#LhSF Day2: เฉยๆ

มันไม่ใช่เมืองที่มีที่เที่ยวมากนักบอกเลย ผิดจากแซน แฟรนฯ ในฝันของเรามาก

เที่ยวสัก 3 วัน — เดาจากจำนวนสถานที่ท่องเที่ยวและ tourist traps — ถ้าเดินไวๆ จะทั่ว แล้วก็จะไม่มีอะไรเหลือให้เดินอีก และแต่ละที่ไกลจากกันพอสมควร — เตรียมรองเท้าดีๆ ไว้ได้เลย ต้องเดินเยอะมากถ้าไม่คิดจะขึ้นรถเมลเพราะอยากเดินกินบรรยากาศแบบเรา

และด้วยระยะพื้นที่ใช้สอยต่อคนที่มากกว่าบ้านเรา คนที่นี่จึงดูห่างกันออกไปด้วย

— why they need startups

อยู่มาสองวันเห็นเลยว่าความท้าทาย — ก็ปัญหานั่นแหละ — ภายในตัวเมืองที่นี่เยอะมาก ตัวอย่างเช่น คนไร้บ้านมีทุกสิบตารางเมตร หรือเรื่องแต่ละตึกอยู่ไกลกัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลมากต่อการเดินทางเพื่อไปจุดต่างๆ ของผู้คนทั้งการเดินทางไปทำงานและการแวะจุดต่างๆ ในเมือง เช่น ไปกินข้าวนอกบ้าน หรือไปช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ต ทุกอย่างอาจหมายถึงไกลกันเป็นหลายๆ ไมล์ เป็นต้น

1. hard to commute

ปัญหาที่เรารู้สึกได้คือการเดินทางเป็นเรื่องลำบากมาก เราเห็นความพยายามในการแก้ปัญหาการเดินทางที่หลากหลายของผู้คน ตั้งแต่รถสาธารณะที่มีบริการประมาณ 2 เครือข่ายคือ BART และ Muni นอกนั้นที่คนใช้กันก็จะมีจักรยาน ลองบอร์ด — มันคือสเกตบอร์ดพื้นกว้าง ตัวใหญ่กว่าปรกติ มียี่ห้อนึงชื่อ boosted board บังคับด้วยรีโมทและวิ่งได้ 22 ไมล์ อยากได้มาก แต่กลับเมืองไทยคงไม่ได้ใช้ ha-ha — สกูตเตอร์ หมายถึงสเกตบอร์ดแบบมีคันและแฮนด์จับ เส็กเวย์ไม่เห็นคนธรรมดาใช้กันนอกจากมีบริการนักท่องเที่ยวนะ ทั้งหมดนี้คือความพยายามแก้ข้อจำกัดเรื่องระยะทางระหว่างจุดไปจุดที่ไกลจากกันมากนี่แหละ

2. wasting time

ปัญหาที่สองสืบเนื่องจากระยะทางเหมือนกันก็เลยเป็นเรื่องการแวะช้อปปิ้งก่อนกลับบ้าน ถ้าเดินทางไกลแล้วยังต้องไปเสียเวลาช้อปอีกมันก็จะ “เสียเวลา” เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า บริการ pickup spot บริการ online shopping และบริการ delivery มันถึงจำเป็น

จากวิธีการแก้ปัญหาสองข้อข้างต้นมันทำให้เห็นปัญหาย้อนกลับไปที่กรุงเทพฯ ข้อหนึ่ง คือ “กรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการ Startups แบบเดียวกันกับที่นี่” …ความจำเป็นในการส่งของถึงบ้านมันไม่ได้เดือดร้อนเท่าที่นี่นะ และการไปห้างหรือ community mall ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหงมันง่ายกว่าที่นี่มาก — ต่อไปนี้เราจะไม่แปลกใจอีกแล้วที่ไอเดียที่อเมริกามันเป็นคนละเรื่องกับที่ไทยอย่างสิ้นเชิง บริบทมันมีปัญหาคนละอย่าง

และไม่อยากให้ Startups ในไทยรุ่นใหม่ๆ ไปตู่กันเองอีกว่าบ้านเรามีปัญหาเรื่องการไปช้อปปิ้งหลังเลิกงาน ชีวิตในมอลล์หรือตลาดนัดหน้าบ้านเราคือโคตรดีมีความสุขกว่าเยอะ ของกินพร้อมพรั่ง อาหารสดใหม่ใกล้บ้าน — ประเทศเราจึงยังไม่ต้องมีบริการส่งผักสดถึงห้องหรอกเอาจริงๆ

— — relationship

อีกความท้าทายคือคนที่นี่มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูงมาก แม้จะมีลักษณะคล้ายๆ กันแต่เขาจะกระจุกตัวรวมกันแบบบางกลุ่มแทบไม่มีลักษณะร่วมกัน และพอมีลักษณะร่วมกันก็จะเกิดเป็นลักษณะใหม่แทน เช่น คนผิวสีที่มีฐานะและไม่มีฐานะจะรู้สึกต่างกัน ซึ่งการรับรู้ของและอัธยาศัยที่ร้านค้าหรือบริการต่างๆ จะให้บางทีก็ต่างกันไปด้วย

และด้วยพื้นที่ระหว่างความสัมพันธ์ที่ถ่างออกตามขนาดพื้นที่ใช้สอยต่อคนแบบนี้ ถ้าไม่ใช่พนักงานร้านหรือคนรู้จักกัน โอกาสทำความรู้จักกันนอกสังคมเดิมจึงเป็นไปได้ยากขึ้นเป็นเงาตามตัว ประเภทเจอกันตามร้านอาหารแล้วทักกันคุยกันคบกันแบบในหนังน่าจะเป็นเรื่องยากนะ อันนี้เดา และการที่ตัวละครในหนังบอกว่า “I know a good place (for dining)” อันนี้ก็น่าจะเรื่องจริง เพราะร้านอาหารเยอะมาก — ร้านกาแฟหลากยี่ห้อโคตรเยอะจนสตาร์บัคส์ที่นี่ให้ความรู้สึกประมาณกาแฟ all cafe ในเซเว่น คือแข่งขันกับร้านในประเทศในระดับกาแฟริมถนน และแบรนด์ไม่ได้หรูเลย — การรู้จักร้านอร่อยๆ พอจะชวนไปเดทได้สักร้านนึงก็เลยเป็นเรื่องมีค่าจริงๆ ซึ่งมันก็ต่างจากบ้านเราอีกที่ถ้าเดินสุ่มเข้าร้าน 70% เป็นไปได้ที่มันจะพอกินได้

เดาว่าเพราะสาเหตุนี้ tinder ก็เลยประสบความสำเร็จที่นี่เพราะมันนำคนที่กลุ่มประมาณเดียวกันจากต่างสารทิศกันมาเจอกันได้

สองสามตัวอย่างนี้ทำให้เห็นได้อย่างหนึ่งว่าความหลากหลายของผู้คนขนาดนี้กลายเป็นความท้าทายที่พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ๆ ที่อาจแก้ปัญหาได้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นการแก้ปัญหาที่มีความสร้างสรรค์ก็เลยได้รับการยอมรับจนเกิดเป็น Startups และการประสบความสำเร็จแบบ Apple หรือ Google เลยเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ — และนั่นคือสาเหตุที่เขาเรียกอะไรบางอย่างก่อน SMEs ว่า Startups เพราะเขายังไม่รู้มันจะออกหัวหรือออกก้อย ด้วยความที่บริบทของที่นี่นั้นตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับความเหมือนกันไปหมดของคนบ้านเรา—มันทำให้การเติบโตในประเทศของสตาร์ทอัพสที่นี่ ซึ่งยังไม่รู้จะรอดหรือไม่รอดเนี่ยเป็นเรื่องยากกว่ามาก เพราะประเทศเขาไม่ได้มีความเป็นหนึ่งเดียว คนที่นี่ไม่ได้คิดอะไรไปทางเดียวกันซะทุกเรื่อง โอกาสที่จะรวบรวมคนจำนวนมากให้มาเชื่อแบบเดียวกัน ใช้สินค้าตัวเดียวกันจึงเป็นเรื่องที่ถ้าไม่ถูกจริตจริงนี่น่าจะถูกยากพอๆ กับหวยเลยก็ว่าได้

— — —

ปล. สาวๆ ชาวเอเชียนที่พูดอเมริกันได้นี่มีเสน่ห์ขึ้นอีกประมาณ 50 เท่า — เห็นด้วยกับความเห็นประมาณนี้ของมิตรสหายเดินเร็วๆ เมื่อเช้านี้ #ขอสงวนนามเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว 5555 — แต่ดูๆ แล้วก็ไม่รู้จะจีบยังไงอยู่ดี :3

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.