ทำไมผู้ชายถึงไว้ผมสั้น และผู้หญิงไว้ผมยาว

FA-AKSORN JOURNAL
Aug 22, 2017 · 3 min read

ตอนเด็กๆ เคยสงสัยไหมว่า ผู้หญิงกับผู้ชายแตกต่างกันตรงไหน? และเมื่อถามผู้ใหญ่ ท่านก็จะตอบด้วยความอิหลักอิเหลื่อใจด้วยชุดอธิบายซ้ำๆ ว่า ผู้ชายสวมกางเกง ผู้หญิงสวมกระโปรง หรือผู้ชายพูด “ครับ” ส่วนผู้หญิงพูด “ค่ะ” รวมถึง การที่ผู้ชายไว้ผมสั้น และผู้หญิงไว้ผมยาว ก็เป็นหนึ่งในชุดอธิบายที่ชวนสงสัยว่า ทำไมผู้ชายต้องไว้ผมสั้น และผู้หญิงต้องไว้ผมยาว?

บ้างว่ามันเป็นเรื่องของเทรนด์

บ้างว่าเป็นเรื่องของแฟชั่น ยังไงผู้หญิงก็ดูดีกว่าเมื่อไว้ผมยาว ผู้ชายจะไว้ผมยาวไปทำไม เพราะเดี๋ยววันหนึ่งก็อาจหัวโล้น กระหม่อมบางอยู่แล้ว

แต่นั่นจะใช่เหตุผลจริงๆ งั้นหรือ แท้จริงแล้วมีอะไรแอบแฝงหลังทรงผมของเราหรือเปล่า?

1

ในอดีตที่ระบบสุขาภิบาลหรือแม้แต่แนวคิดสุขอนามัยของมนุษย์เรายังไม่แพร่หลาย การไว้ผมสั้นแทบกุดดูจะเป็นวิถีที่เหมาะสมกว่า เพราะในสมัยนั้นยังไม่มีการคิดค้นแชมพูขึ้นมาต่อกรกับบรรดาปรสิตตัวเล็กจิ๋ว ไม่ว่าจะเป็น เหา เห็บ เรือด ริ้นที่จ้องจะดูดเลือดหัวมนุษย์ (ถึงแม้แถบสยามจะใช้ใบมะกรูด ใบน้อยหน่าสระผมฆ่าเหา แต่การตัดผมสั้นก็ดูจะสะดวกและง่ายกว่าเยอะ) อีกทั้ง พวกมันยังเป็นพาหะนำโรคบนหนังศีรษะจากคนหนึ่งไประบาดสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่งต่อไปเรื่อยๆ

แต่ก็ด้วยเหตุข้อนี้ล่ะ ที่ทำให้เกิดค่านิยมไว้ผมยาวขึ้น บรรดาสาวยุโรปทั้งหลายนิยมไว้ผมยาว ด้วยความคิดที่ว่า ถ้าไว้ผมยาวได้ แสดงว่า ฉันอยู่ดี อยู่สบาย เป็นการยกระดับว่าตนมีความเป็นอยู่ที่เหนือกว่า ดังนั้น หญิงที่ไว้ผมยาว ไว้เล็บ ผิวขาวผุดผาด ก็บ่งบอกฐานะว่าเป็นผู้มีอันจะกิน มีคนรับใช้ ไม่ต้องตรากตรำทำงานใดๆ และที่สำคัญคือมีเวลาว่างพอที่จะสระและหวีผมยาวๆ หรือแม้กระทั่งถักเปีย แล้วประดับดอกไม้บนเส้นผม ในทางตรงกันข้าม หากเป็นหญิงสาวที่ต้องทำการทำงาน เป็นกรรมกรใช้แรงงาน หญิงเหล่านั้นก็ไม่สะดวกที่จะไว้เล็บไว้ผม — ผู้ที่ตัดเล็บสั้นกุด ผมเผ้าสั้น ผิวพรรณหมอง สังคมก็จะมองว่าเป็นเพียงคนใช้แรงงาน

หญิงสาวในยุควิคตอเรียน (ค.ศ.1837–1901)

(หญิงชาวยุโรปนิยมไว้ผมยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุควิคตอเรียน

ที่มา: http://www.whizzpast.com/victorian-hairstyles-a-short-history-in-photos/)

2

สำหรับความนิยมตัดผมสั้นของบุรุษเพศนั้น น่าจะมาจากความเหมาะสมและความจำเป็นถือว่าแข็งแรงกว่า มีหน้าที่ออกไปสู้รบ หากไว้ผมยาวอาจกลายเป็นภาระและจุดอ่อนให้ศัตรูยึดจับได้ นอกจากนี้ บนหนังศีรษะยังมีเส้นประสาทอยู่ทั่วทุกรูขุมขน หากถูกดึงหมดหัวคงเจ็บเอาการอยู่ (สาวๆ ที่ตบตีกันก็ใช้ตรงนี้แหละ เป็นจุดยุทธศาสตร์) และสะดวกสวมหมวกนิรภัยมากกว่าไว้ผมยาว อีกทั้ง ภาระหน้าที่นอกบ้านมากกว่าเพศหญิง ทั้งงานสวน เข้าป่า ล่าสัตว์ เป็นหน้าที่ที่ต้องใช้กำลัง และความแข็งแรง ดังนั้นภาพชายผมสั้นที่เกิดจากความเหมาะสมในชีวิตก็กลายเป็นภาพคุ้นชินติดตา โดยเฉพาะหลังจากที่ทหารอเมริกันถูกสั่งให้ตัดผมสั้นเตียนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ผมสั้นก็กลายเป็นเทรนด์ที่แพร่หลาย ภาพลักษณ์ผมสั้นจึงเชื่อมโยงเข้ากับความเข้มแข็ง และความเป็นผู้ชาย (masculinity) ไปพร้อมกัน แนวคิดนี้จึงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน ผู้ชายผมสั้นจึงมีภาพลักษณ์ที่เราเรียกกันว่า “แมน”

ในทางกลับกัน การไว้ผมยาวดูจะเป็นเรื่องความสวยความงามของผู้หญิง เพราะเมื่อไว้ผมยาวแล้วก็จะดูน่ารัก อ่อนโยน น่าทะนุถนอม เป็นเพราะค่านิยมเรื่องสถานะทางสังคม — คือ มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดี มีเวลาดูแลบำรุงเส้นผม หรือหากมีการประดับประดาแต่งผม ทำทรงให้งดงามทั้งดัด ทั้งถักเปีย ซึ่งยากเกินกว่าจะทำได้ด้วยตัวเองก็จำเป็นต้องมีคนรับใช้หรือคนอื่นช่วยทำ (รวมถึงการแต่งกายที่ยุ่งยากมากกว่าผู้ชาย) สิ่งนี้บอกนัยยะว่า “ฉันรวยพอและว่างจะทำ” แต่ในอีกแง่หนึ่งก็ผูกโยงกับแนวคิดที่ว่าผู้หญิงต้องการการดูแลและความช่วยเหลือ ดังนั้น เมื่อไว้ผมที่ยาวกว่าจึงให้ความรู้สึกทางจิตวิทยาว่า อ่อนหวาน อ่อนโยน และต้องการการดูแล

ความคุ้นชินจนกลายเป็นภาพลักษณ์หรือเครื่องหมายประจำเพศที่เชื่อว่า ไม่ว่าอย่างไรผู้หญิงก็ต้องไว้ผมยาว ส่วนผู้ชายควรจะไว้ผมให้สั้นหรือสั้นกว่าผู้หญิง ความเป็นเพศชาย-เพศหญิงจึงมีการแบ่งแยกชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น ในสังคมชายเป็นใหญ่ (patriarchy) ลักษณะความเป็นชายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ การที่เพศชายจะไว้ผมยาวซึ่งถือเป็นเครื่องหมายของเพศหญิงอาจถูกมองได้ว่ามีใจเบี่ยงเบนเป็นผู้หญิง ลักเพศ ไม่สมชายชาตรี น่าดูถูก ซึ่งในคริสตศาสนาก็มีความเชื่อเช่นนี้เหมือนกัน ดังพระธรรมโครินธ์ฉบับที่หนึ่ง เมื่อราว ค.ศ.53–54 (ที่มา: https://www.britannica.com/topic/The-Letter-of-Paul-to-the-Corinthians) ว่า “Doth not nature itself teach you that if a man have long hair it is a shame unto him? But if a woman have long hair, it is a glory to her.” — บุรุษไว้ผมยาว ถือเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่หากเป็นสตรีนั้น นับเป็นเรื่องน่าชื่นชม — ความเชื่อเหล่านี้ หากมองในมุมสิทธิมนุษยชนความเท่าเทียม ก็ตีความได้ว่า ลักษณะของผู้หญิงเป็นสิ่งที่ทำให้ความเป็นชายเสื่อมเสียได้ การมีลักษณะเพศหญิงจึงเท่ากับการลดทอนความเป็น(ใหญ่/)ชายลง (และนี่อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กะเทย กลุ่มชายรักชาย ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม)

ภาพ Abraham Lincoin

ในยุควิคตอเรียนเป็นยุคที่ gender roles หรือบทบาททางเพศมีการแบ่งแยกชัดเจน ผู้ชายในสมัยนั้นนิยมตัดผมสั้น ไว้หนวด และสวมหมวกเมื่ออยู่นอกอาคาร

(ที่มา: https://www.pinterest.com/pin/343892121536445854/)

3

ข้ามกลับมาทางฟากฝั่งสยามเราบ้าง ในสมัยสุโขทัย ทรงผมของผู้ชายและผู้หญิงไม่ได้แตกต่างกัน คือ ไว้ผมยาวเกล้าเป็นมวยมุ่นกลางศีรษะหรือปล่อยยาวตามสบาย เทียบเคียงได้กับภาพสลักหินชนวนที่วัดศรีชุม จ.สุโขทัย อาจด้วยสภาพบ้านเมืองที่สงบ ไม่ค่อยมีสงคราม ไพร่ฟ้าทั้งหลายจึงยังพอมีเวลาดูแลผมให้ยาว ในสมัยอยุธยาตอนต้นที่บ้านเมืองถือว่ารุ่งเรืองและสงบมาก ทรงผมของผู้คนโดยมากก็ยังเป็นลักษณะเช่นนี้อยู่

ภาพสลักลายเส้นบนหินชนวน วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย (กลางพุทธศตวรรษที่ 19) สังเกตลักษณะทรงผมของชาย จะไว้ผมยาวปล่อยประบ่า

(ที่มา: http://sakan4667.blogspot.com/2015/06/blog-post_21.html)

ภาพเขียนเลียนแบบ การแต่งกายของชายและหญิงในสมัยสุโขทัย จากกรมศิลปากร

(ที่มา: http://www.baanjomyut.com/library_2/history_of_costume/02_5.html)

จนต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางผู้ชายไว้ผมสั้นบ้างยาวบ้าง ส่วนผู้หญิงยังคงผมยาวเช่นเดิม และในสมัยอยุธยาตอนปลายก็ปรากฏหลักฐานการไว้ผมยาวจนสามารถทำเป็นมวยผมได้ของหญิงสาวชาววัง หรือ “นางห้าม” ที่หมายถึง นางของกษัตริย์ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารทองแดงของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศรไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ หรือที่เรารู้จักกันในนามเจ้าฟ้ากุ้ง บทหนึ่งว่า

“เพริศเพราเหล่านางห้าม รูปทรงงามตามเสด็จไป

ผมมวยรวยริมไร ม่านปีกนกวกวงวังฯ

เพริศเพราเหล่าฝ่ายห้าม งามนัก

รูปงามตามแลลักษณ์ ลูบท้อง

ผมมวยรวยไรอรรค ชาเยศ

ม่านปีกนกปกป้อง ห่อหุ้มคลุมเดิรฯ”

จากเนื้อความจึงพอสันนิษฐานได้ว่านางห้ามนั้นไว้ผม “ทรงปีก” แบบยาวพอทำมวยผม หรืออย่างวรรณคดีเรื่อง กาพย์เห่เรือของพระองค์ ในบทชมปลาก็ได้พรรณนาถึง “อนงค์” ที่ไว้ผมยาวประบ่า ดังบทที่ว่า

“หางไก่ว่ายแหวกว่าย หางไก่คล้ายไม่มีหงอน

คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบ่าอ่าเอี่ยมไร

และ

“หวีเกศเพศชื่อปลา คิดสุดาอ่าองค์นาง

หวีเกล้าเจ้าสระสาง เส้นเกศสรวยรวยกลิ่นหอม

จากบทประพันธ์ข้างต้นจึงเป็นไปได้ว่าสนมหรือนางในวังนั้นนิยมไว้ผมยาวกัน ส่วนชาวบ้านทั่วไปทั้งหญิงและชาย ก็ไว้ผมทำมวยบ้าง และตัดสั้นเป็นทรง “มหาดไทย” ที่เรารู้จักกันดีบ้าง หรือเพราะเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงนั้นระส่ำระสาย มีศึกสงครามบ่อย การตัดผมสั้นจึงสะดวกและเหมาะสมกว่า ไม่มีเวลามาดูแลสะสางเส้นผมกันมาก สำหรับหญิง หากตัดผมสั้นก็ยังสามารถใช้ปลอมตัวเป็นชายหลบหนีข้าศึกได้ นอกจากทรงมหาดไทยแล้วหญิงในสมัยนั้นยังนิยมไว้ผมทรงปีกมีจอน (แต่ไม่ไว้ยาวเช่นนางในวัง) ที่ได้รับความนิยมจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นอีกด้วย

หญิงไว้ผมทรงปีกแบบมีจอนในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผมทรงนี้ได้รับความนิยมตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

(ที่มา: https://board.postjung.com/643872.html)

จนในสมัยรัตนโกสินทร์ราวรัชกาลที่ 4 สยามเริ่มติดต่อกับชาวตะวันตก ทั้งวิทยาการ และแฟชั่นจึงได้เข้ามาด้วย คนไทยจึงเริ่มไว้ผมยาวมากขึ้นทั้งชายและหญิง ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงผมของคนไทยก็ยิ่งมีความหลากหลาย สตรีเริ่มนิยมไว้ผมยาวถึงกลางหลัง และทำผมตีโป่งหรือทำมวยเอาอย่างคนญี่ปุ่นในหนังที่โรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นในสมัยนั้นนำมาฉาย (ปลายรัชสมัย ราว พ.ศ.2453) ยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ก็ทรงมีพระราชดำริให้สตรีในราชสำนักไว้ผมยาวแบบตะวันตก ส่วนบุรุษก็นิยมตัดผมสั้นไว้ “รองทรง” อย่างชายชาวตะวันตกเช่นกัน

เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ทรงเป็นผู้ริเริ่มเปลี่ยนแปลงทรงผมจากทรงปีกนก มาเริ่มไว้ผมยาวขึ้นตามพระราชประสงค์โปรดเกล้าฯ ของพระบาทสมเด็จพระจุลเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัว และตีโป่งอย่างหญิงชาวญี่ปุ่น

(ที่มา: http://www.reurnthai.com/index.php?topic=4374.105 )

หญิงสาวญี่ปุ่นในยุคเมจิ (ค.ศ.1868–1912)

ผมทรงตีโป่งเป็นหนึ่งในทรงที่นิยมกันมากในยุคเมจิซึ่งตรงกับช่วงที่มีภาพยนตร์ญี่ปุ่นเข้ามาฉายในไทย

(ที่มา: https://www.japanpowered.com/japan-culture/gender-roles-women-modern-japan)

การไว้ผมสั้น-ยาวของคนไทยจึงไม่ได้เกิดจากความรู้สึกต้องการสร้างและแบ่งแยกความเป็นเพศหญิง-ชาย แต่อย่างไรก็ตาม การรับแฟชั่นจากโลกตะวันตก ก็อาจเป็นการรับและสืบทอดความเชื่อหรือค่านิยมการแบ่งแยกชายหญิงอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในสังคมไทย

4

Irene Castle ไว้ผมทรงบ็อบ

(ที่มา: https://www.pinterest.com/pin/223631937720228682/)

ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 20 ทรงผมของผู้หญิงเริ่มเปลี่ยนแปลงไป สาวๆ ยุโรปจากที่ไว้ยาวกันมาเป็นศตวรรษ ก็ได้ลุกขึ้นมาตัดผมให้สั้นลง โดยผมทรงที่นิยมกันมาก คือ ทรง “บ็อบ” ที่นักเต้นสาว Irene Castle เป็นผู้นำเทรนด์นี้ให้นิยมกันมากในอเมริกาก่อนที่จะแพร่หลายออกไปต่างประเทศ รวมถึง ประเทศไทยราวช่วงรัชกาลที่ 6

เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้หญิงเริ่มออกไปทำงานนอกบ้าน ความเป็นหญิงที่เคยอยู่แต่ในบ้าน ต้องดูแลงานบ้านงานเรือนเริ่มเสื่อมคลอน หากจะบอกว่าหญิงสาวเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตัดผมสั้นเพราะความทะมัดทะแมงและสะดวกในการทำงานก็คงไม่ผิด หรือหากจะคิดว่าการตัดผมสั้นของผู้หญิงเป็นการแสดงการขัดขืน ไม่ยอมรับการอยู่ภายใต้อำนาจทางเศรษฐกิจของผู้ชายที่เลี้ยงดูผู้หญิงไว้เพียงในบ้านก็ได้เช่นกัน ดังนั้น ผู้หญิงผมสั้นจึงให้ภาพลักษณ์ที่ต่างออกไปจากผู้หญิงผมยาว คือเป็น “สาวมั่น” มีความมั่นใจ และเป็นสาวแกร่งไม่จำเป็นต้องมีผู้ชาย

Anna Wintour “หญิงแกร่ง” เจ้าแม่แห่งวงการแฟชั่นที่ไว้ผมทรงบ๊อบจนติดตาเป็นเอกลักษณ์ของเธอ

(ที่มา: http://glitzandgrammar.co.za/love-anna-wintour/)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การตัดผมสั้นของผู้หญิงคือการแสดงออกว่า “ฉันเข้มแข็ง” เหมือนผู้ชาย ซึ่งก็เท่ากับยอมรับว่า ความเป็นชายนั้นดีกว่า เหนือกว่า สุดท้ายสังคมก็ไม่สามารถหลุดออกจากกรอบความคิดชายเป็นใหญ่ไปได้ จะดีกว่าไหม ถ้าเราหันมาภูมิใจในความเป็นตัวเองมากกว่าจะเอากรอบทางเพศมากะเกณฑ์ว่าการเป็นหญิง-เป็นชายต้องประพฤติปฏิบัติตนแบบนี้แบบนั้น เพราะจริงๆ แล้ว ความเป็นปัจเจกและความต้องการของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน

การไว้ทรงผมสั้น-ยาว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร จะประกอบสร้างหรือแบ่งแยกความเป็นหญิง-ความเป็นชายตามค่านิยมในอดีตหรือไม่ ความแตกต่างระหว่างเพศนั้นควรไปให้ไกลกว่าแค่การพูดถึงอัตลักษณ์ภายนอกที่พูดเพียงเรื่อง ผมสั้น-ผมยาว เรื่องกางเกง-กระโปรง หรือเรื่องการพูด “ค่ะ/ครับ” เพราะนั่นคือการตัดสินเรื่องเพศอย่างฉาบฉวย เป็นการมองแค่เปลือกเพื่อแบ่งแยก ไม่ได้ทำความเข้าใจกันจริงๆ ว่า เพศของมนุษย์ที่มีอยู่หลากหลายนั้นเป็นอย่างไร การหยิบเพียง “ภาพผู้ชายผมสั้น-ผู้หญิงผมยาว” (ที่ถูกกำหนด) ขึ้นมาฉายซ้ำๆ อธิบายเด็ก จึงเป็นเพียงการผลิตซ้ำความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศ และส่งต่อมุมมองแคบๆ จากรุ่นสู่รุ่น

by ศวริศ ศรีฤทธิประดิษฐ์

แหล่งอ้างอิง:

)
Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade