Miss Sloane

“Were you ever normal?”
Miss Sloane (2016)

เปิดมาซีนแรกก็เล่นเราแล้วอ่ะ นี่ต้อง replay แล้วนั่งจับใจความใหม่ ฟีลแบบ “พูดอะไรของเขาวะ” ครึ่งชั่วโมงแรกดูไปแบบเบลอๆ เพราะนอกจากจะสาดบทพูดใส่ทุกสิบวิแล้วยังมีศัพท์เทคนิคอะไรไม่รู้แทรกเข้ามาเต็มไปหมดจนคิดว่าควรกด pause แล้วเข้าไปเสิร์ชกูเกิ้ลซะตอนนั้น แต่นั่นแหละ ไม่ได้ทำ เพราะพอตั้งสติได้ก็รู้แล้วว่าไม่จำเป็นต้องไปโฟกัสตรงนั้น เป็นหนังที่ฉลาดดีนะเพราะทำให้คนดูสามารถไหลไปตามบทได้ (ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเข้าใจ) เหมือนอยู่ๆ ก็รู้สึกกลมกลืนกับนักแสดงซะงั้น

ที่จะพูดถึงก็คือมิสสโลนอ่ะ เพราะชอบมาก ปกติดูหนังเจสแล้วไม่เคยอินขนาดนี้ เป็นหนังที่ตัวละครเยอะพอสมควรแต่ในความคิดเรามี jessica chastain คนเดียวที่เหมือนแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง ซึ่งก็ทำได้ดี “มาก” แต่บอกตามตรงว่าไม่ได้อินกับตัวละครเลย เรามองว่ามันคือความรับผิดชอบของหนังนะถ้าจะสร้างตัวละครหลักให้เป็น working woman ในลุคที่ smart และ sassy แบบนี้ แต่ถ้าพูดถึงในแง่ของการแสดงอ่ะ เราต้องชมว่า jessica chastain เก่งมาก

อย่างที่บอกว่าหนังสาดบทพูดใส่ทุกสิบวิ หลังจากดู the before trilogy จบนี่ว่าเราโอเคกับหนังที่บทพูดเยอะแล้วนะ แต่พอมาเจอเรื่องนี้คือหูแทบดับ มันแบบไอ้เฟรี้ยยย ใจเย็นกว่านี้ดีมะ แตะเบรคนิดนึง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากตั้งใจดู เอาจริงคือรอซีนพีคมาตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วเพราะรู้ว่าหนังแนวนี้ยังไงก็ต้องมี แต่พอถึงจุดพีคจริงๆ กลับเป็นซีนที่เราคาดไม่ถึงอ่ะ แล้วอะไรที่หนังใส่เต็มสปีดมาตลอดก็ค่อยๆ มาเบรคเอาตอนนี้ซึ่งกราฟความพีคมันแบบค่อยไต่ๆ ขึ้นไปแล้วก็บู้ม! เป็นไคล์แม็กซ์ที่ขยี้ได้สุดมากจากใจ

ที่บอกว่า “The winner plots one step ahead of the opposition and plays her trump card just after they play theirs. It’s about making sure you surprise them, and they don’t surprise you.” เนี่ย เรามั่นใจมากว่ามันหมายถึงในแง่ของหนังกับคนดูด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าคนดูอย่างเราคือไม่ใช่ winner
Miss Sloane (2016)
Show your support

Clapping shows how much you appreciated W’s story.