1 BIKE Day at บางกระเจ้า

วันนี้วันดี 19 สิงหาคม หลังจากเสร็จจากกิจกรรม TU Fit พวกเราสามคน(ฝ้าย ต้นน้ำ และฟ้าคราม) ก็วางแผนกันว่าจะไปเที่ยวที่คุ้งบางกระเจ้ากัน ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการนั่นเอง แต่ก่อนจะออกเดินทาง รู้สึกหิว เลยแวะรับประทานอาหารเช้ากันก่อน แล้วเริ่มเดินทางออกจากสยามในเวลา 9.53 น.


10.16 น. ถึงบีทีเอสสถานีบางนา ออกประตู 2 รวมเวลาเดินทางจากบีทีเอสสยามถึงบีทีเอสบางนา ประมาณ 23 นาที ราคาค่าโดยสาร 57 บาท แต่หากใครใช้บัตรบีทีเอสแบบเติมเที่ยว ก็จะต้องเสียค่าส่วนต่อขยายเพิ่มอีก 13 บาทด้วย
10.25 น. ขึ้นแท็กซี่ไปที่วัดบางนานอก พี่แท็กซี่บอกว่า จริงๆแล้วถ้าลงอุดมสุขจะใกล้กว่านะ
10.34 น. ถึงวัดบางนานอก เสียค่าโดยสารไป 60บาท ก่อนจะเดินเลี้ยวซ้ายเข้าวัด ก็จะเห็นท่าเรืออยู่ทางขวาเลย ซึ่งเราจะเดินทางไปบางกระเจ้าด้วยเรือนี่แหละ


10.43 น. ถึงท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก ใช้เวลาเดินทางแค่ 9 นาที เสียค่าโดยสารกันคนละ 4 บาทเท่านั้น

เมื่อเดินลงจากเรือก็เห็นร้านเช่าจักรยานเต็มไปหมด ไม่รู้จะเลือกร้านไหนดี เลยเดินเลี้ยวซ้ายไปนิดหน่อย เจอร้านเช่าจักรยานชื่อว่า อ๊อดตู้โค้ก พี่เค้าช่วยดูแลพวกเราดีมากๆ ช่วยเลือกจักรยาน และแนะนำเส้นทางจักรยานให้เรา แถมยังมีแผนที่ในการขี่ให้ด้วย พี่เค้าบอกว่าราคาเช่าจักรยานอยู่ที่ 50 บาท/วัน แต่วันนั้นเราใส่ชุดพละกันไป พี่เค้าเลยลดราคาให้เป็นราคานักเรียน เหลือเพียงแค่คนละ 40 บาท เท่านั้น

คนพร้อม! จักรยานพร้อม! เริ่มออกเดินทางกัน!
เมื่อพวกเราเริ่มออกเดินทาง ด้วยความที่แต่ละคน ไม่ได้ใช้สกิลในการปั่นมามากกว่า 3 ปีเป็นอย่างต่ำ ก็ออกจะทุลักทุเลกันเล็กน้อย ตอนแรกพี่ๆแนะนำเราว่า เมื่อปั่นไปจนถึงประตูวัดแล้ว จะเป็นสามแยก ให้เลี้ยวขวาเพื่อไปที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ก่อน แล้วลัดเลาะตามเส้นทาง แวะที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง แล้วจบที่บ้านธูปหอม แต่พอพวกเราปั่นไปถึงจริงๆ เห็นพี่ๆกลุ่มข้างหน้าเลี้ยวซ้ายไปกันหมด เลยเริ่มลังเลใจ บวกกับเส้นจักรยานด้านขวาอยู่อีกฝั่งของถนน(ถนนที่คุ้งบางกระเจ้าจะมีเลนจักรยานสองเลน เพื่อให้สามารถขี่สวนกันได้ โดยจะอยู่ขนาบข้างของเลนรถยนต์) สุดท้ายพวกเราเลยตัดสินใจเลี้ยวซ้ายกัน และหลังจากปั่นไปไม่นาน เห็นป้ายบ้านธูปหอมอยู่ทางซ้ายมือ เลยตกลงกันว่าจะเปลี่ยนเส้นทางเป็นบ้านธูปหอม>ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง>สวนศรีฯ แทน
เมื่อจอดจักรยานแล้วเดินเข้าไปด้านใน ก็พบอาจารย์วิทยากรกำลังให้ความรู้เกี่ยวกับผ้ามัดย้อมอยู่ พวกเราเลยเข้าไปสอบถามคุณน้าอีกคนที่เดินเข้ามาพอดี คุณน้าเลยบอกว่าวันนี้ไม่มีสอนทำธูปหอม แต่ถ้าจะเรียนทำเสื้อมัดย้อมให้เลือกซื้อเสื้อแล้วเข้าไปนั่งได้เลย เพราะอาจารย์พึ่งสอนกลุ่มก่อนหน้าเสร็จ เมื่อพวกเราเลือกซื้อเสื้อกันแล้ว อาจารย์ก็เดินกลับเข้ามาพอดี พร้อมทั้งถามเราว่าต้องการทำแบบไหน มีหลายแบบเช่นลายก้นหอย ลายน้ำไหล ฯลฯ ซึ่งลายน้ำไหลก็แบ่งย่อยได้อีกหลายแบบแล้วแต่วิธีการมัด เช่นแนวตรง แนวทแยง แนวขวาง สุดท้ายพวกเราก็เลือกลายน้ำไหลแบบตรงกัน ว่าแล้วก็เริ่มฉีดน้ำไปที่เสื้อให้ชุ่ม แล้วจับผ้าให้เป็นจีบในแนวตรง หลังจากที่ม้วนผ้าแล้ว ก็เลือกจุดที่จะเว้นไม่ให้โดนสี แล้วก็มัดด้วยเชือกฟางให้แน่น
เมื่อมัดผ้าแล้วก็เดินมาย้อมสีกัน บริเวณไหนต้องการให้เป็นสีทึบก็ป้ายสีเยอะหน่อย ตรงไหนอยากให้เป็นลายน้ำก็ป้ายแค่บริเวณสันผ้าเท่านั้น ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็เรียบร้อย

จากนั้นอาจารย์ก็บอกว่าให้แกะเชือก แล้วนำเสื้อไปผึ่งที่แคร่ไม้ไผ่ได้เลย รอผึ่งให้แห้งประมาณ 15 นาทีก็ได้แล้ว

ผ่านไป 15 นาที เสื้อที่เราผึ่งไว้ก็แห้งพอดี คุณน้านำน้ำยากันสีตกและใบคำอธิบายการใช้ให้พวกเรา พร้อมทั้งอธิบายวิธีการใช้อย่างละเอียดให้ฟังอีกหนึ่งครั้ง หลังจากเก็บเสื้อและอุปกรณ์ต่างๆแล้ว พวกเราก็พร้อมออกเดินทางไปที่อื่นกันแล้ว

หลังจากออกมาจากตรอกบ้านธูปหอม ปั่นจักรยานไปอีกเล็กน้อยก็ถึงตลาดน้ำบางน้ำผึ้งแล้ว

ภายในตลาดก็มีร้านอาหารและร้านขายของฝากวางเรียงรายกันมากมาย แต่ด้วยความหิว พวกเราจึงแวะเติมพลังกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ราคาอาหารที่นี้ถือว่าไม่แพงเลย อย่างก๋วยเตี๋ยวที่พวกเราสั่งก็แค่ 25 บาทเท่านั้น แต่ปริมาณก็ไม่เยอะมากนะ กะว่าเดินกินอย่างอื่นต่อได้ชิลล์ๆ


เดินต่อไปอีกนิดหน่อย แวะซื้อทองม้วนสดร้อนๆกัน กล่องละ 30 บาทเท่านั้น เลยจัดไปสองกล่องแหนะ เมื่อเดินเลยร้านทองม้วนไปอีกนิดเดียวก็จะเจอร้านน้ำแตงโมปั่น ขายกันสดๆทั้งลูก น่ากินมาก เลยซื้อมาแบ่งกัน รสชาติน้ำแตงโมไม่หวานเกินไป ไม่ใส่สี มีแตงโมกลมๆเล็กๆใส่มาอีกหลายชิ้น แถมยังมีที่นั่งพักให้ด้วย ชอบๆ




13.20 น. หลังจากกินแตงโมและทองม้วนกันจนอิ่ม พวกเราก็ตัดสินใจออกจากตลาดน้ำ เพราะยังมีสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ที่ยังรอพวกเราอยู่ ไปกันเลย





13.59น. ถึงแล้ว! สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ หลังจากปั่นๆหลงๆกันอยู่ครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเราก็มาถึง บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นมาก อากาศร้อนนิดหน่อย แต่พอไหวอยู่

เมื่อปั่นจักรยานรอบๆสวนแล้ว พวกเราก็ปั่นจักรยานกลับกัน ด้วยความที่ขากลับเราปั่นกันด้วยเส้นทางเดิม เลยใช้เวลาน้อยกว่าขาไปเยอะเลยทีเดียว

14.51 น. กลับมาถึงวัดบางน้ำผึ้งนอกกันแล้ว จ่ายค่าเช่าจักรยาน 40 บาท พี่เค้าบอกว่ามีบริการผ้าเย็น และน้ำเปล่าฟรีด้วย บริการทุกระดับประทับใจมากๆ
14.59 น. เรือมาแล้ว กลับบ้านกันเถอะ!

15.10 น. ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย ตอนแรกจะขึ้นแท็กซี่ไปลงบีทีเอสบางนาเหมือนเดิม แต่มีคุณลุงเดินมาตะโกนว่าสองแถวไปลงบีทีเอสบางนา อะ ไหนๆ แท็กซี่ก็ไม่น่าจะมาในเร็วๆนี้ ขึ้นรถสองแถวเลยละกัน เปิดประสบการณ์ใหม่ ถึงที่หมายเหมือนกันนั่นแหละ


15.27 น. ในที่สุดพวกเราก็ถึงบีทีเอสบางนา เสียค่าโดยสารเพียงคนละ 10 บาทเอง จ่ายค่าโดยสารเสร็จก็นั่งบีทีเอสกลับไปที่สยาม ใช้เวลาไม่นานก็ถึงสถานีสยามแล้วล่ะ
สรุปรวมค่าเสียหาย:
19+13+60+4+120+25+60+60+40+4+10+19+13=447 บาท
จบไปแล้วสำหรับทริป 1 Bike Day at บางกระเจ้า ใครที่เบื่อๆกรุงเทพฯ อยากเปลี่ยนบรรยากาศมาปั่นจักรยานนอกกรุง ก็อย่าลืมนึกถึงคุ้งบางกระเจ้ากันนะ:)
