดำ ตามสัญญา
ณ วันหนาวๆ เมื่อตงจื้อมาเยือน บนแผ่นดินประเทศที่วิชาถือกำเนิด
หากครูผู้รังสรรค์วิชาสถิต ณ ที่ใด ข้าพเจ้าขอยกกุศลจากวิทยาทาน และ การสร้างกุศลด้วยวิชาที่ท่านรังสรรค์ ส่งให้ท่านสถิต ณ ภพภูมิที่ดียิ่งๆขึ้นไป

龍穴砂水向未來
山管人丁水管財

อย่างไรเสีย วิชาฮวงจุ้ย ก็หลีกหนีไม่พ้น ยินหยาง陰陽 (ห้าธาตุ)อู่สิง五行 และปากว้า(โป๊ยข่วย)八卦

ยินหยาง ปากว้า มีคำอธิบายหลักไว้ในคัมภีร์ อี้จิง และ อี้จ้วน เป็นต้น
ห้าธาตุ มีคำอธิบายหลักๆ ในหนังสือ ฉงทงเป๋าจิ่น穷通宝鉴 หวงตี้เน่ยจิง黃帝內經 และ ตีเทียนสุย滴天髓 เป็นต้น

นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเรียนฮวงจุ้ย ต้องเรียนดวงจีนเป็นก่อน ดูดวงจีนไม่แตกฉาน ฮวงจุ้ยก็อยากจะล้ำลึก ไม่ใช่เพราะวิชาดวงจีนเหนือกว่าฮวงจุ้ย แต่ดวงจีนคือ พื้นฐาน

Image for post
Image for post
ภาพจาก https://pagodaoflight.wordpress.com/2012/08/02/谈古论今讲风水六/

龍 /穴 /砂/水/向 ห้าอย่างนี้ รวมเรียกว่า 五訣 (ห้าจำแนก)

龍 หลง

คือ ลักษณะเป็นเนิน หรือ เขา ที่เรียกยาวเชื่อมกันเป็นเทือก มองคล้ายมังกร จีนเปรียบดุจ เส้นลมปราณของธรรมชาติ เรียก 山脉 ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องว่า เทือกเขาใหญ่โตมโหฬารก็ได้ แค่มีลักษณะเป็นเนินดินขึ้นมา แล้วทีนี้ เนินต้องสูงแค่ไหนหละ มีคำตอบครับ เป็นวลีจีนว่า 高水一寸即為山,低水一寸水回環 เพียงสูงจากระดับน้ำ แค่ หนึ่งชุ่น (หนึ่งข้อนิ้วชี้ข้อกลาง เอาง่ายๆก็ หนึ่งนิ้ว ราวๆนี้ครับ) สูงขึ้นมาเท่านี้ ก็ถือว่า เป็น 山 ตามความหมายนี้แล้ว ทีนี้ปราชญ์ท่านก็กลัวคนจะแย้งว่า หึย สูงแค่ชุ่นเดียว มาบอกว่าเป็นภูเขาได้ไง ต่างจากภูเขาจริงคนละเรื่อง ท่านเลยเติมประโยคท้ายมาว่า แค่ต่ำกว่าจะดับน้ำ หนึ่งชุ่น น้ำก็จะไหลลงไปกองที่แอ่งนั้น ถ้าน้ำเป็นตัวโชว์ให้เราเห็นลักษณะของพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด ว่า แค่ระดับต่าง หนึ่งชุ่น พลังก็เกิดการไหลเวียนแล้ว ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองไปทำอะไรใหญ่โตมโหฬารครับ และวลีนี้ก็ตอบโจทย์ว่า ทำไมฮวงจุ้ยให้ความสำคัญเรื่องพื้นอาคารต่างระดับ หรือพวกบันไดทางเข้าร้าน ฯ สิ่งนี้แสดงถึงพลังธรรมชาติที่สัมพันธ์แก่กายคน เพราะแพทย์จีนเวลาจะปักเข็มก็ใช้หน่วยวัดเป็น 寸 นี้เช่นเดียวกัน แปลว่านี่คือหน่วยวัดที่พอเหมาะ แคบกว่านี้ พลังไม่เด่น…


ในขณะที่วิชาฮวงจุ้ยแพร่หลายกันไปในทางทิศทาง โดยผ่านการใช้หล่อแก 羅庚 เพื่อตรวจหาทิศทาง และเป็นที่นิยมกัน ยังมีวิชาฮวงจุ้ยอีกแขนงใหญ่ที่ไม่ได้ใช้เรื่อง ทิศทางเป็นหลัก ในการสร้างความเจริญทางชัยภูมิ แต่อาศัยชีพจรและการกระเพื่อมของพลังงานเชิงซ้อนภายใต้รูปแบบความเชื่อว่า ร่างกายคน กับ จักรวาล มีความซับซ้อนและสัมพันธ์เช่นเดียวกัน

สายวิชาใช้หล่อแก คือ ทุกๆอย่างต้องมีจานเข็มทิศ เอาไปวัดแบ่งมุม แบ่งองศา กำหนดทิศทางในเชิงองศาต่างๆให้ละเอียดและแม่นยำ ซึ่งผมเคยกล่าวแล้วว่า วิชาแบบนี้ส่วนใหญ่นับแต่โบราณจีนนั้น ท่านใช้เพื่อดูหลุมศพ กำหนดวางป้าย ดูการฝังศพของบรรพชน ไม่ได้ใช้เพื่อการบ้านเรือน หรือพูดสั้นๆว่า ฮวงจุ้ยที่อยู่แบบยิน 陰宅風水 เพราะการเปลี่ยนแปลงทางพลังงานด้วยตัวศพเองนั้น ไม่มีแล้ว หมายความว่า เมื่อตายไปแล้วเราไม่สามารถลุกขึ้นมาเปลี่ยนอาชีพเอง หรือไม่พอใจหลุมนี้ เราไปย้ายไปอยู่อีกหลุมแบบซอมบี้เดินได้ขุดหลุมเอง แล้วฝังตัวเองลง การย้ายถิ่นฐานไม่มีทางเกิด ใช้วิชานี้ก็ครบคลุมได้แล้ว

แต่มีอีกสายวิชาหนึ่ง ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ฮวงจุ้ยที่อยู่แบบหยาง 陽宅風水 หรือพูดง่ายๆว่า ฮวงจุ้ยสำหรับคนที่ยังมีลมหายใจอยู่ คือเราๆท่านๆนี้ ต้องได้รับการใช้วิชาอีกชนิดหนึ่งในการจัดวางฮวงจุ้ย เพราะคนเรามีปกติเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง ย้ายถิ่นฐาน และเดินทาง เสมอ ดังนั้น วิชาที่ว่านี้จะเข้ามาทดแทนด้วยการคาดเดาชีพจรชีวิต หรือทราบเรื่องราวได้ว่า วิถีชีวิตจะเป็นไปในแนวทิศทางไหน จึงย้ำเสมอมาว่า ถ้าจะดูฮวงจุ้ยบ้านคนต้องดูดวง แต่ลำพังแค่ดูดวงเป็นยังไม่พอ ต้องสามารถวิเคราะห์ค่าพลังงานของชีพจรอาคาร สถานที่ ที่ดิน นั้นๆได้ด้วยในหลักการที่ว่า หากเราเชื่อว่า มนุษย์มีชะตา ดิน/ผืนดินก็ต้องมีชะตา…


(อ่านแล้วเห็นประโยชน์ อย่าลืมช่วยกดแชร์และกด follow ไว้นะครับ)
ในทางไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ไทย เลขประจำดาว ถือเป็นเลขที่มีมงคล เชื่อว่ามีพลังเป็นตัวแทนของดาวนั้นๆเช่น เลข ๑ แทนด้วยดาวอาทิตย์ แทนด้วยอำนาจบารมียศฐาบันดาศักดิ์ ฯ เพราะฉะนั้น ในโหราศาสตร์ตัวเลขตั้งแต่ ๐ ถึง ๙ ล้วนสามารถแทนค่าอ่านความหมายได้ตามความหมายของดวงดาว

แต่มีกลุ่มเลขประหลาดสองสามกลุ่ม ที่ไม่ใช่อิงตามกำลังดาว แต่เป็นอิงตาม พระคุณ ผมขอเรียกชื่อว่า ตัวเลขแห่งพระคุณ อันได้แก่

เลข ๕๖ พระคุณของพระพุทธเจ้า นับจากพยางค์ของบท อิติปิโสฯ
เลข ๓๘ พระคุณของพระธรรม นับจากพยางค์ของบท สวากขาโตฯ
เลข ๑๔ พระคุณของพระสงฆ์ นับจากพยางค์ของบท สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
รวมกันได้ ๑๐๘
เลข ๑๐๘ พระคุณของพระรัตนตรัย

เลข ๑๒ พระคุณของแม่ นับจาก ธาตุน้ำในร่างกายทั้ง ๑๒ ประการ
เลข ๓๑ พระคุณของพ่อ นับจาก ธาตุดินในร่างกายทั้ง ๒๑ ประการ โดยแยก มัตถเก กับ มัตถลุงคังออกจากกัน เลยเพิ่มจาก ๒๐ กลายเป็น ๒๑
รวมได้ ๓๒ / ๓๓ เป็นคำที่เราคุ้นหูกันในสำนวนว่า เกิดมาครบอาการ๓๒

ถ้าใครสนใจเรื่อง ตัวเลขมงคล โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า กลุ่มเลข ข้างต้น เป็นมงคลอันอุดมสูงสุดและเป็นสิ่งที่ทำให้ได้ระลึกถึงพระคุณอันเป็นทางที่พาเราพ้นจากความหลงงมงาย หลงบ้าลาภ หลงบ้าดี ไปสู่ความกตัญญู…


Image for post
Image for post
เถา หลี่ หมั่น หยวน สี่คำนี้ผมจะมาจาก พณฯ ท่าน กงสุลใหญ่จีน ที่ได้เขียนอวยพรในหนังสือของโรงเรียนเมื่อครั้งที่โรงเรียนริเริ่มจะทำโครงการจัดการเรียนการสอนต่อในระดับมัธยมศึกษาในภาษาจีน เป็นคำอวยพรพื้นฐานของคนจีนที่แสดงถึงความผูกพันกับธรรมชาติ และเปรียบการศึกษาว่าเป็นยิ่งกว่าการปลูกพืช โดยเฉพาะต้นท้อ ต้นสาลี่ ที่เป็นผลไม้มงคลและเชื่อว่ายิ่งต้นมีอายุเก่าแก่แค่ไหน ผลที่ได้ก็ยิ่งอร่อยเท่านั้น คำนี้เลยเป็นคำอวยพรขอให้เจริญก้าวหน้าแบบมั่นคง และผลิดอกผลงอกงามเจริญ ดั่งคำแปลว่า ผลิดอกออกผลท้อและสาลี่งามสะพรั่งทั้งสวน

การเรียนรู้เรื่อง ห้าธาตุ กับ ชี่ หรือ ปราณพลังงาน ทางวิชาโหราศาสตร์จีน เป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก จะพิสูจน์ได้ก็ต่อเมื่อคุณเอาไปใช้ทำนายดวงชะตาคนแล้วแม่นยำ หรือเอาไปวางฮวงจุ้ยให้ใครสักคนแล้วเกิดสิ่งที่คนร้อง ว้าว มหัศจรรย์ แต่ฮวงจุ้ยผมบอกแล้วต้องดูระยะยาวด้วย เพราะเอาแค่ขายดีฉาบฉวยย่อมทำได้ง่าย หากฤกษ์ยามที่วางลงไปสอดคล้องกับการจัด ณ ห้วงครึ่งปีแรกอาจจะดีมาก แต่ต้องรอดูไปยาวๆกว่านั้น เรียกได้ว่า การเชื่อใจซินแสฮวงจุ้ยสักคน คุณควรใช้เวลาเชื่อใจสัก หนึ่ง ปี เพื่อรอดูผลว่า ตกลงที่ว่าดี ดีนานไหม หรือที่คุณว่าจัดไปแล้วไม่เห็นผล อาจจะเห็นผลในครึ่งปีหลังก็ได้ ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์ว่า เก่งจริงไม่ได้ฟลุ๊ค ควรถามซินแสว่า

ที่จัดฮวงจุ้ยไปต้องรอดูผลภายในกี่เดือน

และให้ผลยาวแค่ไหน สองคำถามเป็นสำคัญนะครับ

มันไม่ค่อยมีประโยชน์ที่เราจะไปถามว่า มาจากสำนักที่เชื่อถือได้มั้ย เพราะสำนักที่น่าเชื่อถือนั้นการันตีเฉพาะตัวอาจารย์ หมายความว่า ผู้ก่อตั้งหรือเจ้าสำนัก มีแนวโน้มที่จะเก่งและเชี่ยวชาญ เพราะถ้าไม่เก่งจริงคงไม่ทำให้สำนักมีชื่อได้ขนาดนี้ แต่ไม่ได้แปลว่า ทุกคนที่ไปเรียนกับท่านอาจารย์คนนี้ หรือสำนักนี้จะเก่งตาม เสมอไป เพราะฉะนั้นการถามว่า ใช้วิชาสำนักไหน หรือไปเรียนจากสำนักไหน ถือเป็นการไม่ให้เกียรติตามจารีตโบราณด้วย และบางทีเมื่อคุณรู้ไปแล้วอาจวาดฝันเกินไป ถ้าเค้าเรียนมาจากสำนักที่โด่งดัง หรืออาจจะจิตตกเมื่อเค้าบอกว่าเรียนมาจากสำนักที่เคยทำให้คุณผิดหวัง ดังนั้น ผมอยากให้มอง ซินแสฮวงจุ้ย ให้ออกว่า แก่นแท้และการใช้วิชาเขาเป็นอย่างไร มันอาจจะเป็นเรื่องปกติมากๆในวงการฮวงจุ้ยโลกออนไลน์สมัยนี้ที่เค้าจะเรียนรู้วิชาจาก หลายๆสำนักมารวมๆกัน เอาข้อดีหลายๆที่มารวมกัน แล้วเมื่อต้องตอบคำถามเขาอาจจะตอบสำนักเดียวที่เขาประเมินแล้วว่าได้ความรู้มาจากที่นี่เป็นที่แรก หรือเป็นที่ๆได้ความรู้มากกว่าที่อื่น หรือที่ๆคุณจะต้องรู้จักแน่ๆเพราะโด่งดังจริงๆ มันสันนิษฐานได้หลายแบบมาก…มากจนผมบอกว่า อย่าไปรู้เลยว่าเรียนมาจากไหน เรียนกับใคร วัดกันเห็นๆที่ฝีมือ คุณจะได้ ซินแสฮวงจุ้ย…


ทำไมหมอดูชอบแนะนำว่า ให้แก้ดวงด้วยการ การช่วยคน การปล่อยสัตว์ แล้วถึงจะได้ผล แต่บางคนกลับบอกว่าได้ผลมาก บางคนได้ผลน้อย บางคนบอกว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

แท้จริง นี่ก็คือการบอกให้ไปทำ เมตตา ให้แผ่เมตตา นี้คือ กุศลที่มีอานุภาพมากๆ

เราอาจนึกว่า แผ่เมตตาคือฉากจบของงานทำบุญ ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก เป็นเหมือนการเกริ่นนำก่อนงานจะเลิก คือเวลาเราถวายของให้พระเสร็จ เราก็จะพากันมากรวดน้ำแผ่เมตตา ถ้าสวดจบ เท่ากับ ปิดจ้อบทำบุญ กลับบ้านได้

แท้จริงไม่ใช่ แผ่เมตตานี่ เป็นตัวสำคัญในการสร้างกุศล ลองอ่านหนังสือวิธีสร้างบุญบารมี(ฉบับควรอ่าน) ที่ผมรวบรวมไว้นะครับ ในเวป www.chinese-horo.com

กล่าวคือ การได้เห็นความเกิดดับความไม่เที่ยง ได้บุญเยอะมาก การเจริญเมตตา ได้บุญเยอะมาก มากกว่าการถวายวิหารเป็นร้อยๆล้านด้วยตนเองเสียอีก เมตตาจึงมีความสำคัญที่สุด เป็นสุดยอดของนักปราชญ์จีนที่สอนกันมา เรื่องความมี เหริ่น 任 คือ ความมีจิตเมตตาใครก็หาว่า ป่ายซ่านเสี้ยวเหวยเซียน百善孝為先 หมายถึง คุณธรรมทั้งหมด ความกตัญญูต้องมาก่อน จริงๆไม่ถูกนัก เพราะสิ่งที่มาก่อนสุดคือ เมตตา เมตตาธรรมค้ำจุนโลก คงเคยได้ยินกันนะครับ แม่เมตตาให้เราได้เกิดมา เราถึงกตัญญูรู้คุณ และกตเวที ตอบแทนพระคุณแม่ ถูกไหม เพราะฉะนั้น ความดีงามใดๆที่เกื้อกุลกันบนโลกนี้ เกิดได้ด้วยความเมตตา คือความปรารถนาจะให้เขาเป็นสุข เป็นสุข มีความสุข มีความสบายใจ ดีใจ ปลื้มใจ ที่ท่านบอกว่า กตัญญูคือคุณธรรมแรก ก็หมายถึง เมื่อคนเราได้รับความเมตตา เราสำนึกและตอบแทนกลับ นั้นเป็นความดีแรกที่เรา เป็นผู้กระทำ…


หลายๆบทความในเวปผมนี้นะครับ ท่านอาจจะเห็นว่า ทำไมดูเหมือนเอาหลายศาสตร์วิชามาปะปนกัน มีทั้ง ธรรมะบ้าง โหราศาสตร์ไทยบ้าง จีนบ้าง ล้านนาบ้าง ฯลฯ หรืออื่นๆมากมาย วันนี้จะมาขอเฉลยอะไรให้ฟัง เป็นที่น่าตื่นเต้นกันสักเล็กน้อย

วิชาการพวกนี้ ที่ผมเขียนลงในเวป ซึ่งดูเผินๆบางอันหาใช่โหราศาสตร์จีนไม่ ในเมื่อเขียนว่า เวป ดูดวงจีน ซินแสหลัว ไฉนหนอจึ่งเอาวิชาพวกนี้ลงมาใส่

ก็ขอวิสัชนาดั่งนี้ว่า

ผมคัดเลือกเทียบเคียงให้ท่านแล้ว ว่า ที่เอามาลงนั้น เข้าล๊อค หรือมีความสัมพันธ์กันกับวิชาโหราศาสตร์จีน ที่เรากำลังสนใจใฝ่ศึกษากันอยู่ เช่น ตำราพรหมชาติของไทย

ตำราพรหมชาติของไทย ถ้าท่านสังเกตให้ดี ท่านจะพบว่า นักษัตรแต่ละตัวนั้น มีธาตุ แต่ไม่ใช่มีเพียงธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือ จตุธาตุ (ธาตุสี่/มหาภูตรูปสี่) ตามแบบเบ้าของโหราศาสตร์ไทย ที่อิงเอาวิชาทางพุทธศาสนาเรื่อง ธาตุ มาใช้ หากว่ากลับกลายเป็น ธาตุอื่นๆ เพิ่มขึ้นมาดังนี้คือ

ปีชวด ปีหนู เป็นเทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ
มิ่งขวัญตกอยู่ต้นมะพร้าวและต้นกล้วย

ปีฉลู ปีวัว เป็นมนุษย์ผู้ชาย ธาตุดิน
มิ่งขวัญอยู่ต้นตาล

ปีขาล ปีเสือ เป็นผีเสื้อผู้หญิง ธาตุไม้…


ถ้าเราจะมาพูดถึง โหราศาสตร์ เพื่อให้เห็นภาพความมุ่งหมายว่า โหราศาสตร์ต้องการอะไร เกิดมาได้อย่างไรเล่าวิชาแขนงนี้ คำตอบก็คือ เพื่อสำรวจและศึกษากลไกว่า ตกลง ความสุข / ความทุกข์ ที่คนจีนเรียกว่า ความ เฮง/ซวย เกิดขึ้นมาด้วยกลไกอะไร จะเกิดตอนไหน จะหมดไปตอนไหน เพื่อมุ่งที่ ความสุข เท่านั้นเอง

มนุษย์เราถกเถียงกันเรื่อง การได้ทรัพย์ ได้ลาภ ได้ความสบายใจ สมดั่งใจ ที่เรียกว่า สุขใจ กับ ความทุกข์ใจ เช่น การได้รับเรื่องอันน่าผิดหวังเสียใจต่างๆนานา มานมนานมากว่า

ที่แท้จริงนั้น.. เพราะเหตุอะไรกันแน่ ที่ทำให้เราได้รับสิ่งที่ทำให้เรามีสุข หรือบางทีเรากลับได้รับสิ่งที่ร้าวระทมทุกข์ทรมาน หรือบางครั้งก็บอกไม่ถูกว่าจะเรียก สุขดี หรือ ทุกข์ดี และหลายๆครั้งก็ เฉยๆ

หลักฐานยืนยันเรื่องนี้ พร้อมทั้งเป็นคำตอบของคำถามนี้ ที่น่าเชื่อถือได้ที่สุดคือ พระไตรปิฎก อันจารึกคำสอนของพระพุทธเจ้ามานับ สองพันกว่าปี ถ้าเรารู้คำตอบนี้ บางทีเราอาจปรับเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการเรียนรู้ โหราศาสตร์ การดูดวง การหาหมอดู รวมไปถึง การปรับมุมมองในการใช้ชีวิตของเราไปด้วย ก้าวไปถึงขั้นพัฒนาชีวิตได้ด้วยลำแข้งของตัวเองแบบมีปัญญาไม่ถึงทางตัน

เพราะปัจจุบัน คนเรามุ่งเน้นที่การยืนด้วยขาของตนเองแบบไม่พึ่งใคร ไม่เชื่อใคร ไม่ฟังใคร สุดท้ายพอถึงทางตัน ก็หันกลับมาเชื่อ เชื่อดีบ้าง ศรัทธาบ้าง งมงายบ้าง แล้วแต่ประสบการณ์ที่แต่ละคนได้รับ หันกลับมาฟัง โดยเฉพาะการบรรยายสอนการใช้ชีวิต เลยเกิดกระแส นักคิดทางชีวิตนิยม คือ ปรากฎการณ์บังเกิดผู้สอนการใช้ชีวิตมากมาย…


บทความผมขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจสักนิดว่า การอนุรักษ์วิชาโบราณ ผมอยากสื่อออกมาให้เห็นบรรยากาศที่สุดเลยนำเสนอด้วย คำบรรยายมาก..มากกว่าบทความที่ปัจจุบันนี้นิยมเขียนสั้นๆ ย่อๆ ภาพเยอะๆ ข้อสำคัญของบทความผมคือไม่ค่อยมีภาพประกอบเพื่อปล่อยให้พื้นที่ทางสมองได้ทำงาน “จินตนาการ” มากกว่าจำเอาภาพที่ผมสร้าง — ฝึกคิดตาม ให้มากขึ้นเพราะผมเป็นห่วงสังคมโลกออนไลน์ที่อะไรๆก็เป็นภาพไปเสียหมด แต่ก็ยังมีภาพประกอบให้นะ ภาพที่เขียนด้วยพู่กันจีนเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะผมเห็นคุณค่าว่า ต่อไปภาพแบบนี้จะไม่มีใครเขียนได้ และไม่อาจมีเทคโนโลยีอะไรมาทดแทนความรู้สึกความเชี่ยวชาญที่กว่าจะเขียนได้แบบนี้ ผมฝึกพู่กันจีนมาทั้งชีวิตครับ อยากให้เห็นว่าไม่ใช่แค่การเขียน แต่นี้คือ ชีวิต แลสิ่งที่ผมรัก

Image for post
Image for post
Photo by Gaddafi Rusli on Unsplash

แนะนำวิธีการจัดฮวงจุ้ย กรณีที่ดินมี บ่อน้ำ บ่อน้ำเก่า และสระน้ำ เรียบเรียงจากตำราจีน

สิ่งที่สำคัญอีกส่ิงในทาง ฮวงจุ้ย ที่ละเลยไม่ได้คือ บ่อน้ำ หรือ สระน้ำในบ้าน ถ้าบ้านคุณมี เพราะแต่โบราณมา ใช้บ่อน้ำนี้เป็นที่ใช้อุปโภคบริโภคสำหรับบ้านที่ไม่ได้ติดแม่น้ำ เป็นแหล่งน้ำบาดาลทำให้เราเข้าใจกระแสของน้ำใต้ดินที่ไหลอยู่ใต้พื้นที่เราอยู่อาศัย เคยเขียนเล่าไว้นานแล้วว่าการดูฮวงจุ้ย ถ้าจะดูกันจริงๆจังๆ มีกระทั่งวิชาขุดดินใต้ดินมาดูสีสัน แบ่งเป็นธาตุๆ ตามอู่สิง ห้าธาตุ ว่าสีดินในบริเวณนั้นๆ…

About

chinese horoscope and philosophy

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store