Day 26 : Kyoto Part 2/2 — Osaka Part 1/2 (3/12/16)

สวัสดีครับ ตอนในวันนี้ชื่ออาจจะซับซ้อนเงื่อนพิรอดไปหน่อยนะครับเนื่องจากวันนี้ผมได้ไปมาทั้งเกียวโตและโอซาก้าเลย

เพื่อไม่ให้เป็นการเสีย(ว)ต่อเวลามาเริ่มกันเลยดีกว่า

หลังจากที่ผมได้มาถึงที่ อินาริ (วัดเสาพันต้นนั่นแหละ) เนื่องจากมาได้เช้ามากกกก คนจึงน้อยสุดๆ แต่ก็ยังมีคนนะ ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นซึ่งต้องการที่จะปีนเขา เพื่อนบิ๊วคนญี่ปุ่นได้บอกว่า ปกติใช้เวลาขึ้นไปถึงยอดใช้เวลา 4 ชั่วโมง แล้วลงอีก 4 ชั่วโมงเท่ากับ โอ้โห ทั้งวันไม่ต้องทำ5 เหว อะไรเลย แค่นั้นก็หมดเวลาแล้ว จึงตัดสินใจเป็นแค่ครึ่งทาง(ป่าววะ?) ตามเดิม

ระหว่างเดินไป เพื่อนคนญี่ปุ่นก็ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมมาตลอดๆทาง ตั้งแต่ทางด้านขวา จะเป็นการเขียน เดือนปีที่สร้างขึ้น บางต้นเป็นเสาหินส่วนใหญ่ก็สร้างตอนยุคโชวะ (หรือช่วงรัชกาลที่ 6–7) แต่ถ้าต้นใหม่ๆ ก็คือยุคเฮเซ ไม่เกิน 10 ปีก่อนหน้านี่แหละ อากาศในตอนนั้นเนื่องจาก อินาริ อยู่ในภูเขาจึงมีแต่ความหนาวเหน็บ ตัวก็สั่นสิครับ อยู่ตอนใต้กว่าคานากาว่า ไหนใครบอกว่า อากาศสบายๆฟร่ะ !

แต่ก็ได้ถึงกับอึ้งเพราะเจอคนใส่เสื้อและกางเกงขา แขนสั้น แล้วบ่นว่าร้อน แต่ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมร้อน นางมาเดินป่า ปีนเขา แล้วแต่แปลกใจคืออายุนางน่าจะ 60+ แต่ยังแข็งแรงมากแถมมากับแฟนนางด้วย เป็นคู่สามี ภรรยาที่น่ารักกันมาก

ไอเราก็เดินแล้วถ่ายรูปมาเรื่อยๆ จนเจอทางแยกว่าจะไปต่อหรือกลับ กะวาจะกลับแล้วแต่เพื่อนคนญี่ปุ่นบอกว่าไปอีกนิดนึงจะมีจุดชมวิวจะเห็นวิวเมืองหมดเลย ก็เลยขึ้น

ไป แล้วก็ได้เห็นลักษณะของเมืองที่เหมือนป่าล้อมเมืองเลย ไม่เสียแรงที่เดินขึ้นมาต่อ หลังจากนั้นก็ได้ลงจากอินาริ แต่เกิดการเสียเวลาขึ้นเนื่องจากเจอใบเมเปิ้ล จึงแวะถ่ายรูปกัน ปกติก็ 5 นาทีเสร็จใช่มะ นี่ปาไปครึ่งชั่วโมงคร่าาา อิเสาสวยๆ ไม่ถ่ายมาถ่ายกับต้นไม้

นี่แหละ อีต้นเจ้าปัญหา กว่าจะถ่ายได้ ทั้งตาเหล่เอย มุมไม่ได้เอยอะไรเลย คุณเอ๊ยยยย ไม่ได้มาดูเสาเลย มาถ่ายกับอะไรก็ไม่รู้ อ๊ะพอละ หลังจากนั้นก็เดินลงมา ระหว่างที่เดินไปที่สถานีรถไฟก็ได้เจอร้านโมจิสตอเบอรี่ชิ้นละ 300 เยนก็เลยซื้อมาชิ้นนึง อ๋อลืมบอกไป ขนมขึ้นชื่ออีกหนึ่งอย่างของที่นี่คือขนม Yatsuhashi (ยาซึฮาชิ) เป็นขนมแป้งโมจิแล้วข้างในเป็นไส้ถั่วแดง (หากสมัยใหม่หน่อยจะมีไส้อื่นๆ) เหมาะแก่การซื้อเป็นของฝากมาก แต่หมดอายุเร็วหน่อยนะประมาณ​1–2สัปดาห์ก็หมดอายุแล้วอ๊ะเล่าแค่นี้พอเพราะไม่ได้ซื้อมาฝากหรอก :P มาต่อกันหลังจากนั้นก็ได้ไปมุ่งหน้าไปที่วัดน้ำใส หรือ คิโยะมิสึ แต่ในระหว่างไปบิ๊วก็ได้จองคิวใส่ชุดกิโมโนไว้แถวนั้น ไอเราก็เลยไปรอด้วย (แต่ไม่ได้ใส่นะ) ระหว่างนั้นก็เม้ามอยกับคนแต่งตัว ทำผมไปเรื่อยๆ คือไปตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดประมาณ 9:50 ร้านเปิด 10 โมง จนกว่าจะเสร็จล่อไป 11 โมงคร่าาาา เมื่อบิ๊วแต่งตัวเสร็จก็เกิดความหิวโหยขึ้นมาทันทีทันใดจึงหาร้านกินข้าว เลยขอจัดชุดใหญ่เลย ร้านเปิด 11:30 ไปรอหน้าร้านตั้งแต่ 11:20

โดยสั่งชุด อูด้ง มาเลย ทั้งอูด้งและผักเทมปุระ ชุดนี้ 1600 เยน (เจ้าพระคุณรุนช่อง) ส่วนไข่สามารถตีแล้วเอามาใส่อูด้งหรือข้าวก็ได้

แล้วเพิ่งรู้ว่าที่เกียวโตจะหาราเมงยากมากจะมีแค่โซบะกับอูด้ง เพราะเนื่องจากเกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่า จึงมีแต่ของญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะราเมงนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่ของญี่ปุ่นแต่เป็นของจีน เมื่อกินเสร็จก็ได้ขึ้นไปวัดน้ำใส คนค่อนข้างเยอะ ทั้งคนญี่ปุ่น คนต่างชาติ รวมไปถึงคนไทยจร้าาา ลึ่มล่ำมากมาย อยากจะเข้าไปทักเซย์ไฮด้วยเหลือเกิน

โดยที่นี่ได้เสียค่าเข้า 400 เยน แนะนำให้มาวันธรรมดาคนน่าจะน้อยกว่านี้มาก แล้วตอนนี้ก็อยู่ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีพอดี เลยได้ภาพสวยๆ มาฝากกัน แต่ตรงที่ถ่ายกำลังปรับปรุงอยู่ (มาหลายเดือนละ) คาดว่าปีหน้ากว่าๆ น่าจะเสร็จ (มั้ง 555)

หลังจากนั้นก็ได้มาเจอเพื่อนบิ้วอีกคนนึง พูดภาษาไทยได้ แล้วนางก็จะไปสอบภาษาไทยอยู่ ที่ญี่ปุ่นนี่แหละ โอ้วววว

หลังจากนั้นไม่นานอีก (หลายหลังเนอะมึงอะ) ผมก็ได้ขอตัวกลับมาโอซาก้าคนเดียวก่อน เพราะเดี๋ยวจะไม่ทันนัดกับเพื่อนคนญี่ปุ่นไว้ เลยจะไปเช็คอินก่อน เพราะกระเป๋าหนักเหลือเกิน จากอิขาตั้งกล้องบ้าบอ ก็ได้นั่งสาย Keihan อันเป็นที่รัก เพราะตอนที่มาโอซาก้าก็ใช้บริการอยู่ทุกวันเลย เลยขึ้นตั้งแต่ต้นสายที่ Demashiyanagi จนถึงปลายสายที่โอซาก้าที่สถานีที่ Yodoyabashi โดยนั่งแบบ Rapid Express คือโคตรเร็ว สถานีรถไฟมีทั้งหมด 42 สถานี จอดแค่ 5 สถานีโดยประมาณใช้เวลาเดินทาง 50 นาทีถึง หลังจากนั้นก็มายังสาย Midosuji หรือสายสีแดง ไปยัง Namba เพื่อไปโรงแรม โดยโรงแรมติดใกล้กับสถานีหรือที่ช็อปปิ้งเลยหรือใกล้ Holiday Inn Shinsaibashi เลย แต่ผมนั้นนอน Hostel แต่ที่แปลกคือเมื่อขึ้นไปแล้ว

ไม่มีใครอยู่เลย …

อ้าวเฮ้ยยยย กูมาถูกไหมเนี่ย

ฮันโหลวววว

ไม่มีเสียงตอบรับ ทำไงดีวะเนี่ย กูจะเช็คอินยังไง มีเบอร์โทรแปะไว้ โทรไปไม่มีคนรับสาย โอ้ยยยยยย

แล้วมีอีกใบแปะไลน์ไอดีไว้ไอเราเลยแอดไป

ก็เลยบอกนางไปว่า ผมชื่อ …​มาจาก Agoda


นางก็ตอบมาสั้นๆว่า อ๋อได้เลยห้อง A

ฮ๊ะ !! แค่นั้นหรอ ผมก็เลยตัดสินใจเข้าไป เมื่อเข้าไป

ก็เป็นเตียงสองชั้น เป็นห้องๆ แต่เพดานติดกัน คือไม่ได้ปิดทึบอะไร แต่ไอเราก็ไม่ได้เอากุญแจหรืออะไรไปเพราะไปคนเดียว เผื่อมีคนมาเช็คอินเพิ่มก็เลยแค่วางกระเป๋า แล้วเอาของจำเป็นไป แล้วก็รีบไป Umeda เพื่อไปเจอเพื่อน

แล้วเนื่องด้วยความเป็นอุเมดะ เกิดหลงสิครับ ได้ไลน์ถามเพื่อนว่าอยู่ไหน นางบอกว่า

อยู่ทางออกทิศใต้

ไอเราก็โอเคๆ เมื่อถึง(ซึ่งเลทแล้ว แต่อิเลทไม่ได้เพราะอะไร เพราะงงกับการเช็คอินที่นี่นี่แหละ) ก็เจอป้ายทางออก

ทำไมไม่เห็นมีทิศใต้เลยว่า มีแต่ทางออกเป็นหมายเลข

งงสิครับ อยู่ที่เดียวกันปะวะ เลยโทรหาเพื่อนให้เพื่อนมาหาดีกว่า สรุปคือ เพื่อนรออยู่ที่ JR ป้ายประตูจะเป็นทิศ แต่ของเอกชนจะเป็นหมายเลข โอ้โหคงจะเจอกันอิหอยหลอดดดด หลังจากนั้นก็จะไปกินโอโคมิยากินกัน ซึ่งคราวนี้ผมเพิ่งรู้ว่าร้านอาหารคนญี่ปุ่นก็ไม่รู้ต้องเปิด Google Map ช่วยตลอด เพราะตรอกซอก ซอย มีเยอะมาก กว่าจะเจอร้านเป็นครึ่งชั่วโมงจ้า เมื่อไปร้านก็เกิดอาการผิดหวังอีกเพราะร้านเต็ม จึงต้องเดินหาร้านใหม่ ระหว่างเดินหาตาม Google Map ก็ไปเจอร้าน(อีกร้าน) โดยบังเอิญ เลยตัดสินใจเข้า ไม่หง ไม่หาแล้วแม่งงงง

ระหว่างกิน เม้ามอยก็คุยไปเรื่อยเปื่อยเพราะนางนั้นไปเมืองไทยมา แต่เสียดายที่ผมไม่ได้เจอติดแข่งขัน ERM ที่จะไปสิงคโปร์ รอบนี้ก็เลยแก้มือ มาเจอนางซะเลย อีกทั้งปีหน้าเดือนกุมภา นางติดใจในเมืองไทยก็จะมาเที่ยวอีก ก็เลยบอกไปว่า ถ้าจะมา ให้ติดต่อมาได้นะ (จะไปเป็นไกด์เถื่อนเอง 555) เมื่อกินเสร็จเม้ามอยไม่จบ ก็ได้ไปนั่งร้านสะดวกซื้อแถวนั้น มีโต๊ะนั่ง นางซื้อเบอรเช์เกอร์หมูมากิน นางบอกไม่อิ่ม ข้าวเติมเพิ่มไม่ได้ โอ้โห ส่วนไอเราไม่กินแล้ว ก็นั่งเม้ามอยไปเรื่อยๆ จนถึงสามทุ่มกว่า ก็แยกย้ายกันกลับ พร้อม(สะพาน)มิตรภาพ(ไทย-ลาว) <<< มันใช่มะมึง??? อันดี

หลังจากนั้นก็กลับมาที่ Bamba แล้วขึ้นไปร้าน Book Off เพื่อไปแก้มือหลังจากที่ ikebukuro ไปซื้อแบบญี่ปุ่นมาคราวนี้เลยซื้อ Pokemon Moon มาเลยยยย (แต่มือสองนะ) ได้เล่นภาษาอังกฤษสักทีโว้ยยยย เมื่อซื้อเสร็จก็ได้กลับโรงแรม สรุปมีคนเช็คอินเพิ่มอีกสองห้องแต่ไม่มีใครอยู่ห้องเดียวกับผม ก็จัดการยึดห้องแม่มมม ว่ะฮ่าๆ ก็ได้อาบน้ำแล้วนอนในที่สุด แล้วนี่ก็เป็นวันที่ถามว่าวุ่นไหมก็อาจจะไม่ (แต่ตอนเช้าตรู่วุ่นมาแล้ว ขอพักบ้างงงงง) แต่ก็เป็นวันที่ได้เริ่มมิตรภาพใหม่ๆ อีกหลายคนทั้งเพื่อนคนญี่ปุ่นของบิ๊ว และ เพื่อนคนญี่ปุ่น เอ่อลืมบอกชือไปนางชื่อ Masatomo นะ น่าจะได้เจอกันอีก สำหรับพรุ่งนี้ก็จะไปซื้อของแล้วไปเจอเพื่อนญี่ปุ่นอีกคนนึง หวังว่าคงมีแต่เรื่องดีๆนะ สำหรับวันนี้ก็ขอพอแต่เพียงเท่านี้ พบกันตอนหน้านะ บั๊ยส์ !

dinosong in OSAKA season 2

Like what you read? Give dinosonG a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.