วางแผนการเดินทางระยะไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าอย่างง่ายดายโดยใช้แอพปั๊มชาร์จ (PumpCharge Mobile App) ตอนที่ 1/2
ทีมกริดวิซ
อีเมล์: support@gridwhiz.com
สวัสดีทุกท่านครับ
นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ และต้องสนับสนุนกันต่อไปนะครับ ที่เมืองไทยของเราตอนนี้มีกลุ่มคนที่ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์น้ำมันในชีวิตประจำวันอย่างจริงจังกันมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงและป้ายขาว ที่วิ่งกันอยู่บนท้องถนนถี่ขึ้น และยังสามารถพบเห็นได้ตามจุดจอดชาร์จรถตามห้างสรรพสินค้าอยู่บ่อย ๆ ทั้งนี้ก็ด้วยข้อดีที่กินขาด และราคาค่าตัวที่น่ารักพร้อมควักกระเป๋าสตางค์ (ของแม่บ้าน) ออกมา
ต้องคารวะกลุ่มผู้บุกเบิก!
ต้องยกเครดิตและปรบมือดัง ๆ ให้พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ รุ่นแรกนี้นะครับ ที่มีความกล้าและความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะต้องรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิต (ฮ่าๆๆๆ) แถมต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับรถในคันเร่งและคันเบรกแบบแปลก ๆ (คนขับรถยนต์น้ำมันทั่วไปคงงงว่ามีด้วยหรือ แป้นเท้าเหยียบคันเร่งและเบรคทั้งสองอย่างในแป้นเดียวกัน) ขับไปก็เสียวซ่านไปแบบขนลุกตั้งชัน ไม่ใช่เป็นเพราะว่าท้องเสียหรือข้าศึกบุก แต่เป็นเพราะเกจวัดปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือขึ้นสีแดงซะแล้ว จะขับไปชิว ๆ และแวะปั๊มง่าย ๆ ที่มีอยู่ริมถนนทั่วไปก็ไม่ได้ ต้องวางแผนเส้นทางล่วงหน้ากันให้ดีทีเดียว
ปรกติแล้วคนขับรถยนต์ไฟฟ้า (ไม่ขึ้นกับยี่ห้อ) จะเสียบสายชาร์จรถที่บ้านกันอยู่แล้ว เพราะสะดวกและประหยัดสุด (อย่าลืมว่าต้องเดินวงจรไฟฟ้าใหม่สำหรับเครื่องชาร์จรถโดยเฉพาะนะครับ เพื่อความปลอดภัยระดับสูงสุด) คล้าย ๆ กับโทรศัพท์มือถือที่เมื่อเวลาถึงบ้านหรือเวลาก่อนนอนเมื่อไหร่ต้องเสียบสายชาร์จทิ้งไว้เสมอ ตอนเช้าก็ดึงสายชาร์จออก เพราะแบตเตอรี่เต็ม 100% พร้อมการใช้งานในวันนั้น ๆ
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ หลายรุ่นตอนนี้ขับได้ไกลมากกว่า 300 กิโลเมตร นั่นหมายถึงว่าเราอาจจะไม่ต้องเสียบสายชาร์จทุก ๆ วัน บางท่านจะชาร์จ 2–3 วันครั้ง ขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขับรถประจำในแต่ละวัน แต่วันสุดท้ายที่แบตเหลือน้อยหน่อยก็ต้องประเมินแผนการเดินทางหรือเตรียมแผนสำรอง ศึกษาหาข้อมูลสถานีชาร์จสาธารณะในพื้นที่การเดินทางให้ดี จริง ๆ แล้วสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะในประเทศไทยก็ทยอยติดตั้งและมีจำนวนสูงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ทั้งจากสถานีชาร์จของหน่วยงานราชการและภาคเอกชนที่เปิดให้บริการ แต่ก็ยังถือว่าไม่เพียงพอและยังไม่กระจายตัวในทุก ๆ พื้นที่ ถ้าเปรียบเทียบกับปั๊มน้ำมันในปัจจุบัน

จงออกเดินทางเมื่อยามมีทุกข์ และเมื่อหมดทุกข์จงออกเดินทาง!
พอมาถึงวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาว ๆ หลายวัน บางท่านอาจจะวางแผนไปพักผ่อนริมทะเล เมืองท่องเที่ยวยอดนิยม หรือไปงานสังคมญาติ ๆ ต่างจังหวัด โดยถ้าเรายังขับรถยนต์น้ำมันแบบเดิม ๆ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก จัดกระเป๋าเดินทางได้เลย แต่นี่รถเรามันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า จะไปรอดมั้ย?
เริ่มต้นเลย ทุกท่านคงประเมินก่อนเลยว่าจังหวัดที่อยากจะไปนั้น สามารถไป-กลับรวดเดียวได้ไหม กรุงเทพ-อยุธยา อาจจะพอไหว แต่ถ้าเส้นทางไกลขึ้นอย่างเช่น กรุงเทพ-พัทยา หรือ กรุงเทพ-หัวหิน นี่ก็ไป-กลับโดยไม่ชาร์จไฟเลย ไม่ได้แน่ ๆ

ก็ไม่เห็นยากอะไรนี่?
บางท่านอาจจะแอบคิดว่า ไม่ยาก! เดี๋ยวเอาสายชาร์จหัวปลั๊กไฟบ้านที่แถมมากับรถ ติดไปด้วย และไปเสียบปลั๊กที่โรงแรมหรือบ้านเพื่อนบ้านญาติเอา แต่ผู้เขียนไม่แนะนำนะครับ เพราะที่จอดรถโรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีปลั๊กไฟอยู่ตามเสาอยู่แล้ว และที่สำคัญถ้าแอบไปเสียบปลั๊กโดยไม่ตรวจสอบการใช้ไฟให้ดี (ก็ยังเสี่ยงมากอยู่นะ) นี่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดไฟไหม้โรงแรมหรือบ้านญาติได้ เพราะปัจจุบันโรงแรมส่วนใหญ่ยังไม่ได้จัดเตรียมระบบไฟฟ้าวงจรเฉพาะหรือช่องจอดชาร์จพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเอาไว้
ถ้าอย่างนั้น ตัวเลือกที่เหลืออยู่อย่างเดียว และเป็นตัวเลือกที่ควรจะเป็น (ในอนาคต ถ้ามีจำนวนสถานีกระจายตัวอยู่มากขึ้น) ก็คือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะชนิดรวดเร็ว (Quick charge) เป็นหลัก โดยใช้เวลาชาร์จประมาณซัก 20–30 นาที ดื่มกาแฟซักแก้ว ทานขนม เช็คอีเมล์ เช็คข้อความโซเชียลซักครู่ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนอิริยาบทที่ดีจากการขับรถ และลดความเมื่อยล้าจากการเหยียบคันเร่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
แล้วถ้าจำเป็นต้องเดินทาง เราจะวางแผนเส้นทางและจุดแวะชาร์จไฟกันได้อย่างไร?
เบื้องต้น หลาย ๆ ท่านคงใช้วิธีการค้นหาเส้นทางหลักก่อน จากจุดเริ่มต้นการเดินทาง ไปยังเป้าหมายปลายทาง โดยอาจจะใช้ Google หรือ Apple Maps ค้นหาเส้นทางที่ใกล้ที่สุด ราวกับว่าเรายังขับรถยนต์น้ำมันโดยปกติ แล้วก็ต้องหาข้อมูลว่าในละแวกพื้นที่หรือข้างทางดังกล่าว มีตู้ชาร์จอยู่บ้างหรือไม่ เปิด Google Maps ทีหนึ่ง ค้นหาสถานีทีหนึ่ง กลับมาเช็คระยะการเดินทางทีหนึ่ง อ้าวแล้วถ้ารถไม่ได้ชาร์จเต็มตั้งแต่ต้นแหล่ะ ถ้าไม่ถึงสถานีชาร์จแล้วจะทำอย่างไร อ้าวสถานีนี้มีแค่เครื่องชาร์จหัวประเภทอื่น รถเราใช้หัวชาร์จอีกรุ่นหนึ่ง อ้าว….โอ๊ย ปวดหัว!!!
มีแอพหรือตัวช่วยง่ายๆหน่อยมั้ยนี่?
มาลองใช้ฟังก์ชัน EV Trip Planner ของแอพปั๊มชาร์จ หรือตัวช่วยวางแผนการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าอย่างอัตโนมัติกันครับ เวอร์ชันของแอพ ณ วันที่ท่านอ่านบทความนี้ อาจจะแตกต่างไปกับเวอร์ชันล่าสุดที่โหลดมาจาก Store ไปบ้าง เนื่องจากทีมได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนแนะนำให้ตั้งค่าอัพเดตแอพอัตโนมัติ จาก Apple หรือ Google Store เอาไว้ จะได้ไม่พลาดการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ นะครับ

การวางแผนการเดินทาง โดยความเป็นจริงแล้ว เป็นไปได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ก็ขึ้นกับผู้ใช้งานว่าต้องการเป้าหมายอะไรเป็นหลักในการเดินทางนั้น ๆ
หลายท่านอาจจะต้องการเส้นทางที่ใกล้ที่สุด?
บางท่านอาจต้องการไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด ลดจำนวนการแวะพักชาร์จให้น้อยที่สุด?
บางท่านอาจต้องการให้ใช้ค่าใช้จ่ายในการชาร์จระหว่างเดินทางให้น้อยที่สุด?
หรือเป้าหมายอื่น ๆ ที่จะเพิ่มเติมเข้ามา รวมถึงการปรับแต่งเงื่อนไขต่าง ๆ ในระบบ ก่อนเริ่มการค้นหา
อีกทั้งการระบุ State of Charge (SOC) หรือเปอร์เซ็นต์ปริมาณพลังงานในแบตเตอรี่ ตั้งต้นก่อนออกเดินทางที่ไม่เท่ากัน อาจจะทำให้ได้ผลการออกแบบเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยก็เป็นได้
ง่ายๆ เลย ลองเล่นจากแอพครั้งแรกก็เป็นแล้ว!
เริ่มต้นเลยครับ ใครยังไม่มีแอพก็เข้าไปโหลดก่อนจาก App Store ในโทรศัพท์มือถือของท่าน ใครใช้ iPhone ก็เข้าไปที่ Apple Store ใครใช้ Android ก็เข้าไปที่ Google Play Store โดยค้นคำว่า PumpCharge หรือกดตามลิงค์ข้างล่างนี้เลย

App Store (iOS)
https://apps.apple.com/us/app/pumpcharge/id1340864717
Play Store (Android)
https://play.google.com/store/apps/details?id=th.co.gridwhiz.pumpcharge
เมื่อโหลดแอพเสร็จแล้วก็ลงทะเบียนก่อนเข้าใช้งานก่อนนะครับ อย่าลืมตั้งค่าอีเมลที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันเอาไว้ให้ถูกต้อง เพื่อยืนยันตัวตน และยังต้องเอาไว้ใช้สำหรับรีเซ็ตรหัสผ่านในอนาคต รวมถึงรับการแจ้งเตือนที่สำคัญหรือเอาไว้รับสลิปค่าบริการในการเข้าชาร์จไฟฟ้าในแต่ละครั้งด้วย หรือถ้าท่านใดเพิ่งเริ่มใช้งานครั้งแรกและอยากได้คำแนะนำเบื้องต้นก็คลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ
[1] รู้จักกับแอพพลิเคชั่น PUMPCHARGE ผู้ช่วยค้นหาสถานีชาร์จรถไฟฟ้ากันหรือยัง
[2] …
เมื่อล๊อกอินเข้ามาแล้วจะเห็นหน้าหลักดังรูป

ผู้เขียนแนะนำให้ตั้งค่ารุ่นรถของเราเอาไว้เลย เพราะระบบจะช่วยตรวจเช็คหัวชาร์จที่เข้ากันได้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนั้น ๆ โดยเฉพาะ ทำให้การค้นหารวดเร็วมากยิ่งขึ้น วิธีตั้งค่าง่าย ๆ โดยการคลิ๊กที่รูปโปรไฟล์ด้านซ้ายบน และเลือกเมนู Car Information



เมื่อตั้งค่ารุ่นรถไว้แล้ว และถ้าต้องการให้การค้นหาข้อมูลสถานีชาร์จไฟฟ้ามีความรวดเร็วมากขึ้น อย่าลืมเข้าไปที่เมนูการปรับตั้งค่า (ดังรูปด้านล่าง) และเลื่อนตัวเลือกการค้นหาเฉพาะหัวชาร์จไฟฟ้าที่เข้ากันได้กับรุ่นรถยนต์ของเราเท่านั้นเอาไว้


จะพบว่าระบบได้กรองหัวชาร์จที่ไม่เข้ากันออกไปหลายหัวชาร์จเลยทีเดียว โดยมีตัวเลขแสดงเหลือเพียงหัวชาร์จสองประเภทเท่านั้น หรือถ้าอยากจะค้นหาสถานีที่มีหัวชาร์จทั้งหมดก็เพียงแค่เลื่อนการปรับตั้งค่ากลับไปเหมือนเดิม
ตอนนี้การปรับตั้งค่าเบื้องต้นก็เพียงพอแล้ว ในตอนหน้าเราจะเริ่มมาวางแผนเส้นทางกัน โดยตั้งโจทย์การค้นหาในหลาย ๆ รูปแบบ เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์เส้นทางที่ EV Trip Planner ของแอพ PumpCharge แนะนำเส้นทางให้มา ลองดูว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าสถานการณ์ตั้งต้นมีค่าแตกต่างกัน
สำหรับท่านใดที่มีคำถามเพิ่มเติมหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ สามารถติดต่อเราได้จากช่องทางด้านล่างได้เลยครับ
พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
Original post : https://medium.com/@dave.in.th
แพลตฟอร์มปั๊มชาร์จเป็นคลาว์แพลตฟอร์มที่พัฒนาโดยทีมกริดวิซ บริษัทคนไทยที่เริ่มศึกษาค้นคว้า วิจัยและพัฒนาซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ระบบการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จากรูปแบบงานวิจัยมาสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ แพลตฟอร์มปั๊มชาร์จโดยภาพรวมจะทำงานร่วมกันเป็นระบบนิเวศเชิงบูรณาการ ที่มีการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานทางระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ครอบคลุมเครื่องมือระดับพื้นฐานไปจนถึงเครื่องมือชั้นสูงพร้อมการวิเคราะห์ให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป เจ้าของสถานีชาร์จ เจ้าของเครือข่ายสถานีชาร์จ หน่วยปฏิบัติการควบคุมการทำงานของเครื่องชาร์จระยะไกล โอเปอร์เรเตอร์ผู้ให้บริการ ระบบการชาร์จข้ามเครือข่ายอย่างอัตโนมัติ รวมถึงการชำระค่าบริการออนไลน์ โดยพัฒนาโซลูชันที่คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ดี เป็นจุดตั้งต้นการออกแบบที่สำคัญ
ข้อมูลการติดต่อ
Website: https://www.pumpcharge.com
Email: support@gridwhiz.com
Facebook: https://www.facebook.com/PumpChargeDotCom/
Line: @GridWhiz
Tel: 020619519 Hot-line: 0971850083
