โค้ดแล้วฟังเสียงของตัวเอง

เวลาที่เรามี guts instinct กับโค้ด ว่ามันน่าหงุดหงิดบ้าง ว่ามันสวยงามบ้าง ว่ามันแปลกๆ บ้าง นั่นเป็นสัญญาณที่ดีที่สมควรฟังตัวเอง

สัญญาณจากท้องจากสัญชาตญาณมีความหมายและมีเหตุผล อย่ากดทับมันไว้ด้วยเพียงแค่ว่ามันไม่ได้มาจากหัวไม่มีตรรกะรองรับ

developer ส่วนมาก neglect สัญญาณพวกนี้ทิ้งเพียงเพราะว่ามันอธิบายไม่ได้ด้วยตรรกะ แต่จริงๆ เราสามารถฟังแล้วเก็บไว้ได้ว่า “อืม ตรงนี้มันน่าหงุดหงิดนะถึงจะยังไม่รู้ว่าทำไมก็เหอะ” แล้วเก็บไว้หาสาเหตุเหตุผลทีหลัง มากกว่าที่จะมองว่า “ไม่มีเหตุผลให้หงุดหงิด ดังนั้นความหงุดหงิดของฉันมันไร้สาระ ลืมๆ ไปซะ”

สัญญานจากร่างกายเรามีสามแบบคือ หัว ตรรกะ, ใจ ความรู้สึก และท้อง สัญชาตญาณ ลองฟังตัวเองให้ครบสามด้าน จะเวิร์คกว่าฟังแต่หัวแล้วทิ้งด้านอื่นๆ ไป


เวลาทำงานผมจะพยายามถ่ายทอดการฟังตัวเองให้น้องๆ ในทีม

“พี่ไม่รู้ว่าทำไม พี่รู้สึกว่านี่ไม่ใช่”

“หงุดหงิดหัวร้อนอ่ะ”

“โค้ดตรงนี้มันแปลกๆ เนอะ”

จริงๆ คำพูดบ่นธรรมดาพวกนี้ เมื่อออกจากปากของคนที่เป็น team lead แล้ว มันมีความหมายลึกๆ ว่า “สำหรับทีมเรา ความรู้สึกเหล่านี้ ถึงแม้ยังหาเหตุผลรองรับไม่ได้ แต่ก็พูดแชร์และช่วยกันรับฟังได้ มันเป็นที่ยอมรับ”

เราไม่จำเป็นจะต้องบอกว่าสัญญาณแบบนี้นี่มัน bullshit ไม่มีสาระ หาเหตุผลไม่ได้

และในเมื่อขนาด team lead ยังกล้าพูดถึงสัญญาณเหล่านี้โดยไม่อาย เราเชื่อว่าน้องๆ ก็จะกล้าพูดและกล้าฟังมากขึ้น

เพราะจริงๆ ผมพบว่าในชีวิต การฟังแต่สัญญาณจากหัวอย่างเดียว แล้วบอกว่าสัญญาณจากใจจากท้องไม่มีสาระ มันไม่มีเหตุผล มันทำให้พลาดอะไรหลายๆ อย่างง่าย

ฟังก็คือฟัง เราแค่ฟัง รับรู้ว่ามันส่งสัญญาณ จะทำตามหรือไม่ทำตามนั่นอีกเรื่อง