รีวิว Thinkpad X1 Carbon gen 7 หลังจากใช้ครบ 1 เดือน
หลังจากเครื่องเก่า Thinkpad X60 จอพัง เลยต้องสั่งเครื่องใหม่ ก็มีปัญหาว่าจะเอาตัวไหนดี เลยเข้าไปดู spec ของ X1 Carbon แล้วเจอว่ามันลดช่วงโปรไปหมื่นนึงจากราคาเต็ม 6X k เหลือ 50k เลยรีบจัดแบบไม่ลังเล เพราะคิดว่าไหนๆก็ไม่ได้ซื้อคอมใหม่นานหลายปีแล้ว รอบนี้จัดตัวท็อป อยู่ยาวๆไปเลย ตอนแรกไปมองๆ Macbook Pro อยู่เหมือนกัน แต่ปัญหาคือ Feeling การพิมพ์ไม่ได้เลย keyboard แบบตื้นมาก ไม่ชิน เลยกลับมาจัด Thinkpad เหมือนเดิม อีกอย่างไม่ต้องปรับตัวกับ OS ใหม่ด้วย เพราะงานเราส่วนใหญ่จะเป็นงานเอกสารอยู่แล้ว ไม่ได้เขียน code หรือเน้นกราฟิก

สเปคเครื่องผม custom เพิ่มเองนิดหน่อย
- I5 →I7 8685U
- SSD 128 →256GB
- Ram 8 → 16GB
- Win 10 Home → Win 10 Pro
- Ethernet dongle
ที่เหลือเดิมๆ หลังๆ Lenovo ให้ลูกค้า custom spec เองได้นี่ดีงามมาก จากสมัยก่อนที่ทำเองไม่ได้ ต้องให้ dealer สั่งให้ ซึ่งบวกยับ

อ้อ ผมได้สั่งฟิล์มจาก DBrand มาติดเพิ่มด้วย เพราะคนใช้ Thinkpad จะรู้ว่ามันเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก ถ้าไปเจอลูกค้าแล้วเราหยิบคอมที่เต็มไปด้วยรอยนิ้วมือนี่บางทีก็เขิลๆนะ แถมใช้ไปนานๆมันจะลอกเละเทะมาก แต่ผิวสัมผัสคล้ายๆยางนี่ผมก็ชอบนะ แค่ขี้เกียจเช็ดคอมก่อนไปทำงานทุกเช้าแค่นั้นเอง เลยตัดปัญหา ติดฟิล์มซะเลย

ok เข้าเรื่องเลย หลังจากใช้มา 1 เดือนเต็ม มี feedback ประมาณนี้
Pro
- เนื่องจากวัสดุเครื่องทำมาจาก Carbon fiber จึงบางเบามาก 1.03 โล พกง่าย
- งานประกอบดีมาก ถึงเครื่องจะหนักแค่โลเดียว แต่การจับถือนี่แน่นมาก ไม่มียุบหรือกรอบยวบยาบๆ สมราคาตัวท็อป
- fast charge ดีงาม 1 ชั่วโมง แบตก็เต็มแล้ว (adapter 45watt นะ ถ้าได้ 65watt จะเร็วกว่านี้)
- แบต หน้าเว็ปเคลมใว้ 18 ชั่วโมง ใช้จริงๆ เปิดความสว่างใว้ครึ่งเดียว ใช้งาน 9.00–18.00 แบตลดไปครึ่งนึง ถือว่า ok เลย (ใช้แค่ outlook,chrome,word,exel,power point) แถมมีเซตได้ว่า ถ้าความจุแบตอยู่ในช่วง 70–100 ไม่ต้องชาร์จ ให้ใช้ไฟตรงจาก adapter ได้เลย ซึ่งช่วยถนอมแบตในระยะยาว เพราะ cycle count จะน้อยลงมาก และจากผู้ใช้ต่างประเทศรีวิว บอกว่าถ้าให้แบตเก็บประจุใว้ประมาณ 70–80% อายุการใช้งานของแบตจะเพิ่มขึ้นมากกว่าการชาร์จแบตให้เต็ม 100% ตลอดเวลา
- Bloat ware(appที่ติดเพิ่มมาจากโรงงาน นอกเหนือจาก windows)น้อยมาก มีแค่ App Lenovo Vantage bundle เข้ามาเท่านั้น ซึ่งสะดวกในการ update driver และปรับแต่งค่าต่างๆของเครื่องดี
- Keyboard ให้ Feeling ในการพิมพ์ดีงามที่สุด ในบรรดา Business Laptop เลย มาพร้อมไฟ backlite ช่วยพิมพ์ในตอนแสงน้อย
- หน้าจอสว่าง 400 nitts สว่างแบบแสบตา ต้องหรี่ลงครึ่งนึงเลย
- ใช้งานปกตินี่แทบไม่ร้อนเลย พัดลมแทบจะไม่กระดิก วัดได้ราวๆ 38–40 c
- เปิดใช้งานตามที่สาธารณะนี่ไม่โหลแน่ๆ (อันนี้คิดไปเอง)
- ที่สำคัญ อัพเกรดความจุ ssd แบบ m.2 PCIe ขนาด 4 เลนเพิ่มได้ อนาคต 1TB น่าจะเหลือ 2xxx-3xxx แน่ๆ
- jack หูฟังย้ายมาทางซ้ายแล้ว ไม่เกะกะ เพราะ Gen 6 มันดันอยู่ทางขวา
- พอร์ตการเชื่อมต่อให้มาครบๆ อาจต้องซื้อหัวแปลง hdmi → vga เพิ่มสำหรับสายพรีเซ้นต์ และสาย engineer อาจต้องซื้อ Ethernet dongle เพิ่ม
- เปิดจอได้ด้วยมือเดียว อันนี้ความชอบส่วนตัว(gen6 ต้องใช้สองมืออยู่)
- เบากว่า gen6 เล็กน้อย และโลโก้เปลี่ยนเป็นสีดำเงาแทนสีเงิน
- look ดูแบบ Professional + Business Man มากเวลาใช้งาน
- scan นิ้วเข้าเครื่องเร็วมากกก
- มีที่เปิด ปิด กล้องเว็ปแคม ช่วยเรื่อง Privacy ได้
- Mic เก็บเสียงพูดดีมาก

Con
- เวลาเครื่องโหลดหนักๆ ลมร้อนเป่าออกมาทางขวา เวลาใช้เมาส์มือจะอุ่นๆ ใช้นานๆเริ่มร้อน
- เครื่องเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก ถ้าขี้เกียจเช็ดให้เสียตังซื้อฟิล์มมาติดเพิ่ม (ให้เลือกฟิล์มยี่ห้อดีๆหน่อย ที่ใช้วัสดุของ 3M แบบลอกแล้วไม่เหลือคราบกาว เช่นของ DBrand เป็นยี่ห้อของประเทศแคนาดา ติดแล้วรอยนิ้วมือหาย แถมจับถือได้ถนัดกว่าเดิมเพราะผิมมันจะสากๆ ผิมยางเดิมๆของ thinkpad มันจะค่อนข้างลื่นๆ)
- ซื้อแล้วอาจหลังหักได้ เพราะ Lenovo เค้าจัดโปรบ่อยมาก ขณะที่พิมอยู่นี่ราคาลงไปเกือบหมื่น T_T
- ระยะเวลาการส่งของ ถ้าสั่งจากหน้าเว็ป Lenovo ตรงจะนานมาก ราวๆ 3 สัปดาห์(ไม่นับเวลารอตัดบัตร หรือรอยอดโอนเข้า)รอกันเหงือกแห้ง เค้าส่งมาด้วย Kerry logistic แต่ดีตรงมี tracking ให้ค่อนข้างละเอียด

คิดออกประมาณนี้ หวังว่าคงช่วยเราทำงาน ทำเงินไปอีกนานนะลูกนะ ให้คุ้มค่าตัวหน่อย :p