แก้เท้าเหม็นให้หายขาดด้วยสเปรย์สมุนไพร 18 ชนิด

แก้เท้าเหม็น ด้วยสเปรย์ดับกลิ่นเท้าที่อุดมไปด้วยสมุนไพรไทยถึง 18 ชนิด เป็นวิธีดับกลิ่นเท้าด้วยสมุนไพรที่ง่ายที่สุด ที่ไม่ยุ่งยากและไม่เสียเวลา เพียงฉีดพ่นสเปรย์สมุนไพรขวดนี้ให้ทั่วเท้า ง่ามและซอกนิ้วเท้า รวมถึงในรองเท้าวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ก็จะสามารถแก้เท้าเหม็น เหงื่อออกเท้าและรองเท้าเหม็นให้หายขาดได้

การใช้สมุนไพรในการแก้เท้าเหม็น ไม่ว่าจะเป็นวิธีแก้เท้าเหม็น ด้วยมะนาว, วิธีแก้เท้าเหม็นด้วย น้ําส้มสายชู หรือการใช้สมุนไพรชนิดใด ก็มักจะสร้างความยุ่งยาก เช่น การใช้มะนาว ทำได้โดยการนำมะนาวมาคั้นน้ำแล้วนำมาผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณเท่า ๆ กัน จากนั้นให้นำสำลีมาชุบน้ำที่ผสม แล้วเอามาขัดๆถู ๆ ให้ทั่วทั้งฝ่าเท้า นิ้วเท้า และตามง่ามนิ้ว ประมาณ 10–20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โดยต้องทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2–3 ครั้งจึงจะเห็นผล หรือการใช้ใบสะระแหน่ ทำได้โดยการนำใบสะระแหน่ 3–4 กำ ต้มในน้ำเดือดปริมาณ 2 ลิตร รอจนน้ำเริ่มอุ่นๆ จึงแช่เท้าลงไปประมาณ 40–60 นาที โดยต้องทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1–2 ครั้งเช่นกันจึงจะเห็นผล

เมื่อเรามีตัวเลือกที่ดีอย่างสเปรย์แก้เท้าเหม็นที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นเท้า(อบเชยเทศ, มะกรูด, ใบฝรั่ง) ฆ่าเชื้อรา(ไพล, ข่า, ขมิ้นชัน, ทองพันชั่ง) ลดเหงื่อออกเท้า(สารส้มสะตุ) และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย(ใบพลู, ทับทิม, ไพล, ขิง, ขมิ้นชัน, ตะไคร้, ใบฝรั่ง, กระชาย, กานพลู, ใบบัวบก) รวมอยู่ในขั้นตอนเดียว ช่วยให้เราสามารถลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและประหยัดเวลาที่ต้องแช่เท้าหรือขัดถูเท้าครั้งละ 1/2–1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไปได้เลย โดยที่ยังได้ประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์อื่นๆที่มากเกินกว่าการใช้สมุนไพรครั้งละ 1–2 ตัว เพื่อการรักษาและแก้กลิ่นเท้าเหม็นได้ครอบคลุมกว่าการเลือกใช้สมุนไพรตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษ แถมสเปรย์สมุนไพรดับกลิ่นเท้า P&F ยังมีส่วนผสมของสารส้มสะตุ ที่จะช่วยลดเหงื่อออกเท้าให้น้อยลง มีส่วนผสมของมังคุด ทับทิมและขมิ้นชัน ที่ช่วยบำรุงผิวเท้าให้ชุ่มชื้นขึ้น

บางคนอาจจะแย้งขึ้นมาว่า เท้าเรามันจะไปต้องการการบำรุงหรือความชุ่มชื้นไปทำไม ต้องขอทำความเข้าใจก่อนว่าการบำรุงผิวเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับเท้านั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ผิวหนังที่เท้ามีความยืดหยุ่น สามารถรองรับน้ำหนักตัวของเรา และต้านทานต่อแรงกด แรงอัด เมื่อเราเหยียบย่ำลงบนพื้นได้ ลองสังเกตดูว่าถ้าเมื่อใดที่ผิวหนังบริเวณเท้าของเราแห้งมาก จนเริ่มด้านและแตก เวลาที่เราเดินก็จะรู้สึกเจ็บบริเวณส้นเท้าได้