เปิดโปงเทคนิคพร้อมใช้ เพิ่มคะแนนสอบ IELTS Writing ให้ถึง 7 ใน 1 เดือน
ไม่รู้จะเริ่มเขียนจากตรงไหน ไอเดียไม่มี คำศัพท์ก็ไม่มาก แกรมม่าก็เฉยๆ แคร์ทำไม … บทความนี้มีคำตอบ IELTS Writing ง่ายกว่าที่คิด ารทำข้อสอบการเขียนโดยไร้ทิศทางนั้นคงจะน่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยละครับน้องๆ ยิ่งให้เวลามาอย่างจำกัดละก็ เป็นใคร ใครก็สั่น อาจารย์ตงตงเคยได้ยินจากนักเรียนมาว่า IELTS Writing เป็นพาร์ทปราบเซียน น้องๆมีความเห็นว่าไงกันบ้างครับ… บางคนสอบหลายรอบก็อัพคะแนนพาร์ทเขียนไม่ได้ซักที ทำให้ไม่สามารถนำคะแนนไปยื่นสถานศึกษาที่ตนอยากไปเรียนได้ อาจารย์อยากจะเตือนว่าหลักการที่ใช้สำหรับข้อสอบอื่นๆ เช่น ถ้าพาร์ทนี้ไม่ได้ ไปทำคะแนนพาร์ทอื่นให้ได้สูงๆจะได้มาเฉลี่ยๆกัน ใช้ไม่ได้สำหรับข้อสอบ IELTS นะครับ เพราะสถานศึกษาบางแห่งมีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำของแต่ละพาร์ท งานเข้าแล้วใช่ไหมละครับน้องๆ !! ข้อสอบ ielts แต่อย่าเพิ่งกังวลไปครับ อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าเราทำไม่ได้ อย่างแรกเลยเราต้องปรับทัศนคติต่อการเขียนภาษาอังกฤษซะใหม่ ว่า writing ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และพูดกับตัวเองว่าการเขียนนั้นมีหลักการและฉันทำได้ ถ้าคิดได้อย่างนั้นแล้วละก็จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นการเขียนภาษาอังกฤษที่ดีเลยครับ อาจารย์ตงตงเชื่อว่าถ้าน้องๆมีความมั่นใจและมีการเตรียมตัวที่ดี ใช้กลยุทธพิชิตข้อสอบอย่างมีทิศทาง เราจะสามารถทำข้อสอบ ILETS Writing ได้คะแนนตามที่เราต้องการแน่นอนครับ ข้อสอบ ielts
ก่อนอื่นเราลองมาเริ่มจากการทำความรู้จักกับ IELTS Writing กันก่อนครับ ข้อสอบส่วน Writing แบ่งเป็น 2 task ย่อยครับ มีเวลาให้เราทำทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง >> task 1 เป็นการเขียนอธิบายข้อมูล (กราฟเส้น, กราฟแท่ง, รูปภาพ, ตาราง) ไม่ต่ำกว่า 150 คำ
>> task 2 คือการเขียนเรียงความตามหัวข้อที่กำหนดให้ เป็นลักษณะแสดงความเห็นหรืออภิปราย ไม่ต่ำกว่า 250 คำครับ จะเห็นได้ว่าtask 2 มีจำนวนคำที่ต้องเขียนมากกว่า จึงมีสัดส่วนคะแนนที่สูงกว่า อาจารย์อยากจะแนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 40–45 นาทีในการทำtask 2 ก่อนครับ และจึงใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีในการทำ task 1 อย่างไรก็ตาม เราสามารถแบ่งเวลาและลำดับการเขียนตามที่เราถนัดครับผม เดี๋ยวเราลองมาทำความรู้จักกับแต่ละ task กันเลยนะครับ
Task 1
สิ่งที่เราต้องทำคือเขียนอธิบายข้อมูล ซึ่งมักจะเป็น กราฟ ตาราง หรือรูปภาพครับ
หลักการเขียนก็จะต้องมี Introduction Body และ Conclusion ตามหลักการเขียนปรกติครับ น้องๆจำไว้ว่าการเขียนไม่จำเป็นต้องเขียนเยอะมาก แต่ข้อมูลต้องครบถ้วนและละเอียด ลักษณะการเขียน Introduction อาจจะบอกว่าจากสิ่งที่เขาให้มาแสดงให้เรารู้ถึงอะไรครับBody อาจจะแบ่งย่อหน้าตามการจัดเรียงข้อมูลเป็นกลุ่มๆเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ส่วน Conclusion เป็นการสรุปข้อมูลคร่าวๆจากที่เขียนมาทั้งหมด จากที่อาจารย์สรุปมาทั้งหมด จะเห็นว่าเราสามารถเตรียมตัวไปจากที่บ้านได้ เพราะลักษณะข้อสอบจะซ้ำๆและคำศัพท์สำคัญที่ใช้ก็จะมีอยู่ไม่กี่คำครับ
าลองมาทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์กันคร่าวๆโดยการดูตารางข้างล่างนี้กันเลยครับผม
เปิดโปงเทคนิคพร้อมใช้ เพิ่มคะแนนสอบ IELTS Writing ให้ถึง 7 ใน 1 เดือน
[IELTS l เรียนติว IELTS รับรองผล 6.5+ สถิติผ่านสูงสุด 95%] การทำข้อสอบการเขียนโดยไร้ทิศทางนั้นคงจะน่ากลัวไม่ใช่น้อยเลยละครับน้องๆ ยิ่งให้เวลามาอย่างจำกัดละก็ เป็นใคร ใครก็สั่น อาจารย์ตงตงเคยได้ยินจากนักเรียนมาว่า IELTS Writing เป็นพาร์ทปราบเซียน น้องๆมีความเห็นว่าไงกันบ้างครับ… บางคนสอบหลายรอบก็อัพคะแนนพาร์ทเขียนไม่ได้ซักที ทำให้ไม่สามารถนำคะแนนไปยื่นสถานศึกษาที่ตนอยากไปเรียนได้ อาจารย์อยากจะเตือนว่าหลักการที่ใช้สำหรับข้อสอบอื่นๆ เช่น ถ้าพาร์ทนี้ไม่ได้ ไปทำคะแนนพาร์ทอื่นให้ได้สูงๆจะได้มาเฉลี่ยๆกัน ใช้ไม่ได้สำหรับข้อสอบ IELTS นะครับ เพราะสถานศึกษาบางแห่งมีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำของแต่ละพาร์ท งานเข้าแล้วใช่ไหมละครับน้องๆ !! แต่อย่าเพิ่งกังวลไปครับ อย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าเราทำไม่ได้ อย่างแรกเลยเราต้องปรับทัศนคติต่อการเขียนภาษาอังกฤษซะใหม่ ว่า writing ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และพูดกับตัวเองว่าการเขียนนั้นมีหลักการและฉันทำได้ ถ้าคิดได้อย่างนั้นแล้วละก็จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นการเขียนภาษาอังกฤษที่ดีเลยครับ อาจารย์ตงตงเชื่อว่าถ้าน้องๆมีความมั่นใจและมีการเตรียมตัวที่ดี ใช้กลยุทธพิชิตข้อสอบอย่างมีทิศทาง เราจะสามารถทำข้อสอบ ILETS Writing ได้คะแนนตามที่เราต้องการแน่นอนครับ : )
Task 1
สิ่งที่เราต้องทำคือเขียนอธิบายข้อมูล ซึ่งมักจะเป็น กราฟ ตาราง หรือรูปภาพครับ หลักการเขียนก็จะต้องมี Introduction Body และ Conclusion ตามหลักการเขียนปรกติครับ น้องๆจำไว้ว่าการเขียนไม่จำเป็นต้องเขียนเยอะมาก แต่ข้อมูลต้องครบถ้วนและละเอียด ลักษณะการเขียน Introduction อาจจะบอกว่าจากสิ่งที่เขาให้มาแสดงให้เรารู้ถึงอะไรครับBody อาจจะแบ่งย่อหน้าตามการจัดเรียงข้อมูลเป็นกลุ่มๆเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ส่วน Conclusion เป็นการสรุปข้อมูลคร่าวๆจากที่เขียนมาทั้งหมด จากที่อาจารย์สรุปมาทั้งหมด จะเห็นว่าเราสามารถเตรียมตัวไปจากที่บ้านได้ เพราะลักษณะข้อสอบจะซ้ำๆและคำศัพท์สำคัญที่ใช้ก็จะมีอยู่ไม่กี่คำครับ เราลองมาทำความคุ้นเคยกับคำศัพท์กันคร่าวๆโดยการดูตารางข้างล่างนี้กันเลยครับผม เล่าให้ฟังแค่นี้อาจยังไม่จุใจ ยังไม่เห็นภาพชัดเจน ยังสั่นๆ กลัวๆ กับการ up คะแนน Writing Part กันอยู่ …. งั้นอย่ารอช้าครับ ENG ME UP English Gym จัดทำคลิปแนะนำการเขียนใน Task 1 อย่างละเอียดเรียกว่าจุใจแน่นอน เรียกว่าสร้าง Pathway ให้กันเลยทีเดียว เผยแพร่ผ่าน ENG ME UP TV ช่องเรียนภาษาอังกฤษนอกกรอบของทางสถาบันครับ
Task 2
อย่างที่อาจารย์ตงตงบอกไปว่า task 2 ค่อนข้างสำคัญกว่า task 1 พอสมควรครับ ทั้งมีจำนวนคำที่มากกว่า และเป็นเรื่องที่เราต้องเสนอความคิดเห็นรวมถึงให้เหตุผลสนับสนุนความคิดเห็นโดยอาจจะแทรกประสบการณ์ของเราเข้าไปในบทเขียนด้วย เพื่อตอบคำถาม อภิปราย หรือแสดงความคิดเห็นกับ statement ที่โจทย์ให้มาครับ สำหรับโครงสร้างการเขียนก็ยังคงเดิมครับ คือมี Introduction Bodyและ Conclusion แต่สิ่งสำคัญที่อาจารย์อยากจะเตือนคือ เราต้องอย่าลืมที่จะให้เหตุผลสนับสนุนความคิดเห็นของเราครับ เพราะจะทำให้การเขียนของเรามีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นและที่สำคัญไม่ถูกหักคะแนนครับผม (ฮ่าๆ ทุกอย่างเป็นคะแนนไปหมดเลยนะเนี่ย) จำไว้ว่า คำตอบของเราไม่มีถูกมีผิดครับ เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยนั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราได้ให้เหตุผลสนับสนุนความคิดของเราหรือไม่ อาจจะเป็นการยกประสบการณ์หรือข้อเท็จจริงมาสนับสนุนก็ได้ครับ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง รวมถึงคำศัพท์ที่หลากหลายก็เป็นสิ่งสำคัญที่น้องๆควรคำนึงถึงด้วยเช่นกันครับ ข้อสอบ ielts คำว่า “สำคัญ” ในภาษาอังกฤษก็ไม่ได้มีแค่ important ใช่ไหมครับ มีทั้งsignificant, vital, essential, principal, key, crucial ถ้าเขียนซ้ำอยู่คำเดียว คนตรวจคงเบื่อน่าดูเลยใช่ไหมละครับ มีคลังคำศัพท์ในหัวได้เปรียบอย่างแรงเลยว่าไหมละครับน้องๆ … การเขียนในส่วน Task 2 นี้ อาจารย์ตงตงขอยืมคลิปอาจารย์อีกท่านหนึ่งของ ENG ME UP English Gym อาจารย์กิฟท์ท่านนี้ ไม่ธรรมดานะครับ ขอบอก นอกจากจะจบด้านภาษาอังกฤษโดยตรงเกียรตินิยมอันดับ 1 ทั้ง ป.ตรี ป.โท ข้อสอบ ielts จากธรรมศาสตร์แล้ว ยังมีประสบการณ์ทางธุรกิจข่าวภาคภาษาอังกฤษ รวมทั้งการสอน อย่างมหาศาลอีกด้วย อาจารย์กิฟท์ได้ให้ความเห็นในการเขียน Argumentative Essay ข้อสอบ ielts ไว้อย่างน่าสนใจ เข้าใจง่าย และที่สำคัญเอาชนะใจฝรั่งได้อย่างมากอีกด้วย
Practice makes perfect! ครับ ฝึกฝนเยอะๆ นะครับ แต่อย่าลืมครับ work hard + work smart = the best result ครับ ฝึกอย่างมีทิศทางครับ ยอมเสียเวลาช่วงต้นๆ ข้อสอบ ielts ปรับทิศทางการคิดให้ถูกต้องก่อนครับ ก่อนที่จะใช้คำว่า Sense มันบอก หรือ ก็มันแปลกๆ อ่ะ เพราะอาจจะแปลกสำหรับเราคนเดียวก็ได้ครับ อาจารย์ตงตงขอเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนครับ หากน้องๆ มีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับ IELTS สามารถ Post มาถามอาจารย์ตงตงข้างล่างนี้ได้เลยนะครับ ยินดีตอบทุกคำถาม ไขทุกปัญหาเสมอครับ ข้อสอบ ielts
Good Luck
ชอบ Blog นี้ อย่าลืม Share ให้เพื่อนๆ ด้วยนะครับ อาจารย์ตงตงเชื่อเสมอครับว่า หากเรายิ่งให้ เราก็จะยิ่งได้ครับ สร้างสังคมแบ่งปันให้เกิดขึ้