The day to find my passion

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ เป็นวันที่น่าเบื่อของผมเหมือนๆทุกๆวัน เลยอยากจะมาเขียนระบายความรู้สึกที่มันอึกอั้นตันใจมานานเเล้ว กับการอยู่บนโลกนี้้ด้วยสิ่งที่เราไม่ชอบเเต่มันเหมือนต้องปรับตัวเเละอยู่กับมันตลอดไป การเขียนเรื่องราวของผมในครั้งนี้เพื่อที่จะระบายความรู้สึกเเละปลดปล่อยมันออกมา ผมเข้าใจว่าเราหลายคนมีวิธีการปลดปล่อยหรือแก้ปัญหาในหลายวิธี ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะดีที่เราสามารถที่จะเล่าเรื่องที่เราทุกข์ให้เพื่อนฟังได้ เเต่นี่เราโตขึ้นมามากเเล้ว เจอกับสถานการร์ที่เหมือนอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีใครเขียงข้างที่จะไว้ใจเเละคอยปรึกษาได้เลย

ผมเป็นคนที่ชอบอะไรสนุกสนานอยู่กับความท้าทาย ชอบเรื่องราวใหม่ๆ ชอบสิ่งใหม่ๆ ชอบอยู่กับคนเก่ง ชอบสังคมดีดีอยู่กับคนที่มีความรู้คนเก่งหรืออยู่กับสังคมที่มีเพื่อนรุ่นเดียวกันมากกว่า เมื่อก่อนผมได้ทำงานเป็น customer care ของบริษัทแห่งหนึ่งครับ ถามว่าผมชอบใหมกับงานนี้ ผมมีความรู้สึกเฉยๆมากครับ เเต่ชอบเเละสนุกที่ได้ทำงานที่นี้ เพราะมีเพื่อนและสภาพเเวดล้อมปัจจัยภายนอกที่ทำให้งานสนุก ยังคงมีเพื่อนให้พูดคุย มีกิจกรรมต่างๆให้ทำ เเต่หลังจากที่ผมต้องออกจากงานเเละย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิดตามความต้องการของเเม่ ที่มองวส่ามาอยู่บ้านเราสบายกว่า บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ มันก็จริงนะครับตรงที่ว่ามาอยู่บ้านนี่สบาย เเต่ด้วยความสบายนี่เเหละครับก่อให้เกิดความหดหู่ใจ ผมบอกตามตรงเลยว่าผมเบื่อมาก สภาพเเวดล้อมที่ผมอยู่นั้นเป็นชนบท ไม่มีเพื่อนที่จะมาพูดคุย อันเนื่องด้วยเพื่อนส่วนใหญ่มีกิจกรรมที่ไม่ตรงกับเรา เเละส่วนใหญ่มีครอบครัวหมดเเล้วจึงค่อนข้างไม่ค่อยมีเวลาไว้เที่ยวหรือปรึกษาหารือกันเลย ทุกๆที่ผมอยู่บ้านเหมือนเเรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ของผมที่เคยมีอยู่อย่างล้นหลามคอยๆๆ ทยอยจางหายออกไปเลยครับ ผมรู้สึกไม่มีเเรงบันดาลหรือมีความคิดที่จะทำอะไรเลย เหมือนรอให้วันๆนั้นผ่านพ้นไป ไม่เหมือนเมื่อตอนที่ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับผมเลย มันทำกิจกรรมเยอะมาก คือเหมือนได้ใช้ความคิดสร้างสรร เเละไอเดียของตัวเองตลอดเวลา ผมทำทุกอย่างที่ผมอยากทำตอนมหาลัย ผมเคยขากเกี๊ยวทอด หนึ่งทางเลืือกที่คิดว่าจะหารายได้เพิ่ม คิดเเล้วยังสนุกอยู่เลยสมัยนั้น ทกๆวันที่ผมอยู่บ้าน ผมพยายามมากที่จะปลดปล่อตัวเองออกจากความทุกข์เเละความน่าเบื่อนี้ ผมพยายามหาวันหยุดเเละออกเดินทางไปนู้นนี่นั่น เพื่อตามหาเเรงบันดาลใจ เปิดหูเปิดตาให้กับตัวเอง ในเวลาที่เราเที่ยวนั้นช่างเป็นเวลาที่สนุกจริง เหมือนปลดปล่อยตัวเอง ผมไม่เคยกลัวเลยว่าจะหลง หรือเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า ผมพร้อมที่จะพุ่งชนมันเเละใช้ชีวิตให้บ้าบิ่นเเละคุ้มค่าที่เกิดมา ในขณะเดียวกับความสุขมันก็เกิดขึ้นเเละมีสิ่งต่างๆข้ามาในหัวสมองให้เราจินตนาการเต็มไปหมด เเต่เมื่อกลับมาบ้านทุกอย่างที่คงเดิมกลับเข้ามาวนเวียนอีก ผมไม่ชอบเลย ตอนนี้ตัวเลือกผมคือ ออกจากบ้านหางานไหม่เเละเจอกับสิ่งที่ไม่เเน่นอน หรืออยู่บ้านและปรับตัวให้กับความเเน่นอนที่ไม่มีอะไรเลย….

Show your support

Clapping shows how much you appreciated CHOLLATEE THABTONG’s story.