Day 27 : Osaka Part 2/2 (4/12/16)

หั่นโหลวววว คุณผู้โชมมม วันนี้จะมาเล่ากันต่อ ต่อจากเมื่อวานที่ได้ไปนอนโรงแรมที่โอซาก้า เนื่องจากเป็นวันหยุดก็เลยขอตื่นสายๆ สักวัน ก็ตื่นมา 9 โมงกว่า แล้วต้องรีบออกเพราะเช็คเอ้า 10 โมง วิธีเช็คเอ้านี่ยากมาก คุณต้องเอากุญแจแขวนกลับไว้ที่เดิม แล้วนำของออกมาจากห้อง แล้วก็ไปได้เลย ฮะ แค่เนี้ย??​อืม แค่นี้จริงๆ

เนื่องจากว่าที่มาโอซาก้าเพื่อมาพบเพื่อนๆมากกว่า อีกทั้งเวลาเที่ยวแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็กลัวจะไม่ทันเวลา จึงตัดสินใจหาข้าวกินแถวนั้น เลยกินโยชิโนย่าตามเคย แล้วค่อยมาช็อปปิ้งซื้อของตามที่พรีออเด๋อมา เหตุการณ์พีคอะไร ไม่มี๊ ! เพราะโอซาก้าเป็นที่ที่คุ้นเคยมานาน ไม่โง่กันหรอก ยกเว้น อุเมดะ ที่เดียวจริงๆตอนนี้ พอถึงเวลาสักบ่าย 3 ก็ไปที่ อุเมดะ นั่นไง เพิ่งเอ่ยแหม่บๆ พูดไม่ทันขาดคำนะมึง

กว่าจะหาเจอล่อไปเกือบ 4 โมงค่าาาา เนื่องจากตอนนั้นฝนตก GPS คลาดเคลื่อนอีกทั้งอยู่ชั้นใต้ดินด้วย เลยไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ไหน อยู่ใต้ตึกไหนยังไม่รู้เลยคร่าาา จะบ้าตายยย แต่สุดท้ายก็หาเจอกัน แต่ได้คุยแค่ 10–20 นาทีก็จากกัน เป็นเพื่อนคนไทยที่มาเรียนที่จีน แต่มาเที่ยวที่ญี่ปุ่น และวันพรุ่งนี้กำลังจะไปฮ่องกง International ไหมละมึง 5555

เพื่อนผมชื่อ มาย ฮะ เป็นหัวหน้าแก๊งแมนจู ยุคใหม่

เมื่ออำลากันเสร็จผมต้องรีบไปที่สถานีโอซาก้า ซึ่งอยู่ข้างๆ อุเมดะเลย คราวนี้ไม่หลงแล้ว แถมไม่สายแล้วด้วย ได้ไปกิน ซูชิสายพานกับเพื่อนคนญี่ปุ่นชื่อว่า ฟูจิฮาระ ซึ่งผมกับนางได้รู้จักกันตั้งแต่ผมเรียนที่โอซาก้าตอนเมษายน แล้วนางเคยมาไทยด้วยแต่ผมก็ไม่มีโอกาสได้เจอ แล้วได้ข่าวมาว่า นางจะมาอยู่ไทยมาฝึกงาน เป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นด้วย ตั้งแต่ ประมาณเดือนพฤษภาคม จนถึง มีนาอีกปีนึงเลย ยาวป่ะละ ก็เลยชวนคุยโน่นนี่เหมือนเดิม

แล้วมีประเด็นนึงที่คุยคือคำของภาษาโอซาก้าคือคำว่า

Meccha (​めっちゃ)หรืออ่านว่า เม็ดจ้า แปลกว่ามาก เหมือนคำว่า とても (Totemo) แต่ เม็ดจ้าใช้แค่ในแถบคันไซเท่านั้น ที่ถามไม่ใช่อะไรเพราะผมเอาไปใช้ที่แถบคันโต (โตเกียว) นางตกใจกันใหญ่ว่ารู้ได้ไง อิเราก็ตกใจสิ เป็นคำหยาบหรืออะไรเปล่าว่า อ๋อที่ไหนได้ภาษาคันไซ หลังจากนั้นก็ใช้ เม็ดจ้าตลอด แล้วเลิกใช้ก็ต่อเมื่อกลับ 555 รู้สึกมันได้อารมณ์กว่าพูด totemo

เมื่อกำลังกินๆ แต่ไม่ค่อยได้กินหรอก ฝอยมากกว่า ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงอยู่ดีๆ พนักงานเดินมาแล้วบอกว่า

กินเสร็จหรือยังค่ะ คือตอนนี้ข้างนอกคนรอเยอะมากเลย ขอโทษนะคะ

อืมกุรู้ละ นางมาไล่นี่เอง ก็ทำไงได้ก็รีบออกสิคะ พอจะจ่ายเงิน นางบอกว่าไม่เป็นไร เลี้ยง

คุณพระ ผมนี่แทบจะลงไปกราบรถ ไม่สิ ! กราบเพื่อนเลย ขอบคุณมาก (ลาภปากกูไปอีกกกก) หลังจากนั้นก็ไปหาอะไรกินต่ออีกนิด แล้วได้บอกว่าเดี๋ยวไปสัก 19:00 ค่อยไปขึ้นรถไฟ ทันๆแหละ ก็นั่งฝอยๆ ไปแต่คือหนาวมากกก เพราะเป็นกลางแจ้งคร่าาาา โอ้โห มีฮีตเตอร์ก็จริงไม่ช่วย เปี้ย อะไรเล้ยยยย สั่น~~~ ไปหมด จน 19:00 นางถามว่า จะไปเลยไหม — อีกแปปนึงละกัน 19:30 ก็ได้ คือกำลังฝอยคุยมันมาก (เอ๊ะ หรือคุยช้าวะ เพราะนึกคำไม่ออก555) จนถึง 19:30 ก็ออกจากร้าน ไปเข้าห้องนง ห้องน้ำ กว่าจะทำอะไรเสร็จเกือบ 19:40 ขึ้นรถไฟถึงShin-Osaka 19:50 กำลังจะเข้าเกจของรถไฟชินคันเซ็นละ สอดบัตรเข้าไป อยู่ดีๆ ประตูปิดซะงั้น ทำไมกัน !! กูซื้อผิดหรอ ไม่นะ ก็ถูกหนิเลยไปเพื่อน ซึ่งมาส่ง นางเลยไปถาม พนักงาน พนักงานบอกว่า อ๋อใช้คู่บัตร IC นะ ก็โอเคเพราะเรามีพอดี กำลังจะขึ้นรถไฟรอบ 19:56 ละ เอ๊ะ ชิบหายยย ลืมซื้อของฝากกกก ก็เลยแวะซื้อคือที่สถานี Shin-Osaka หากใครลืมซือของฝากทั้งจาก Osaka Kobe Nara Kyoto มาซื้อที่นี่ได้เลย มีให้ทุกอย่าง วันสต็อปเซอหวิด ไปอีกกกก แต่คนเยอะมากกก กว่าจะเสร็จเกือบ 20:04 นาทีซึ่งรถไฟมา 20:06 ก็ได้ขึ้นมาที่ชานชลา แล้วก็หาตู้รถโดยสาร (ที่คนส่วนใหญ่เรียกผิดว่า “โบกี้”​ ซึ่งมันผิดนะคะ”) เพราะผมนั้นซื้อตั๋วแบบไม่จองที่นั่ง แต่ผมจำไม่ได้ว่ามันอยู่ตู้ไหน ผมขึ้นบันไดมามาโผล่ประมาณตู้ที่ 7 ผมเลยวิ่งไปที่หลังสุดไล่ดูตั้งแต่ตู้ที่ 15 ก็ไม่ใช่มาเรื่อยๆๆ วิ่งๆๆๆ เพราะรถจะมาแล้ว จนมาเห็นตรงตู้ที่ 3 ค่าาา ว่าอยู่นี่ คือตู้ที่ 1–3 จะเป็นสำหรับคนไม่ได้จองที่นั่ง ซึ่งถ้าชั่วโมงเร่งด่วนหรือวันหยุดตู้นี้จะแน่นมากกกก โอ้โหแล้วคิดดูวิ่งตั้งแต่ 7 ไป 15 แล้ว 15 ย้อนไป 3 คุณพระคุณเจ้า แล้วทั้งหมดเกิดขึ้นภายใน 2 นาทีค่าคุณผู้โชมมม !!!

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟ เที่ยว 20:06 ขบวน Nozomi (N700) ซึ่งจะถึง Shin-Yokohama ตอนประมาณ​ 22:15 ก็สองชั่วโมงพอดี ระหว่างอยู่บนรถไฟก็หลับสิคะ จะให้ทำอะไรก็เลยตั้งนาฬิกาปลุกที่ นาฬิกาข้อมือ เพรากลัวเลยจ้ะ ไม่อยากพีคแล้ว เมื่อถึง Shin-Yokohama ก็ต้องต่อรถไฟไปอีกเพื่อไป Yokohama ซึ่งเราไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย รวมอยู่ในตั๋วชินคังเซ็นแล้ว สามารถทรานเฟอร์ได้เลย โดยต่อรถสองต่อ สามต่อก็ไม่เสียเงินอะไร แต่ประเด็นคือกว่าจะถึง 23:00 เข้าไปแล้ว โดยกำลังจะออกจากสถานี Fujisawa เพื่อไปรถไฟท้องถิ่นกลับหอ โดยสอดบัตรชินคังเซ็นเข้าไปอยู่ดีๆ ประตูปิดลง อ้าวไม่ให้ออกเฉย หรือเออเร่อวะ ทำไมกัน ลองใหม่ดิๆ ก็ยังปิดอยู่ดี หรือมาสายนี้ไม่ได้วะ? เลยถามเจ้าหน้าที่ ยื่นตั๋วให้

200 เยนคะ

อ๋อโอเคอยู่ เสียเพิ่มนิดหน่อยนึกว่าจะมีอะไรสักอีก ใจหายใจคว่ำ

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟตามปกติ กว่าจะถึงหอห้าทุ่มครึ่งแล้ว ซึ่งปกตินี่คือเวลานอนแล้ว เป็นไงละมึง บอกทันๆ ดึกเลยอิห่าาาา กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไป เที่ยงคืนครึ่ง

และนี่แหละก็เป็นประสบการณ์อีกแบบนึง ที่ไม่ได้พีคอะไรเหมือนเคย (ดีแล้วววว) แต่มีทั้งความเหนื่อยในการหาเพื่อน และ วิ่งขึ้นหาตู้รถ แล้วก่อนนอนผมก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เหมือนเดิมพร้อมเวลาสำรองตอน 6:10 เผื่อสายแล้ว เป็นไงละ กูต้องไม่พลาดดด หลังจากนั้นก็ได้นอนหลับไป

แล้วนี่ก็เป็นอีกหนึ่งวันนะครับที่ผมเอามาแชร์กัน พรุ่งนี้จะเป็นยังไง แต่พรุ่งนี้นั้นบอกเลยว่ามี Combo มาอีกแล้ว 5555 สำหรับวันนี้ก็ขอพอแต่เพียงเท่านี้ บายยยส์

dinosong on the bed ZzzZzzzZZZzzz

Like what you read? Give dinosonG a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.