ณัฐนันท์ พลอยประดับ กับการ #ทดลองเป็น ผู้ช่วยคิวเรเตอร์ แห่ง Rebel Art Space
การฝึกงาน คือการทดลองเข้าไปอยู่ในสังคมที่เราต่างคิดว่าอนาคตเราอยากจะลองใช้ชีวิตในแบบนั้น การฝึกงาน คือการทดลองทำในสิ่งที่เราคิดว่าเรารักอย่างจริงจัง และเป็นการเป็นงานมากขึ้น การฝึกงานนอกจากจะทำให้เราได้เรียนรู้ในสาขาอาชีพที่เราสนใจแล้ว บางทีก็ทำให้เราต้องเป็นคนที่กระตือรือร้นและขวนขวายหาความรู้ใหม่ๆ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาคอยสอนคอยป้อน แต่ต้องรู้จักวิ่งเข้าหาความรู้ใหม่ๆ นั้นเอง
ถ้าพูดถึงเด็กอักษรฯ เรามักจะได้ยินกันว่า แต่ละคนต่างไปฝึกงานในสำนักพิมพ์บ้าง สายการบินบ้าง สำนักข่าวบ้าง หรือแม้กระทั่งการไปทดลองเป็นล่าม เป็นนักแปล แต่วันนี้คอลัมน์ #ทดลองเป็น อยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการฝึกงานอีกอาชีพที่สนุกสนานและแปลกใหม่ไม่แพ้ใคร นั่นก็คือการฝึกงานในอาร์ตแกลลอรี่นั่นเอง
เราชวน นุ่น — ณัฐนันท์ พลอยประดับ นักศึกษาเอกปรัชญา โททัศนศิลป์ สาวเจ้าของผมสีแดงเพลิงที่พกความมาดมั่นและความรักในศิลปะ มาคุยเรื่องการฝึกงานที่ #ทดลองเป็น ผู้ช่วยคิวเรเตอร์ แห่ง Rebel Art Space แกลลอรี่ศิลปะเล็กๆ ที่นอกจากจะขายผลงานศิลปะแล้ว ยังรับจัดนิทรรศการศิลปะให้ผู้คนต่างๆ มากมาย ซึ่งช่วงปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมานี้ ‘นุ่น’ ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ณ ที่ตรงนั้น
- ทำไมถึงตั้งใจไปฝึกที่นั่น คือตั้งใจไปเลยใช่หรือเปล่า
ก็ตอนที่คิดจะไปฝึก ก็อยากฝึกหอศิลป์ หรือแกลลอรี่ หรือพิพิธภัณฑ์อะไรประมาณนี้ ก็ปรึกษาอาจารย์ แล้วอาจารย์แนะนำที่นี่มา เพราะว่าเห็นว่าเขากำลังรับเด็กพอดี ก็เลยไปยื่น จริงๆ ดูไว้หลายที่ แต่ว่าที่นี่เขาตอบรับเลย ก็เลยเลือกที่นี่
- ทำไมถึงสนใจอยากฝึกที่หอศิลป์ หรือแกลลอรี่
ก็พอดีเราเรียนเอกปรัชญา โททัศน์ แล้วคือเราสนใจประวัติศาสตร์ศิลป์ พวกการจัดการงานอะไรแบบนี้ เลยอยากไปดูว่าเขาทำยังไง
- แล้วที่ไปฝึกงาน ได้ทำอะไรบ้าง ฝึกตำแหน่งอะไร
ที่…ที่รีเบลมันเป็นอาร์ตแกลฯ เล็กๆ แบบ อารมณ์ประมาณแบบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร อะไรพวกเนี่ย เป็นสเปซเปล่าๆ ไว้ให้ศิลปินเข้ามาลง แล้วเราก็จัดสถานที่ให้ แต่ว่าได้กำไรจากการขายงานของศิลปินในแกลลอรี่เอง ทีนี้พอเราเข้าไป งานมันไม่ได้แบ่งเป็นส่วนชัดเจน เพราะว่าองค์กรมันเล็ก เราก็คือ ตอนนั้นก็คือมีงานอะไรให้ทำเราก็ทำ เพราะว่าไม่ได้มีงานประจำ แต่ว่างานมันจะขึ้นอยู่กับว่า มีอีเวนต์เข้ามา แล้วเราไปจัด แล้วเราก็ต้องทำอีเวนต์ตรงนั้นให้มันเสร็จ ก็คือ ถ้าตอนนั้นเราสามารถไปทำตรงไหนได้ก็ทำตรงนั้นเลย ก็คือไปคุยงาน แล้วก็เวียนๆ งานกันทำ
- สนุกไหม ได้อะไรกลับมาบ้างไหม
ก็…สนุกดีนะ ตอนที่เราไปมันรู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเท่าไหร่อะ แต่จริงๆ มันก็จะประมาณนี้ เพราะว่าทั่วไป แกลลอรี่แต่ละที่เขาจะรับจัดอีเวนต์เต็มที่เดือนละครั้ง ทีนี้เราไปฝึกได้ประมาณสองเดือนครึ่ง ก็จะแบบมีจัดที่แกลลอรี่เองแค่ครั้งเดียว แต่ว่าจะมีงานที่ตัวศิลปินที่เขาประจำแกลลอรี่ไปจัดที่อื่นอีกสองสามครั้ง เป็นแบบงานเล็ก งานใหญ่ แต่ว่ามันก็มีพวกของาน แพ็คงาน อะไรพวกนี้ด้วย ก็ได้มีอะไรหลายอย่างให้ทำ ก็สนุกดี
- พวกงานแกลลอรี่ คนจะไม่ค่อยรู้จักกัน ไม่รู้ต้องทำอะไรบ้าง ถ้าสมมติเราอยากไปทำ ต้องมีพื้นฐานอะไรบ้าง ต้องรู้อะไรหรือต้องมีมีทักษะอะไรก่อนไปฝึกไหม หรืออยากทำก็ไปทำได้เลย
เราว่ามันเป็นทักษะรอบตัวมากกว่า แล้วแต่ว่าสเตจที่เราไปทำมันอยู่ระดับไหน ถ้าสมมติว่าเราไปประจำอยู่กับคิวเรเตอร์โดยตรง เราอาจจะต้องมีการเข้าใจเรื่องงาน เรื่องประวัติศาสตร์ศิลป์ หรือเรื่องการวิจารณ์บ้าง แต่ว่าถ้าเราเข้าไปทำพวกเอกสาร มันจะเกี่ยวกับว่าเราอะ ต้องทำเอกสาร ใช้โปรแกรมนี่นั่นเป็น อย่างเราเอง เราทำโปสเตอร์ ทำแบบพวกอัดเสียง พวกตัดต่อด้วย หรือว่าทำแบบพวกจัดการกิจกรรม จัดการตาราง มันก็เป็นเรื่องที่เป็นทักษะส่วนตัวที่เราสะสมมา
- เห็นว่าได้จัดนิทรรศการด้วย ทำอะไรบ้าง
ก็…เป็นงานที่พี่เขาโยนมาให้เลย ก็คือให้เราทำทุกอย่าง แต่ว่าเขาก็มี hint ให้ คือมีสถานที่ให้ มีคนที่แบบที่เขาติดต่อไว้ตลอด ก็คือพวกคนทำอาหาร เป็นคนที่แบบคอยติดต่อกับหอศิลป์ ที่เราจัดอะ เราไปจัดที่ชั้นหนึ่งที่หอศิลป์กรุงเทพ BACC ทีนี้ก็พวกสถานที่ พวกขอเก้าอี้ ขออุปกรณ์อะไรพวกนี้ ก็จะมีอยู่แล้ว แล้วเราก็รู้จักกับคนที่เขาทำไวนิล ปริ๊นต์โปสเตอร์อันใหญ่ๆ มาอยู่แล้ว ส่วนที่เราไปทำก็คือไปจัดการว่า จะเอาอะไรก่อนอะไรหลัง ติดงานยังไง เอางานขึ้นยังไง สเปซตรงเนี่ย เราต้องใช้งานประมาณกี่ชิ้นเข้าไปลง ต้องติดต่อกับศิลปิน ต้องคุยกับศิลปิน ว่างานศิลปินขนาดมันเท่าไหร่ แล้ว…ควรใช้ประมาณกี่ชิ้นเพื่อมาจัดตรงนี้ อะไรอย่างเนี้ย
ถ้าสมมติว่างานที่มันเอามามันไม่ได้ใส่กรอบ แล้วใส่บนกระดาษสา พอเป็นกระดาษสาอย่างเงี้ย แล้วศิลปินบอก เฮ้ย ไม่มีงบใส่กรอบนะ ปัญหาที่แบบ เรื่องติดตั้งงานก็จะมา ทีนี้ทำไงให้กระดาษสาสามารถไปติดอยู่บนบอร์ดได้ เพราะว่ากระดาษสาเราใช้กาวติดธรรมดา มันติดไม่ได้อยู่แล้ว มันเป็นขนแล้วมันหลุด ก็ต้องคิดตรงนี้ออกมา เป็นเรื่องของการจัดการมากกว่า แล้วก็คุยกับคน
- แล้วชอบอะไรที่สุดในการฝึกงานครั้งนี้
ชอบแมวที่แกลลอรี่ (หัวเราะ) คือที่แกลลอรี่เขาแบบ อยู่กันแบบชิลๆ แล้วคือเราชอบบรรยากาศแบบเนี่ย มีแมวให้เล่น เวลาเราไม่มีอะไรทำอะ เราก็เล่นกับแมว แล้ว…ที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือ เราไม่ต้องเข้าออฟฟิศเช้า เพราะว่าด้วยความที่มันเป็นแกลลอรี่ชิลๆ แล้วศิลปินกับคิวเรเตอร์จะตื่นตอนเที่ยง เริ่มงานตอนบ่ายโมง แต่เขาจะลากงานยาวไปถึงดึกอะ ก็คือ เราจะเริ่มงานตอนบ่ายโมง แล้วเลิกงานประมาณสาม-สี่ทุ่ม มันก็จะสบายตรงส่วนนี้ว่าเราไม่ต้องตื่นเช้ามาก
- จริงๆ แล้วการฝึกงานมันสำคัญไหม มันจำเป็นหรือเปล่า
สำหรับหลายๆ คณะ เราคิดว่ามันเป็นการบังคับก็แปลว่ามันจำเป็นใช่มั้ย แต่อย่างคณะเรา อักษรศาสตร์ เขาไม่ได้บังคับฝึกงาน แต่…ส่วนตัวเรารู้สึกว่า คุณไม่จำเป็นต้องฝึกงานก็ได้ หรือคุณฝึกงาน คุณก็ได้ส่วนที่ไปฝึกมา มันอาจจะแบบ ได้ไปรู้ว่าสิ่งที่คุณชอบหรือสิ่งที่คุณสนใจอะ มันตรงกับคุณจริงๆ มั้ย หรือว่าถ้ามันไม่ตรง คุณจะได้กลับตัวทัน อีกอย่างนึงคือ ถ้าคุณไม่คิดว่าจะฝึกงาน อย่างน้อยคือ ทำอะไรสักอย่างที่มันรู้สึกว่าคุณไม่ได้ใช้เวลาว่างตอนปิดเทอมไปเปล่าประโยชน์อะ
แต่สำหรับคนที่เลือกจะไปฝึกงานแล้ว ปัญหาที่เราเจอ เอาเป็นว่าเจอพวกพี่ๆ พูดแล้วกัน ถ้ารุ่นน้องก็ยังไม่เคยฝึกหรอกเนอะ คนมักจะบ่นกันว่าบางที่ไปอะ องค์กรใหญ่ แต่ว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ได้แค่ชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร รู้สึกว่า เฮ้ย! ไปแล้วไม่เห็นได้ทำอะไรเลย ไม่เห็นได้ฝึกอะไรเลย ไม่ได้ประสบการณ์เลย
ส่วนตัวเรามองว่าการที่เราไปฝึกงานอะ มันไม่ใช่การที่เราได้ไปลองอะไรใหม่ๆ อย่างเดียว แต่คือ การที่เราลองได้ไปอยู่ในสังคมสมมติ ในสังคมที่เรารู้สึกว่าเราอยากจะไปอยู่ หรือว่าสังคมที่มันเป็นการทำงานที่แตกต่างออกไปอะ เราคิดว่า มันเป็นโอกาสที่ดีนะที่เราได้ไปอยู่ตรงนั้น แล้วได้ซึมซับอะไรตรงนั้นอะ
ถ้าสมมติว่าคุณไปฝึกงาน แล้วคุณไม่ได้ทำอะไร ก็อยากให้ลองศึกษา ลองสังเกตว่าคนที่เขาทำงาน เขาทำอะไรกัน บางทีเรื่องพวกนี้ เราก็ต้องลักจำเอาอะ แบบเขาไม่สอนเรา เราก็ต้องดูว่า เอ้ย เนี่ย เขาจัดการงานยังไง เขาคุยงาน เขาดีลงานกันยังไง เขาจัดเวลายังไง ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่เราได้กลับมาโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกอะ ถ้าคุณไป แล้วคุณรู้สึกว่า เอ้ย! ทั้งวันไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วคุณก็นั่งเฉยๆ ไถโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ คุณก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ทั้งๆ ที่ของที่คุณจะศึกษาได้ มันวางอยู่ตรงหน้าแล้วอะ ก็ลองดู
