Finland : Lapland, a White Winter Wonderland — ฟินแลนด์ ดินแดนสีขาว

Lapland, Finland

คนเมืองร้อนอย่างเราๆ ก็คงมี moment อยากจะสัมผัสความหนาวแบบสุดขั้วกับเค้าบ้าง แม้แต่คนขี้หนาวมากๆอย่างกลอย ก็อยากจะไปลองดูสักครั้งค่ะ ว่าจะหนาวสักขนาดไหนกันนะ?

Lapland (ประเทศฟินแลนด์) เป็นตัวเลือกนึงใน Arctic Circle ที่น่าสนใจมากๆเพราะว่ามีกิจกรรมมากมายให้เลือกสรร โดยเฉพาะ Rovaniemi หรือ “The Official Hometown of Santa Claus” ค่ะ

ตามจริงแล้วบ้านเกิดของซานต้าคลอสนั้นมาจาก เมือง Korvatunturi ซึ่งสถานที่นั้นค่อนข้างจะไปลำบาก เพราะอยู่ในเขตชายแดนระหว่าง Finland และ Russia ในปี 2010 ทางราชการจึงกำหนดให้ Rovaniemi เป็นออฟฟิศหลักของซานต้าแทนค่ะ

ในหน้าหนาวที่ Rovaniemi นี่จะมี Winter Activities แทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • Husky Sledding
  • Reindeer Sledding
  • Snowmobile
  • Ice Fishing
  • Aurora (Nothern Lights) Hunting
  • Meeting Santa Claus

ส่วนในหน้าร้อนหรือหน้าอื่นๆก็จะมีกิจกรรมเช่น Fat Biking, Fishing, Watching Midnight Sun


Getting here and around

การไป Rovaniemi นั้นมีให้เลือกหลายทางไม่ว่าจะเป็นรถบัส, รถไฟ, รถส่วนตัว หรือ เครื่องบิน ซึ่งกลอยขอแนะนำเครื่องบินค่ะ เนื่องจากประหยัดเวลาไปได้มาก ซึ่งสองสายการบินที่บินไปเมืองนี้ก็จะมี Finnair กับ Norwegian

Flight ในประเทศมีมาจาก Helsinki รวมถึงมาจากต่างประเทศเช่น London, Paris, Frankfurt และ Zürich ค่ะ

คราวที่แล้วกลอยไปกับ Finnair ซึ่งบนเครื่องเค้าจะใช้แก้วและกระดาษเช็ดปากที่ทำร่วมกับแบรนด์ marimekko น่ารักมากๆ และอยากจะแนะนำให้ลองสั่ง Blueberry Juice ค่ะ เพราะเป็น Signature Drink ของ Finnair ที่อร่อยและไม่หวานจนเกินไป พอมาถึงสนามบินก็พบกับการตกแต่งที่น่ารักสุดๆ รู้สึกถึง Christmas Spirit เลย

Marimekko x Finnair and Rovaniemi Airport

กลอยพักที่ Scandic Hotel ในตัวเมือง เลยใช้บริการ Airport Shuttle Bus ซึ่งจอดอยู่ตรงทางออกด้านหน้าสนามบินเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะหาไปไม่เจอ หรือไม่มีรถนะ เพราะที่นี่มีบริการสอดคล้องกับ Flights ที่ลงทุกเที่ยว สนนราคา 7 ยูโรต่อคนค่ะ สำหรับคนที่พักโรงแรมหรือรีสอร์ทอื่น แนะนำให้สอบถามเค้าก่อนเราจะไปค่ะ เพราะที่พักบางแห่งมีบริการรับ -ส่งสนามบินค่ะ

สำหรับการเดินทางไป Santa Village หรือสถานที่อื่นๆ ส่วนมากกลอยจะจองโปรแกรมกิจกรรมต่างๆไว้ก่อน และทางทัวร์ก็จะมารับเราที่โรงแรม และก็มีบางส่วนที่กลอยใช้รถบัสและแท็กซี่ค่ะ

ป.ล. เรื่องเช่ารถนั้นไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วยค่าาา


What to see & do — Winter Activities

การไปเที่ยวครั้งนี้กลอยได้ทำกิจกรรมหลายๆอย่างที่ใฝ่ฝันอยากจะลองมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่กิจกรรมทั้งหมดที่มีใน Rovaniemi แต่ว่าถ้าใครได้ไปแล้ว ต้องห้ามพลาดกิจกรรมเหล่านี้ค่ะ เพราะมันสนุกจริงๆ

จากนี้เรามาเริ่มทัวร์กันเลย ดูสิว่าที่นี่มีอะไรทำบ้าง!

Snowmobile & Husky Sledding

กลอยจองโปรแกรมทัวร์ Snowmobile & Husky Sledding ไปกับ Wild Nordic ค่ะ

เหตุผลที่เราจองไปกับทัวร์เพราะว่า แทบจะทุกทัวร์ของที่นี่จะมีเสื้อผ้าให้เราเปลี่ยนหรือใส่เพิ่มเติมเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นค่ะ เพราะฉะนั้นเราก็จะไม่ต้องกังวลสำหรับการเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวไปจากไทยสักเท่าไหร่

และทางทัวร์ก็จะมารับที่โรงแรมเลยด้วยค่ะ ตรงเวลาดีมากๆ รถที่รับก็เป็นรถบัสไซส์กลาง ซึ่งจะแวะรับลูกทัวร์ตามที่พักต่างๆ เพื่อไปรวมตัวกันที่ ออฟฟิศของ Wild Nordic ที่ Santa Village ค่ะ ซึ่งแน่นอนระหว่างทางก็ขาวโพลนไปหมด แม้แต่ถนนก็สีขาวววว

On the way to Wild Nordic

พอมาถึงที่ Wild Nordic เค้าก็ให้เราเก็บสัมภาระ และจับเราแต่งตัวพร้อมสู้กับความหนาวค่ะ ซึ่งก็จะมีถุงเท้า, รองเท้า, ถุงมือ, ชุด Overall, ที่คลุมหน้า, หมวกคลุมหัว (ก่อนจะใส่แนะนำให้เข้าห้องน้ำก่อนนะคะ 555 ไม่งั้นตอนถอดออกจะอุ้ยอ้ายมาก) พอเราใส่เสร็จก็รู้สึกร้อนขึ้นมาทันที แต่พอออกไปข้างนอกก็รู้สึกว่านี่แหละกำลังดีเลย :D

Let’s go and get lost!

พอไปถึงรถ ทางทีมงานก็จะอธิบายการใช้ พร้อมสัญญาณมือ ที่ไว้ส่งให้คนที่อยู่ด้านหลังค่ะ ซึ่งก็ไม่ยากอะไรเท่าไร เป็นอะไรที่ทุกคนสามารถสนุกไปกับมันได้ค่ะ :)

ถ้าพร้อมแล้วก็ใส่หมวกกันน็อคแล้วก็ไปกันเลยยยย!

riding a snowmobile with Nattha Chantasarn

ระหว่างทางมีคันนึงในกรุ๊ปที่ไปด้วยกันขับออกนอกลู่นอกทางไป เราเลยเดินเล่นรอบๆถ่ายรูปฆ่าเวลากันค่ะ

สรุปได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่สนุกมากๆ อยากให้ทุกคนได้ลอง คือตอนแรกนึกว่าจะหนาวมากแบบลมเย็นยะเยือกตีหน้า แต่ที่คลุมหัวไอ้โม่งขอเค้านี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ

Husky Sledding

จากนั้นเราก็ไป Husky Sledding กันต่อที่ Bear Hill Husky ค่ะ ซึ่งทางทีมงานก็จะเข้ามาอธิบายถึงประวัติและสายพันธุ์ต่างๆของ Husky ซึ่งเราก็ได้ทราบมาว่า สุนัขที่นี่จะเป็นสายพันธุ์ Siberian ซึ่งจะวิ่งเร็ว และแข็งแรงค่ะ จริงๆแล้วบางคนอาจจะมีความรู้สึกต่อต้านกับกิจกรรมแบบนี้ แต่จริงๆแล้วสุนัขเหล่านี้ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีค่ะ โดยจะให้วิ่ง 1 วันพัก 2 วันสลับกันไป แล้วทุกตัวทำงานเป็นทีม โดยจะแบ่งหน้าที่ตามลักษณะทางกายภาพของเค้าค่ะ เช่น จะมีสุนัขตัวที่คอยนำ, เบรค และเลี้ยว ซึ่งสำหรับเราคือประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากๆ เค้าวิ่งเร็วมาก และก็เก่งมากด้วย เพราะฟาร์มนี้ฝึกสุนัขเพื่อไปแข่ง Husky Sledding ประจำปีที่ต้องวิ่งกันถึงพันกิโลเมตรเลยทีเดียว (แต่ไม่ใช่รวดเดียวนะคะ มีแบ่งให้พักแต่ละวันด้วย)

หลังจากนั้นเค้าก็จะมีขนม และเครื่องดื่มร้อนๆให้เรานั่งพักใน Tipi และอธิบายเกี่ยวกับประวัติของฟาร์มและสุนัขให้ฟังต่อค่ะ

ต้องบอกไว้ก่อนว่าสุนัขที่นี่จะไม่ได้มีขนปุกปุยเหมือน Husky ที่เราจินตนาการไว้ แต่ว่ารับรองว่า วิ่งเร็ว แข็งแรง ปลอดภัยแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่อยากไปเจอน้องหมา Husky แบบขนปุกปุย เราจะพาไปชมกันทีหลัง รับรองน่ารักมากๆเลยละ

ช่วงเวลาของทัวร์นี้จะไม่ได้มีทั้งปี แต่ที่มีแน่นอนจะเป็นช่วงต้นเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนมีนาคมค่ะ

ราคาทัวร์นี้ก็จะเป็นตามนี้เลย

  • ผู้ใหญ่ 139 ยูโรต่อคน (ถ้านั่งด้วยกัน 2 คนต่อ 1 snowmobile)
  • ผู้ใหญ่ 188 ยูโรต่อคน (ถ้านั่งคนเดียวบนsnowmobile)
  • เด็ก (อายุ 4–14 ปี) 105 ยูโรต่อคน

Aurora (Northern Lights) Hunting

เมื่อกลับมาที่โรงแรม เราก็ไปติดต่อ Rovaniemi Tourism Information เพื่อสอบถามเรื่องเปอร์เซ็นต์การเจอ แสงเหนือค่ะ ที่เราไม่ได้จองมาก่อนเพราะต้องการทราบ Forecast ในพื้นที่ก่อนค่ะว่าจะเจอมั้ย ซึ่งเค้าก็บอกว่าวันนี้โอกาสที่จะเจอค่อนข้างสูง เราก็เลยจองทัวร์กันไป แล้วรอทีมงานเค้ามารับที่โรงแรม เวลาประมาณ 3 ทุ่มค่ะ และก็เช่นเคย ทัวร์นี้รวมชุดกันหนาวแล้วค่ะ

ระหว่างทาง ไกด์ผู้เชี่ยวชาญก็จะคอยมาช่วยอธิบายเรื่องแสงเหนือ และการตั้งค่าของกล้อง ซึ่งบอกว่า แนะนำเป็นอย่างมากให้ใช้ขาตั้งกล้อง แต่เราไม่มีไปกัน 555 ต้องใช้วิชามารเอาค่ะ

พอลงไปจากรถเราก็ต้องเดินขึ้นไปบนเขา ซึ่งค่อนข้างชันและลื่น ทางทีมงานเลยเตรียม Walking Stick ให้ทุกคนเพื่อกันล้มค่ะ

เรารอกันสักพักใหญ่ๆเลยละ เกือบหลับกลางหิมะแล้ว 555 แต่เจ้าแสงเหนือก็ออกมาให้เราเห็นกันจนได้ เรารู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ เหมือนม่านในอากาศที่โบกไปโบกมา ต้องขอบคุณน้องชายสุดที่รักที่ถ่ายรูปมาได้แม้ไม่มีขาตั้งกล้องก็ตาม และผู้ร่วมเดินทางชาวจีน Dr. Ip ที่ส่งอีกภาพมาให้ค่ะ

ป.ล. สีที่เราเห็นด้วยตาเปล่านั้นจะไม่ชัดเท่าในรูปนะคะ

give me the green light ❤

พอเราดูแสงเหนือกันจนจุใจแล้วก็มานั่งผิงกองไฟใน Tipi ย่างไส้กรอก ทานขนม และดื่มโกโก้ร้อนอุ่นๆ ฟินสุดๆไปเลย

ระหว่างทางนั่งรถกลับ (เวลาตีหนึ่งกว่าๆ) เราก็พบกับแสงเหนืออีกครั้ง โดยครั้งนี้ชัดกว่าครั้งแรกที่เห็น และมีสีสันมากกว่า แต่เสียดายไม่ได้ลงไปเก็บภาพไว้ค่ะ เพราะเพลียมากกกกก ง่วงด้วยยย ==

กลอยจองทัวร์นี้กับ Lapland Welcome ราคาอยู่ที่ 89 ยูโรต่อคนค่ะ

สำหรับใครที่อินกับแสงเหนือมากๆ และต้องการจะไปให้สุดกว่านี้ แนะนำให้ลองไป The Northern Lights Flight ค่ะ ที่จะพาชมแสงเหนือแบบ Exclusive บนเครื่องบินราคาเริ่มต้นที่ 399 ยูโรต่อคน ใครมีโอกาสไป อย่าลืมถ่ายรูปมาให้ดูกันบางนะคะ :D

น่าไปมากๆ แต่ราคาเอื้อมไม่ถึงจริงๆ 555


Santa Claus Village . Reindeer Sledding . Husky Farm

การไป Santa Claus Village จากในตัวเมืองนั้นไม่ยากเลย สามารถนั่งรถบัสสาย 8 ได้ค่ะ ตารางเวลารถสามารถขอได้ที่ Reception ที่โรงแรม หรือ Rovaniemi Tourism Information ซึ่งรถวิ่งค่อนข้างบ่อยเนื่องจากสายนี้จะแวะจอดที่สนามบินก่อนไป Santa Claus Village ค่ะ

ที่ Santa Claus Village จะมีกิจกรรมหลายๆอย่างให้ได้ทำกันค่ะ ทั้งช็อปปิ้ง ส่งโปสการ์ด พบปะกับซานต้า หรือจะเป็น Reindeer Sledding ซึ่งสามารถไปจองได้ที่นั้นเลย ง่ายมาก มีหลายรอบ ทั้งนี้ราคาจะขึ้นอยู่ตามระยะทางค่ะ

ครั้งนี้ที่ไปเวลาไม่พอต่อแถวพบซานต้า T_T เราเลยอดเจอซานต้าเลยค่ะ ถ้าใครต้องการจะไป Meet & Greet กับซานต้า นั่งตัก กระซิบหูซานต้า ในช่วงเวลา Christmas แนะนำให้เผื่อเวลาต่อแถวไว้ 1.30–2 ชม. เลยนะคะ เพราะเด็กๆมากันเยอะมาก

ใครต้องการจะส่งโปสการ์ดจาก Arctic Circle ก็อย่าลืมแวะซื้อที่นี่นะคะ :) และของสะสมอีกอย่างที่ฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวก็คือ Arctic Circle Certificate ค่ะ

ส่วนใครที่ยังไม่จุใจกับน้องหมา เหมือนน้องชายของกลอย ก็สามารถไปเยี่ยมชม Husky Farm ที่เดินจาก Santa Claus Village ไปได้ค่ะ ชื่อ Husky Park

ส่วนตัวชอบน้องหมาตัวที่ปีนขึ้นไปด้านบนกรงที่สุดค่ะ 555 น่ารักมากๆ

ราคาค่าเข้า

  • ผู้ใหญ่ 10 ยูโร
  • เด็ก (อายุ 4–12 ปี) 5 ยูโร
  • ครอบครัว (ผู้ใหญ่ 1–2 คน และเด็ก 1–3 คน) 20 ยูโร

นอกจากจะเข้าเยี่ยมชมได้แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆกับสุนัข Husky ตามฤดูกาล สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://huskypark.fi/ ค่ะ


Ice Fishing

กิจกรรมสุดท้ายที่เราจะไปกันก็คือ การตกปลาค่ะ กลอยจองไปกับ Lapland Welcome เช่นเคยค่ะ

สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ เราจะเดินเลาะไปในป่าและเดินผ่านกลางทะเลสาบ ทั้งสวยทั้งหนาว ลมก็เย็น อันนี้ไกด์ของเราบอกเลยว่า น่าจะเป็นกิจกรรมที่หนาวอันดับต้นๆเลยละ ซึ่งเราก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะชุดหมีคอมมานโดที่เค้าว่าหนากันแล้ว ก็เอาไม่ค่อยอยู่ค่ะ แนะนำให้ layer เสื้อพวก Thermal หรือ Heattech เพิ่มด้านในเอาค่ะ เอาให้อุ่นที่สุด

เริ่มแรกเราก็จะต้องเจาะรูก่อน จากนั้นก็ตักน้ำแข็งออกแล้วก็หย่อนเบ็ดลงไป เหมือนนั่งตกปลาอยู่กลางตลิ่ง ประมาณนั้นค่ะ นั่งคอยกระตุกเบ็ดว่า จะมีปลามากินมั้ยหนอ แต่ก็ตามคาดไว้ ไม่ได้ปลาสักตัวค่ะ == โธ่ๆๆๆ แต่ไม่เป็นไร ทัวร์นี้ก็มีไส้กรอกย่าง(เอง) ขนม และเครื่องดื่มร้อนๆไว้ให้เราอีกเช่นเคยค่ะ 555

ราคาของทัวร์ Ice Fishing อยู่ที่ 77 ยูโรต่อคน ซึ่งราคานี้รวมชุดกันหนาว, อุปกรณ์ตกปลา และรถรับส่งโรงแรมแล้วค่ะ

พิเศษ!!

ถ้าใครอยากจะไปตามรอย กลอยมี PROMOCODE พิเศษสำหรับกิจกรรมเหล่านี้มาให้ทุกคนด้วยค่ะ ❤

เพื่อนๆสามารถจองผ่านอีเมล์ info@laplandwelcome.fi โดยแจ้ง PROMOCODE >> gloygloygloy ในอีเมล์จะได้ส่วนลด 5% สำหรับ Activities ใน Rovaniemi ทั้งหมด สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.laplandwelcome.fi ค่ะ

PROMOCODE >> wildnordic สามารถใช้จองผ่านหน้า Website ของ Wildnordic ได้เลยค่ะ http://wildnordic.fi/safaris/rovaniemi-safaris/ โดยใส่ในช่อง Coupon Code ก่อน Check Out เพื่อนๆก็จะได้รับส่วนลดไปเลย 5% ค่ะ

ป.ล. PROMOCODE อันนี้กลอยขอทาง Agent ที่ Rovaniemi มาให้พิเศษนะคะ ตอนที่เราไป เราจ่ายเอง จ่ายเต็มทั้งหมดค่ะ (T_T ฮือออ อยากได้ส่วนลดบ้าง อะไรบ้าง)


Where to stay

เนื่องจากเราแพลนทริปนี้แบบกระชั้นชิดมากๆ เรียกได้ว่าจองทุกอย่าง 1 สัปดาห์ก่อนไป แล้วไปช่วง Christmas อีกตั้งหาก (ไม่แนะนำให้ทำตามอย่างยิ่ง) เราเลยไม่ได้พักที่ชิคๆกับเค้า อย่างพวก Arctic Treehouse Hotel หรือ Arctic Glass Igloos ค่ะ T_T

แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะ Scandic Hotel ที่กลอยพักนั้นให้ความสะดวกสบายไปอีกแบบ เนื่องจากโรงแรมอยู่ในตัวเมืองเลย และรอบๆก็จะมี Shopping Centre หลักสองแห่ง, มี Rovaniemi Tourist Information ซึ่งอยู่ด้านหลังโรงแรม และยังมี Mcdonald’s ในฝั่งตรงข้าม พร้อมตลาดคริสมาสต์เล็กๆข้างโรงแรมค่ะ

Scandic Hotel เป็น Chain Hotel ที่มีอุปกรณ์ครบครัน มีอาหารเช้าแบบ buffet ยิม และซาวน่าบริการค่ะ


และก็จบไปแล้วสำหรับรีวิว Lapland ฉบับ Fig Tree Pockets by gloygloygloy :)

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ❤ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้าค่ะ

สำหรับรูปบางส่วนต้องขอบคุณน้องชายตัว(ไม่)เล็ก @kongarean ครับผม


the sun, the sky and a little bit of smile :)

Facebook: Fig tree pockets by gloygloygloy

Hey there, I’m Gloy from Thailand. I like simple things, plants (mostly cacti and succulents), eggs with toast, green tea, folk songs and flea markets. ♥