ติ่งนี้ที่เจแปง [ใครไม่กล้า…โอซาก้าาา]
[นั่ง Nankai rapid line เข้าเมือง]
พอออกมาจากสนามบิน คำเเรกที่อุทานมาคือ อีเชี่ยย หนาววว คือ ตอนเช้าอากาศมันจะหนาวมาก ตอนนั้นที่เราเช็คในไอโฟนดู คือ 12 องศา เกิดมาไม่เคยสัมผัสอากาศเเบบนี้มาก่อนเลยจ่ะเเม่จ๋า จำได้ว่าเดินออกมาเเล้วปากเปิกสั่นไปหมด ยืนถูมือเป็นคนบ้าเลย
ทีนี้ว่าเรื่องรถไฟคือ ต้องบอกก่อนว่าสนามบิน kansai ตั้งอยู่นอกเมืองโอซาก้าไกลมากๆ ต้องข้ามทะเลเข้าเมืองกันเลยทีเดียว การเข้าเมืองที่เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด ก็คือรถไฟ เเละที่โอซาก้ารวมไปถึงเขตคันไซจะไม่เหมือนโตเกียวคือบ.รถไฟเจ้าใหญ่ที่สุดเเละมีการเดินรถมากที่สุดคือ Nankai ไม่ใช่ JR เหมือนโตเกียวที่เราคุ้นเคยกัน เเต่ก็ใช่ว่าสายJRจะไม่มีเลย มีค่ะ เเต่จะอยู่นอกเมืองเเละชานเมืองโอซาก้า มากกว่า เเต่ถ้าเส้นทางในตัวเมืองย่านใหญ่ อาทิ นัมบะ,อูเมดะ,ชินไซบาชิ เเนวนี้สายเจอาร์จะไม่ค่อยผ่าน ดังนั้นเราเเนะนำถ้าเที่ยวตัวเมือง อย่าซื้อ JR Pass เลยค่ะ ไม่งั้นจะเสียเงินฟรีๆไม่คุ้มเหมือนเรา คือ อันนี้เป็นความพลาดของเราเอง ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าซื้อJR น่าจะคุ้มกว่าไปรอบคันไซได้ เเต่ลืมคิดไปว่ารร.ที่ตัวเองพัก เเละ ที่ต้องไปมันไม่มีผ่านเลย เสียดายเงินมากๆเราซื้อมาเเบบ2วัน ราคา 4000 เยน คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1200 กว่าบาท เเต่เชื่อมั้ยเราใช้ไปแค่4เที่ยวเอง สุดยอดเเห่งความไม่คุ้ม เราเเนะนำเพื่อนๆศึกษาสายรถไฟ เเละ เเพลนการเที่ยวดีๆก่อนนะคะ ถ้าไม่ได้ไปเกียวโต หรือ นารา ก็อย่าซื้อเลย มันไม่คุ้มจริงๆ
ทีนี้ว่าด้วยเรื่องรถไฟเข้าเมืองนะคะ จะมี 2 เเบบ คือ JR กับ NANKAI ซึ่งเราเลือก NANKAI ค่ะ เเล้วอีกอย่างเราจองผ่านทางเว็บไว้เเล้ว ซึ่งถามว่าทำไมแกไม่ขึ้นJR ละก็ซื้อบัตรมาเเล้วยังมาบ่นว่าไม่คุ้มอีก คือ ไม่ใช่อะไรค่ะ เส้นทางของJR จากสนามบินคือตอนนั้นเราไปเช้า ยังไม่มีรถวิ่งเเล้วอีกอย่างคือเราต้องรีบไปงานไฮทัช เลยขอเลือกเส้นทางที่เร็วเเละสะดวกสุด คือ NANKAI เเล้วเราจำได้ช่วงนั้นราคาNANKAIมันรถราคา เราเป็นชะนีบ้า SALE เอาอันนี้หล่ะคุ้ม

ภาพนี้ คือ เคาท์เตอร์PASS ต่างๆสีส้มๆที่เห็นเป็นของNANKAI เเละ สีฟ้า นั่นคือ JR PASS
ปล.JR PASS ของที่นี่ไม่สามารถเอาไปใช้ที่อื่นได้นะคะ ใช้ได้เเค่ในเขตคันไซเท่านั้น
ทีนี้รถมาขึ้นรถไฟกันดีกว่าค่ะ
ขั้นตอนเเรก ต้องไปเเลกตั๋วที่เคาท์เตอร์ก่อน เราก็ปริ้น เอกสารจากเว็บมาก็เอาไปยื่นคาท์เตอร์ซึ่งพนักงานเป็นฟิลลิ่งลุงๆทั้งหมด แต่อย่าไปกลัวค่ะ ลุงแกพูดอังกฤษได้ แม้สำเนียงจะฟังยากไปสักหน่อย เเต่เราก็สื่อสารกันหลู่เหลื่อง!

หน้าตาบัตรที่เเลกมาจะเป็นเเบบนี้นะเวลาออกจากสนามบิน 7 :31 ข้างล่างคือเวลารถไฟถึงนัมบะ 8:09
ส่วน 3 ตัวคันจิอะไรสักอย่างง 23 คือ ขบวนที่ 3 ที่นั่งหมายเลข 23
มาดูหน้าตารถไฟกันดีกว่า

ข้างในก็สะอาดมากๆ มีที่ว่างกระเป๋าตรงทางเข้า พอดี คือเป็นญี่ปุ่นไงเราเลยไว้ใจว่าคงไม่หายหรอก เเต่ถ้าไทยเเลนด์ละก็ เเนะนำเอาไปวางเเถวๆที่นั่งดีกว่า

ภายในสถานีก็สะอาดมากมีเเม่บ้านทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา รถไฟข้างๆที่เห็นในภาพก็เป็นรถไฟเข้าเมืองเหมือนกัน เเต่จะไม่ใช่เเบบความเร็วสูงที่เรานั่ง ราคาต่างกันไม่เยอะ เเต่เวลาต่างกันมาก เเบบธรรมดาใช้เวลาเกือบชม.ครึ่งเลย
ทีนี้พอเข้ามารถไฟเเล้วเราก็ต้องนั่งที่นั่งให้ถูกนะ เพราะเดี๋ยวอีกสักพักจะมีพนักงานมาตรวจ ถ้านั่งผิดที่เดี๋ยวเค้าจะเดินมาบอกเรา บรรยากาศในรถไฟ2ข้างทางดีมากๆ ดีเเบบทุกคนในขบวนส่วนมากเป็นคนไทย กับ จีน เอากล้องมาถ่ายกันยกใหญ่ ส่วนทางเราเซลฟี่ไปเกือบ20รูป ถ่ายวีดีโอด้วยนะ3คลิป กระเหรี่ยงนี่มันกระเหรี่ยงจริงๆ



ข้างๆทางก็เริ่มจากผ่านทะเล ผ่านเข้าชานเมืองก็จะเป็นเเนวๆทำไร่ทำสวน พอเข้าไปเรื่อยๆก็จะเริ่มเป็นเมืองใหญ่หล่ะ มีห้างเต็มไปหมด เเต่ที่เราฟินมากคือมันผ่านรร.น่าจะมัธยมมีเด็กนักเรียนถอดเสื้อ เตะบอลเต็มสนาม อู้ยยย เเต่อยากถามน้องเค้าว่าน้องไม่หนาวเลยหรือลูก
ใช้เวลาเกือบๆ40นาทีก็มาถึงสถานี นัมบะ ใจกลางเมืองโอซาก้าโดยเเท้จริง ตื่นเต้นมากรวบรวมสติว่าเอ่อ เราต้องไปไหนต่อ เลยเปิด Hyperdia เว็บไซต์ตารางเวลารถไฟซึ่งขอบอกเลยว่า ทั้งทริปเราพึ่งเว็บนี้ตลอดเลย กราบแนบอกมา ณ ทีนี้ วิธีใช้ก็ง่ายๆจะไปไหนเราก็พิมพ์ต้นทางของเรา กับ จุดหมายปลายทาง ใส่วันใส่เวลาที่จะไป เดี๋ยวตารางเวลารถไฟชื่อสถานีก็จะขึ้นมาเอง
[ถึงนัมบะเเล้วจ่ะ นายจ๋า]
พอออกจากสถานีเเล้ว นาทีเเรกคือ ที่นี่ที่หน่ายยยยยย มันใหญ่เเละมีเส้นทางขึ้นรถไฟเยอะมาก เเต่เราว่าเราอาศัยป้ายบอกทางประกอบกับดูเส้นทางในhyperdia เค้าบอกให้เราไปสถานี Tennoji โดยสาย Midosuji เราก็เห็นป้ายเเล้วหล่ะ เเต่ทีนี้ปัญหาต่อมาคือ ซื้อบัตรรถไฟยังไง ต้องหยอดเหรียญ เลือกสถานยังไง ภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมด ถึงตู้มีเมนูภาษาอังกฤษเเต่มันไม่มีชื่อสถานีอะไรเลย เป็นหน้าจอดำๆ เอวังเเล้ว นี่ คือ จุดตันของเราช่วงนึงในญี่ปุ่นตอนนั้นสติเราหายอ่ะ เริ่มลนลาน จะถามใครดี ญี่ปุ่นก็พูดไม่เป็น เเล้วตอนนั้นเป็น rush hour ด้วย เอาละสิมืดแปดด้าน เเต่เหมือนฟ้ามาโปรดเรา เราได้ยินเสียงคนไทย2คนคุยกันหันไปคือ เป็นพี่ผู้หญิงหน้าตาน่ารักมากๆมากับเเม่ เราเลยหันไปขอความช่วยเหลือ พี่คนนั้นน่ารักมาช่วยอธิบายการซื้อตั๋วให้เราอย่างดี เเถมจะออกเงินค่ารถให้ด้วยเพราะตอนนี้เรามีเเต่แบงค์ไมม่มีเหรียญ เเม่เค้าก็อึ้งๆกับเราว่าหนูมาคนเดียวได้ไง มันเหงานะ อันตรายด้วย คุยไปคุยมาพี่สาวคนนั้น ชื่อ พี่โบว์ เพิ่งจบอักษร จุฬา ตอนนี้มาต่อโท ที่ OSAKA UNIVERSITY เราเลยแบบอ้าว มหาลัยเดียวกันเลยพี่ ต่างคนก็ต่างเห้ย ตอนนั้นเพลง น้ำใจน้องพี่สีชมพูขึ้นมาในหัวเลย คือไม่เกี่ยวเเต่มันขึ้นมาเอง รู้สึกซึ้งเเละอบอุ่นแปลกๆเวลาเจอคนไทยใจดีที่ญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็เเยกย้ายกัน เเต่ปัญหาเรามันไม่จบไม่สิ้น เราลงมาในสถานีใต้ดินผิด คือ โชคดีมากที่สังเกตป้าย เห็นมันเขียนว่า อูเมดะ เราก็รู้สึกตะหงิดเเล้วนี่มันผิดเลยขึ้นกลับไปที่บนสถานใหม่ สุดท้ายคือเราต้องอ้อมไปขึ้นอีกฝั่งเพื่อไป สายเทนโนะจิ ทีนี้ถูกเเล้ว พอรถไฟมารถก็ยกกระเป๋าเข้าในขบวนแบบทุลักทุเล ทีนี้เราก็พยายามนั่งจ้องจอในรถไฟว่าถึงสถานอะไรเเล้ว คือ เราต้องลง สถานี Dobutsu-mae ซึ่งเราเห็นในMAPที่นัมบะมันห่างจากนัมบะ สถานีเดียว ทีนี้ลงถูกเเล้ว เย้! กว่าจะถึงนี่เล่นเอาเหนื่อยจนน้ำตาจะไหล

สถานีต่อรถไฟเข้า-ออก สนามบิน ของ NANKAI

ปล.ข้างในสถานี นัมบะ จะมีเเฟมมิลี่มาร์ทเล็กๆซึ่งพนักงานหล่อมาก