Dcleanfood.com : วิธีการสังเกตและเลือกซื้ออาหารกระป๋อง

เมื่อวานเราทำความรู้จักกับอาหารกระป๋องกันไปแล้วนะครับ ซึ่งสังคมในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าในบางครั้งมีความเร่งรีบมากจนเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกระป๋องได้ ซึ่งอาหารกระป๋องเหล่านี้นอกจากจะมีคุณค่าทางอาหารที่เทียบไม่ได้กับอาหารสดหรืออาหารเพื่อสุขภาพและอาหารคลีน (Clean Food)แล้ว การรับประทานอาหารกระป๋องยังต้องรู้จักสังเกตุอาหารกระป๋องว่ามีความผิดปกติซึ่งอาจจะทำให้อาหารกระป๋องเสียหรือบูดหรือไม่ วันนี้เราจะมาทราบถึงวิธีการสังเกตุอาหารกระป๋องกันนะครับ ว่ามีแนวโน้มที่จะเสียหรือไม่

สังเกตอย่างไรเมื่ออาหารกระป๋องเสียหรือรับประทานไม่ได้

โดยธรรมชาติตามปกติ อาหารกระป๋องที่ยังใช้รับประทานได้นั้น จงสังเกตดูโลหะของกระป๋องที่ใช้บรรจุอาหาร ถ้าหากว่ายังสุกใสเป็นเงางามดีอยู่ ด้านทุกด้านของกระป๋องเป็นแนวตรง และตะเข็บหรือรอยต่อของกระป๋องยังเรียบร้อยแน่นหนาดี ฝาหรือก้นกระป๋องจะแบนเรียบ และที่ตามขอบของกระป๋องจะเม้มลงตามรูปหรือตามแบบปกติของมัน หมายความว่ามันจะไม่นูนหรือโป่งขึ้น และเมื่อเอานิ้วมือกดลงที่ฝากระป๋องมันจะไม่บุบบิบพองขึ้นหรือยุบลง เขาชี้แจงต่อไปอีกว่า ส่วนมากของอาหารกระป๋องที่เสียนั้น มิใช่ว่าเกิดจากกรรมวิธีอันประมาทเลินเล่อเผลอเรอที่โรงงานผลิตกระป๋อง แต่ได้ตรวจพบว่า สาเหตุที่ทำให้อาหารกระป๋องเสียได้ง่ายหรือเสียได้เร็วนั้น อยู่ที่การประมาทเลินเล่อในการขนย้ายใส่หีบห่อถือมาจากร้านค้า จนกระทั่งเอาขึ้นเก็บไว้ในตู้หรือบนชั้นบนหิ้งที่บ้านของท่าน เป็นต้นว่าทำตกกระจายลงบนพื้น หรือทำตกน้ำ หรือเก็บไว้ในที่ชื้นแฉะจนมีสนิมขึ้น หรือเก็บในที่ ๆ อบร้อนมากเกินไปอนึ่ง เมื่ออาหารกระป๋องที่เราหยิบขึ้นมาเขย่าดูแล้วปรากฎว่าไม่มีเสียง ไม่ว่ากระป๋องนั้นจะมีรอยเปื้อน เป็นจุดดำด่าง ดูเป็นลักษณะเก่าแก่เก่าเก็บหรือไม่ก็ตาม เราก็ไม่ควรใช้อาหารนั้นสำหรับรับประทาน เพราะเมื่อสิ่งบรรจุอาหารนั้นปรากฎว่ามีอากาศเข้าได้ เนื่องจากมีกรรมวิธีที่ไม่เรียบร้อยไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เชื้อโรคต่าง ๆ จากภายนอกเข้าไปสู่ภายในสิ่งบรรจุนั้นได้ และพึงเชื่อหรือเข้าใจได้ทันทีว่า อาหารที่อยู่ภายในสิ่งบรรจุนั้นย่อมไม่สะอาด และไม่ปลอดภัยต่อการใช้รับประทาน ขอให้ท่านผู้ใช้อาหารกระป๋องพึงใช้ความสังเกตจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

- กระป๋องมีรอยแตก รอยบุบ หรือรอยเว้า
ถ้าท่านสังเกตได้ว่า เครื่องกระป๋องที่ท่านจะซื้อนั้นมีลักษณะเป็นรอยแตก รอยร้าว หรือรอยเว้า ไม่สนิทแน่น ถ้าหากเป็นรอยแตกเพียงผิวตื้น ๆ หรือเป็นรอยเล็ก ๆ ก็ไม่สู้จะมีอันตรายนัก แต่ถ้าเป็นรอยแตกใหญ่และลึกก็มักจะทำให้รอยตะเข็บแตกแยก หรือทำให้โลหะปริแตกได้ ซึ่งในรายเช่นนี้ย่อมเป็นที่ไม่น่าไว้วางใจ เพราะอากาศอาจแทรกซึมเข้าไปในกระป๋องได้ เพราะฉะนั้นขอท่านจงระมัดระวังให้ดี อย่าไปเที่ยวซื้ออาหารกระป๋องที่ลดราคา เพราะว่ามันจะพลอยลดชีวิตของท่านให้สั้นลงด้วย

- มีสนิมเกาะบริเวณกระป๋อง
ถ้าท่านเห็นว่าที่อาหารกระป๋องนั้นมีสนิมเกิดขึ้น จงใช้เล็บของท่านขูดสนิมไปมาให้ออกหมด ถ้าเห็นว่าโลหะข้างใต้ของสนิมนั้นยังเรียบร้อยผุดผ่องดี ก็ให้ถือว่าอาหารกระป๋องนั้นยังไม่เสีย แต่ถ้าหากว่าท่านขูดเท่าไรสนิมก็ยังออกไม่หมด ก็ให้ถือว่าโลหะนั้นมีลักษณะผุกร่อนแล้ว จงอย่าใช้อาหารกระป๋องนั้นเป็นอันขาด

- อาหารกระป๋องมีกลิ่นเหม็นอย่างผิดปกติ
เมื่อท่านเปิดอาหารกระป๋องเพื่อจะนำมารับประทาน สิ่งแรกก่อนอื่นๆ ท่านจำเป็นจะต้องดมกลิ่นของมันดูเสียก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากเกี่ยวกับความปลอดภัยแห่งชีวิต่ของท่าน ถ้าแม้ว่าท่านสูดได้กลิ่นผิดปกติ คือไม่หอม แต่กลับเหม็นตุ ๆ หรือได้กลิ่นเหม็นหืน หรือกลิ่นเหม็นบูดเหม็นเน่า จงอย่าชิมมันเป็นอันขาด ทางที่ดี ควรทำเรื่องร้องทุกข์แจ้งไปยังกองควบคุมอาหารและยาที่กระทรวงสาธารณสุขทันที และอย่าลืมส่งอาหารกระป๋องให้เป็นตัวอย่างสำหรับตรวจสอบและวิจัยต่อไปด้วย

- กระป๋องมีรอยนูน
หรือกระป๋องมีการโป่งออกมา ถ้าท่านเห็นว่าอาหารกระป๋องที่ท่านจะซื้อจากร้านใดร้านหนึ่งมีลักษณะนูนหรือโป่งออกมา ไม่ว่าทั้งกระป๋องหรือเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของกระป๋องนั้น ก็จงรีบวางลงไว้ที่เดิมของมัน หรือถ้าท่านซื้อมาเก็บไว้ที่บ้าน และเพิ่งจะสังเกตเห็นมันเข้า ก็จงรีบส่งกลับคืนไปยังร้านที่ท่านซื้อมาทันที เพื่อว่าเจ้าของร้านจะได้ตรวจสอบกระป๋องอื่น ๆ ที่ผลิตมาจากโรงงานแห่งเดียวกัน เป็นการป้องกันมิให้ลูกค้าอื่น ๆ ที่ไม่รู้เรื่องพากันซื้อไปรับประทานต่อไปอีก แล้วทำให้เกิดเจ็บป่วยกันมากมาย

คราวนี้หากท่านผู้อ่านจะเลือกซื้ออาหารกระป๋องมารับประทาน ในกรณีที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วหรือเลือกซื้ออาหารสด อาหารคลีน (Clean Food) มารับประทานไม่ได้ ลองสังเกตอาหารกระป๋องตามวิธีการข้างต้นนะครับ ท่านจะได้รับประทานอาหารกระป๋องอย่างปลอดภัยและสบายใจ และที่สำคัญอย่าลืมอ่านฉลากและดูวันหมดอายุของอาหารกระป๋องนะครับ