ฉันจะไป “ABC “

ฉบับเตรียมตัว เตรียมใจ

…จะไป Trekking ที่ ABC ที่ Nepal จะต้องเตรียมอะไรยังไงบ้าง? อันนี้จะขอเขียนจากประสบการณ์ตรงที่ได้ไปมาในช่วงเดือนตุลาคม (เราไปวันที่ 14–24 ตุลาคม) ซึ่งเจอเรื่อง เซอร์ไพรส์หลายอย่างในทริปนี้ ในบล็อกนี้ จะขอพูดถึงการเตรียมตัวก่อนจะไป ทั้งเรื่องการเตรียมร่างกาย ชุดอุปกรณ์ต่างๆ เพราะ ABC. ไม่ได้ง่ายเหมือนชื่อเพลง 🤣 คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับผู้ที่สนใจ โดยจะขอแบ่งเป็นตามหัวข้อดังนี้ครับ

  • การจองทริป

เราได้จองทริปกับ บริษัท Nepal Horizons treks ตามเวบไซต์ https://www.nepalhorizontreks.com โดยมีพี่หนุ่ม เจ้าของร้านอุปกรณ์เดินป่า Phuket outdoor https://www.facebook.com/pkodshop ณ จังหวัดภูเก็ต เป็นคนติดต่อกับทางบริษัทให้และเดินเรื่องทุกๆอย่างให้ ต้องขอขอบคุณพี่หนุ่มมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากสนใจสามารถติดต่อโดยตรงกับทางเวบไซต์เลย ทริปที่เราไปคือ เดินไป-กลับ 8 วัน ซึ่งเราสสามารถเลือกจำนวนวันเองได้ ลองแพลนและปรึกษาทางเค้าได้เลย ซึ่งเค้าก็จะจัดแจงไกด์และลูกหาบตามจำนวนความเหมาะสมของกลุ่ม โดยกลุ่มของเรามีทั้งหมด 14 คน เลยได้ไกด์ 2 คน และลูกหาบ 8 คน ขอแอบเชียร์หน่อยว่าดีมากทั้งไกด์และลูกหาบตลอด 8 วัน รู้สึกเหมือนเพื่อนพี่น้องกันเลย ดูแลเราดีมากๆ คุณ Dipendra Bhatta เจ้าของ Nepal Horizons อายุน้อยร้อยล้านใจดีมาก วันสุดท้ายยังพาพวกเราไปเลี้ยงมื้อค่ำ แถมยังมาส่งพวกเราที่สนามบินในวันกลับ ประทับใจสุดๆ จริงๆ

คุณ Dipendra Bhatta. ผู้ดูแลเราตลอดทริป


  • การขอวีซ่า

ไปเนปาลต้องใช้วีซ่า เป็นวีซ่าแบบนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถทำได้ที่สถานทูตเนปาล รายละเอีดตามเวบไซต์ http://www.nepalembassybangkok.com เราทำวีซ่าประเภทท่องเที่ยว 15 วัน ราคา 900 บาทต่อคน ไปยื่นเรื่องวันศุกร์ และไปรับวันจันทร์เลย เร็วมาก ( 14 คน ) หรือ จะไปทำที่ ตม. สนามบินเนปาลก็ได้ แต่กลัวจะวุ่นวาย เลยทำให้เสร็จตั้งแต่ที่นี่ไปเลย


  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ

ในส่วนของตั๋วเครื่องบินไปกลับพี่ๆเราจองตั๋วของการบินไทย โดยจองกันล่วงหน้าหลายเดือนอยู่เลยได้ตั๋วถูก ไป-กลับ ประมาณ 13,000 บาท สิ่งที่ชอบอย่างหนึ่งคือ อาหารบนเครื่องดีมาก แนะนำอย่างยิ่ง อยากได้ราคาถูกต้องแพลนและจองล่วงหน้านะจ๊ะ ❤️


  • ประกันการเดินทาง

ประกันการเดินทาง ต้องทำด้วยเหรอ ? จำเป็นมากครับ ! การไป ABC. ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เดินวันนึงเฉลี่ยประมาณ 15–16 กิโลเมตร แล้วส่วนใหญ่เป็นทางชัน ขึ้น-ลงภูเขาเป็นลูกๆ ไหนจะสภาพอากาศที่เดายาก ที่เราไปเจอครบเลย ร้อน แดดออก ฝนตก หนาว ติดลบ ไหนจะพอขึ้นสูงขึ้นอากาศออกซิเจนก็จะน้อยลง ทำให้หายใจลำบาก ในกลุ่มของเราไม่สบายกันเป็นแถบๆ ซึ่งจริงๆแล้ว เราก็บอกไม่ได้ว่าสุขภาพตอนนั้นเราจะเป็นอย่างไร อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นทำไว้เถอะครับ เราซื้อประกันการเดินทางของอะลิอันซ์ แพคเกจ Common sense. ราคา 890 บาท ต่อคน ค่ารักษา 2 ล้าน เสียชีวิต 3 ล้าน รวมกู้ภัยฉุกเฉินมีเฮลิคอปเตอร์บริการยามฉุกเฉินด้วย หากหมอวินิจฉัยว่าต้องใช้บริการ คุ้มมากๆ ซื้อเถอะ 😊


  1. เครื่องแต่งกาย /อุปกรณ์ต่างๆ

ทริปนี้เป็นทริปแรกของเราในการ Trekking. ต่างประเทศ เลยศึกษาข้อมูลต่างๆไว้พอสมควร และสิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ค่าเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่างๆ มันพอๆกับค่าทริปทั้งหมดเลยทีเดียว 🤣 แต่อย่างว่า ณ ตรงนั้นทุกอย่างต้องดี และปลอดภัยจริงๆ การลงทุนกับเรื่องพวกนี้จึงมีความจำเป็น คิดซะว่าซื้อครั้งเดียว ก็ได้ใช้ไปอีกนาน โดยเราจะขอแยกเป็นหมวดหมู่ดังนี้ อนึ่งการจัดเตรียมของเราอาจเหมาะกับตัวเรา สามารถเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละคนได้

เสื้อ/กางเกง
  1. เสื้อและกางเกงลองจอน – อย่างละ 1 ตัว
  2. เสื้อฟลีซ 2 ตัว (พอจริงๆ ได้ใช้แค่ตัวเดียว)
  3. เสื้อขนเป็ด 1 ตัว
  4. เสื้อ Airism 2 ตัว
  5. กางเกงกันลม 1 ตัว
  6. กางเกงขายาวเดินป่า 1 ตัว ( ได้ใส่แค่ 2 วัน)
  7. กางเกงวอร์ม 1 ตัว (ได้ใส่แค่ วันแรก )
  8. กางเกงขาสั้น 1 ตัว. (ใส่คู่กับลองจอน)
  9. เสื้อยืดธรรมดา 2 ใส่นอน ( ได้ 2 วัน)
  10. เสื้อคอเต่า ใส่นอน (ดีมาก)
  11. กางเกงในกระดาษ เซเว่น ( 3 แพค)
  12. เสื้อกันฝน (ซื้อที่นู่น ดีมาก)
รองเท้า/ถุงเท้า
  1. รองเท้าวิ่ง Nike สำหรับใส่วันเดินทางไป-กลับ
  2. รองเท้า Trekking ของ Merrell
  3. รองเท้าแตะ. (ซื้อที่นู่น )
  4. ถุงเท้า Heat tech 2 คู่
  5. ถุงเท้าธรรมดา 5 คู่
เครื่องแต่งกายอื่นๆ
  1. หมวกกันหนาวของ Columbia. 1 ใบ
  2. ผ้า Bluff 2 ผืน (ใส่สลับวัน)
  3. ผ้าพันคอ 1 ผืน (ไม่ได้ใช้)
  4. ถุงมือไหมพรมบาง 1 คู่
  5. ถุงมือหนา 1 คู่
  6. แว่นกันแดด. 1 อัน
  7. ปลอกแขน 2 ชุด (จริงๆ ชุดเดียวก็ได้ )
  8. หมวกแคปกันแดดแบบมีปิดด้านข้าง 1 ใบ
อุปกรณ์ต่างๆ
  1. ไฟฉายคาดหัว (จำเป็นเวลาเข้าห้องน้ำกลางดึก) 1 ชุด
  2. ทิชชู่เปียก ( จำเป็นมาก ใช้เช็ดหน้ายันเช็ดก้น เพราะน้ำเย็นเฉียบมากๆ ยิ่งเจออุณหภูมิติดลบไม่ต้องพูดถึง ส้วมส่วนใหญ่เป็นส้วมซึม สะดวกที่สุด 1 แพค ใหญ่ๆต่อ 1 คน เหลือพอ )
  3. กระบอกน้ำ 1–2 กระบอก (สำหรับพกไว้ในการเดินทาง มันเหนื่อยมาก และยิ่งขึ้นที่สูงมากกว่า 2,000 เมตร ขึ้นไป ออกซิเจนเริ่มเบาบาง น้ำช่วยเพิ่มออกซิเจนได้มาก ดื่มอั๊กๆเข้าไปเลย )
  4. อุปกรณ์อาบน้ำ ( สำหรับสบู่ แนะนำให้เป็นสบู่เหลว จะสะดวกไม่เลอะเทอะเวลาเก็บ เพราะเราจะนอนแต่ละที่แค่คืนเดียวเท่านั้น )
  5. ถุงนอน (เชื่อเหอะ ว่าพกไป หนาวจนสุดกึ๋นจริงๆ แต่เราไม่ได้ใช้นะ เราใส่เสื้อขนเป็ดแล้วห่มผ้าห่มของ รร. )
  6. ครีมกันแดด 1 หลอด ( เหลือๆ )
  7. ผ้าขาวม้า 1 ผืน (อาบน้ำ/เช็ดตัว )
  8. ยาต่างๆ โดยเฉพาะ ยาคลายกล้ามเนื้อ/ยาลดไข้/ยา Diamox สำหรับโรค AMS หรือโรคแพ้ความสูง เกิดขึ้นได้เมื่อขึ้นถึงความสูง 2000 เมตรขึ้นไป ซึ่ง ABC คือ 4,000 กว่าๆ อาการคือเวียนหัวปวดหัว เบื่ออาหาร และอาเจียน ( อันนี้แล้วแต่คน เราไม่เป็น แต่พกไว้ กันไว้ดีกว่า )
  9. กล้องถ่ายรูป/อุปกรณ์อีเลคโทรนิคต่างๆ/ที่ชาร์ตแบตต่างๆ/ถ่านไฟ/พาวเวอร์แบงค์ แนะนำแบบ 20000 มิลลิแอมป์ นำขึ้นเครื่องได้ สำรองไฟได้นาน ตาม รร จะเเย่งกันชาร์ตไฟมากๆ ใช้แบบนี้ สามวันชาร์ตที
  10. Trekking pole เราไปซื้อที่นู่นเลย ราคาถูกมาก
  11. ไม้แขวนเสื้อ/ตัวหนีบ ที่ตากผ้าจะมีแค่หน้าห้องตัวเองเป็นส่วนใหญ่ การมีไม้แขวนเสื้อจะเป็นอะไรที่ประหยัดเนื้อที่ได้มาก เราซื้อไม้แขวนแบบพับ มีขนาดเล็ก พกพาง่าย
  12. ถุงดำใส่เสื้อผ้าใช้แล้ว
กระเป๋า

เราใช้สองกระเป๋า คือ Backpack และกระเป๋า Daypack ( ใช้เป้ธรรมดาเลย) โดยจัดกระเป๋าแบบนี้

  1. Backpack (สีเหลือง)

เราใช้ Duffle bag เพราะง่ายต่อการใส่และหยิบของออกมา โดยจะใส่เสื้อผ้าที่ใช้วันอื่นๆ ชุดนอน ของอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ระหว่างการเดินเท้า โดยจะมีลูกหาบเป็นคนแบกระหว่างการเดินทางตลอด

2. Daypack (สีดำ)

เป้ที่เราต้องสะพายเองระหว่างวัน ใช้ใส่เสื้อผ้าที่เป็น Layer ถอดเข้าถอดออก เช่นเสื้อฟลีซ เสื้อขนเป็ด เพราะบางจุดอุณหภูมิจะต่างกัน เช่น เดินสองวันแรกตอนเช้าอากาศจะร้อน ยิ่งเดินด้วยแล้ว แต่พอช่วงเข้าป่าทึบจะหนาว หรือ วันที่อยู่ MBC อากาศหนาวหิมะตก ตอนเริ่มเดินก็ใส่จัดเต็มเสื้อขนเป็ด แต่เดินไปสักพักก็จะร้อน ก็ต้องถอดเก็บอะไรประมาณนี้ และนอกจากนั้นยังมี หมวก กระติกน้ำ กล้องถ่ายรูป ขนมนิดหน่อยกันหิว โดยเฉพาะพวกชอคโกแลตแท่ง ช่วยได้ทีเดียว และที่ขาดไม่ได้คือพาวเวอร์แบงค์ สามารถชาร์จโทรศัพท์ระหว่างทางได้


  • การแต่งตัว

การแต่งตัวแต่ละวันจะไม่ค่อยเหมือนกัน อุณภูมิและอากาศที่นี่ค่อนข้างเดายาก อย่างเรื่องหิมะ ในเดือนตุลาคม นี้ ไม่ค่อยจะเจอ แต่เราเจอเฉย หรือฝนที่จู่ๆจะตก ก็ตก โดยการแต่งตัวจะขอเอาที่ตัวเองแต่งในแต่ละวันมาให้ดูกัน โดยขออนุญาตใช้ตัวเองเป็นนายแบบนะครับ 🤣

วันแรกๆ อากาศจะหนาวธรรมดา มีแดดแรง เวลาเดินจะร้อน เหงื่อท่วม ก็จะประมาณนี้
  1. กางเกงวอร์ม
  2. เสื้อ UNIQLO รุ่น Airism ดีมาก ติดใจเลย ใส่สบาย ระบายเหงื่อ และแห้งเร็ว สามารถซักแล้วตากข้ามคืนได้เลย ถ้าไม่แห้งก็หนีบตากไว้กับเป้ตอนเดิน
  3. รองเท้า Hiking ของ Merrell
  4. แว่นกันแดด
  5. ปลอกแขน
  6. ผ้า Bluff
  7. กระเป๋าเล็กๆ สะพายเอว ไว้ใส่ของจิปาถะ
ถ้าร้อนๆหน่อยก็มีหมวกแคปที่มีผ้าคลุม กางเกงบางวันก็เปลี่ยนเป็นกางเกงเดินป่า โดยรวมอากาศคือหนาวนะครับ พออยู่เฉยๆ จะหนาวทันที แต่ตอนเดินจะร้อนมาก

เช้าๆ อากาศจะหนาวมาก อยู่นี่ประมาณ 7–8โมงเช้าก็เริ่มออกเดินกันแล้ว การเดินช่วงแรกๆ อาจใส่เสื้อฟลีซกันหนาวไว้ก่อน เราใช้ของ UNIQLO.(มันหนาวมากจริงๆ ) แล้วค่อยถอดเก็บเมื่อรู้สึกร้อน

และเมื่อหนาวๆสุดๆ ขนเป็ดก็ต้องมา พร้อมถุงมือ. ตอนนี้อยู่ที่ Himalayas ยังไม่มีหิมะแต่หนาวสุดๆ ช่วงแรกในตอนเช้า ใส่ขนเป็ดเดินได้เลย เราใช้ขนเป็ดของ UNIQLO. เอาอยู่นะ

และเมื่อมีหิมะ …. การใส่เสื้อผ้าแบบ Layer จึงเข้ามา คือ เสื้อลองจอน จาก UNIQLO รุ่น Heattech Ultra warm -> เสื้อฟลีซ + ถุงมือ + หมวกจาก Columbia. + ผ้าผันคอแบบครอบหัว UNIQLO

บางทีแค่ฟลีซก็เอาไม่อยู่ ก็ต้องเป็น เสื้อลองจอน – > เสื้อฟลีซ – > เสื้อขนเป็ด

ส่วนท่อนล่าง กางเกงในกระดาษ – > กางเกงลองจอน – > กางเกงขาสั้น/กางเกงกันลม จาก UNIQLO ถึงเท้า Heattech จาก UNIQLO

ถ้าฝนตกขึ้นมาก็ต้องเสื้อกันฝน ซื้อที่นู่นดีมาก ข้อดีคือเสื้อกันฝนสามารถกันลมได้ด้วย แก้หนาวได้พอสมควร และตัวนี้สามารถคลุมเป้ได้ด้วย มีซิปเปิดด้านข้าง

เวลาเดินสัมภาระจะประมาณนี้ กระติกน้ำ และ Trekking pole จำเป็นมาก ถุงเท้าหรือเสื้อผ้าอะไรที่ซักไว้แล้วไม่แห้ง ก็หนีบเป้ไป

จากการเดินทั้งหมด เสื้อผ้าที่รู้สึกว่าคุ้ม คือ

  1. เสื้อลองจอน/กางเกง โดยเฉพาะกางเกงสามารถใส่แล้วเอากางเกงขาสั้นทับ เดินสบายมาก
  2. เสื้อ Airism ใส่สบายที่สุด ทั้งทริปเอาไปสองตัวก็พอใส่สลับ ซักทุกวัน เวลาซักใช้สบู่ซักก็ได้ แห้งเร็วอีกต่างหาก ทริปหน้าคิดว่าจะใช้แต่รุ่นนี้
  3. เสื้อฟลีซ/เสื้อขนเป็ด
  4. กางเกงขาสั้น
  5. กางเกงกันลม
  6. เสื้อกันฝน
  7. กางเกงในกระดาษ

และที่รู้สึกว่าสำคัญที่สุด คือ รองเท้า ถ้าหากจะจ่ายเยอะกับอะไร ให้จ่ายกับรองเท้าเลย เพราะ มันสำคัญที่สุด เท้าเจ็บ หรือเป็นอะไรขึ้นมา จบกันทันที นะครับ ! เท้าคือเพื่อนแท้และเพื่อนตายจริงๆ เราใช้รองเท้า Hiking ของ Merrell ซึ่งมีนวัตกรรม Gore- text กันน้ำด้วย และใส่สบายมาก ตลอด 8 วันที่เดินไม่มีอาการปวดเลย มีแค่ตึงๆ เมื่อยๆ ดีจริงๆ ❤️🚶🏻‍♂️🏔


  • อาหารการกิน

อาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมือง เช่น ดัลบัต แกงกะหรี่ต่างๆ หรือมื้อเช้าก็จะเป็น breakfast ที่เป็นขนมปังและไข่ดาว รสชาติอาหารของเนปาลส่วนใหญ่จะคล้ายๆอาหารอินเดีย แต่จะมีรสจืดกว่ามาก อาหารไม่ค่อยมีรสจัด และกลิ่นเครื่องเทศจะแรง และที่สำคัญ ไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ จะเป็นผักๆแป้งๆ ส่วนใหญ่ ยิ่งข้างบนๆ จะหาเนื้อสัตว์ยากมาก ถ้าเป็นคนติดอาหารไทยมากๆ คงไม่ถูกใจ ใน 5 วันแรก พี่ๆในทริปหลายคน ถึงขั้นกินไม่ได้ ต้องทำมาม่า หรือกินผลไม้แทน บางคนพกซอสแมกกี้ อะไรมา แนะนำให้พกพริกน้ำปลา มา แต่ถ้าอยากเสพรสชาติอาหารพื้นเมือง ก็ดี ส่วนตัวเราไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เราชอบอาหารอินเดียอยู่แล้ว เลยสบาย อาหารแต่ละวันจะประมาณนี้

จากบนซ้าย ไป ขวา บน-ล่าง

  • ผัดหมี่+ไข่ดาว (จืดๆ)
  • Korean noodle (เหมือนมาม่าๆ มีรสจัดขึ้นมาหน่อย
  • Breakfast ขนมปัง +ไข่ดาว
  • ขนมปัง +ผัดมันบด + กาแฟ (อร่อย)
  • Gurung + ไข่ดาว ( เหมือนปาท่องโก๋ อร่อยดี กินกับชาร้อน )
  • Dalbhat ดัลบัต อาหารพื้นเมืองยอดนิยม สามารถเติมได้ ไม่อั้น คนที่นั่นจะใช้มือเปิบกินกันเลย คล้ายๆถาดหลุมบ้านเรา
  • ผัดหมี่ ที่แสนจืด 🤣
  • ข้าวผัดเครื่องเทศ (อันนี้อร่อย)

  • เตรียมกาย

จบทริปนี้ รู้สึกเหมือนได้ไปเช็คร่างกาย 🤣 เป็นทริปพิสูจน์สุขภาพจริงๆ การเตรียมกายสำหรับเรา ไม่มีอะไรมาก วิ่ง ทุกๆวัน ออกกำลังกาย เข้ายิม หรือยังไงก็ได้ แต่แนะนำไห้วิ่งลู่ชันๆ หรือเดินชัน ก็ดี คือเราเข้ายิมประจำอยู่แล้ว เลยรู้สึกโอเค อาจมีเมื่อยๆ ตึงๆ ปวดๆบ้าง ถ้าไม่เคยออกกำลังกายเลย แนะนำครับ เพราะไม่งั้นร่วงแน่นอน ระยะทางที่ไกลมาก ชันมาก สภาพอากาศที่แปรปรวน ควรเตรียมแต่เนิ่นๆ ก่อนซัก 4–5 เดือนก่อนไปก็ยังดี


  • เตรียมใจ

ไม่มีอะไรมากครับ “ หิมาลัยเดินด้วยใจ” ถ้าใจมันเรียกร้อง ไปเถอะครับ 🤟


  • เตรียมตังค์

เราแลกเงินที่ร้าน Super rich ในไทย สกุลเงินเค้าคือ รูปี เตรียมไปนิดหน่อย เลยต้องมีการกดเพิ่ม 🤣 จริงๆของที่นี่ค่อนข้างถูก(ในตัวเมือง) แต่พอเดินขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆ ราคาของจะแพงขึ้นตาม ความสูง แต่ตลอด 8 วันที่เดินมา ก็ไม่ค่อยได้ซื้ออะไร เพราะอาหารหลักรวมไปกับค่าทริปแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เหลือ คือของกินอื่นๆ และจิปาถะ ดังนี้

  1. ค่าเติมน้ำดื่ม – เฉลี่ยแต่ละที่ ประมาณเติมครั้งละ 100 รูปี
  2. ค่าชาร์ตแบตต่างๆ- ประมาณ 200–300 รูปี
  3. ค่า wi-fi แต่ละ รร ประมาณคืนละ 300 รูปี
  4. ค่าอาบน้ำร้อน ประมาณครั้งละ 100 -300 รูปี
  5. ค่าชา-กาแฟ ประมาณ 100 รูปี
  6. ค่าน้ำอัดลม ประมาณ 200–400 รูปี
  7. ค่าขนม ช็อกโกแลตแท่ง ประมาณ 200–300 รูปี
  8. ค่าทิปไกด์และลูกหาบ คนขับรถต่างๆ (อล้วแต่ตกลงกัน )

อันนี้คือ ของเราคนเดียว เป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้เกือบทุกวัน ก็จะประมาณนี้


สำหรับการเตรียมตัว และสิ่งที่จะต้องเจอก็จะมีประมาณนี้ หากตกหล่นอะไร คอมเม้นเพิ่มเติมกันได้นะครับ หวังว่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย รีวิวภาพระหว่างการเดินทาง จะมีมาให้ชมกันต่อไป ติดตามกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ❤️

ขอให้สนุกกับการเดินทาง

Just Travel Or Die . 🍁🗻🏔