[HOMEWORK] Devil wears Prada — 30 August 2017

  1. คนเลือกทำงานอย่างไร มีพฤติกรรมอย่างไร เมื่อมีปัญหาพนักงานแสดงพฤติกรรมอย่างไร

คนเราให้ value ต่างกัน ในกรณีนี้ บริษัทของ Miranda เป็นผู้นำในวงการ Fashion จึงเน้นไปที่การทำงานให้ดีที่สุด ให้ผลงานดีที่สุด โดยไม่ให้ value กับเรื่องชีวิตส่วนตัวมากนัก โดยไม่คิดว่ามันเกี่ยวข้องหรือเป็นประเด็นสำคัญอะไรกับเรื่องงาน เป็น Perfectionist สำหรับเรื่องงาน

โดยเลือกทำงานในแบบ,

1.1) [บริษัทของ Miranda] “Sociological” คนเลือกที่จะทำงานตามการยอมรับของสังคม การเปลี่ยนแปลงไปในสิ่งที่สังคมคิดว่าดีที่สุด และเปลี่ยนไปกับมัน (social class ส่งผลต่อ personality behavior)

1.2) [บริษัทของ Miranda] “Passion/Obsessed” ทำในสิ่งที่คลั่งไคล้ ตัวอย่างเช่น ต้องคลั่งไคล้ในแฟชั่น ถึงจะมาทำงานที่นี่ได้ กลายเป็น qualification หลักตัวหนึ่ง

1.3) [กลุ่มเพื่อน Andy และแฟนของเขา] “งาน คือ เงิน” ต้องการอยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีความรู้สึกว่าต้องทุ่มเท หรือมี passion กับสิ่งที่ทำอยู่มากนัก ชีวิตก็มีความสุขแล้ว เน้น work-life balance มีเวลาให้ครอบครัวและเพื่อนฝูง

โดยมีพฤติกรรม และ ปัญหา คือ,

1) [บริษัทของ Miranda] พฤติกรรมแบบ Perfectionist และเมื่อมีปัญหา พนักงานเลือกที่จะกดปัญหานั้นไว้ ไม่แสดงออกมา หนักไปทาง psychological และ sociological โดยยอมแลกกับ physiological อย่างชัดเจน แต่การกดอารมณ์ความรู้สึกไว้จะมีผลในระยะยาว ส่งผลในเรื่อง turnover กับองค์กร บางครั้งส่งผลให้งานไม่ต่อเนื่อง เป็นปัญหาเชื่อมต่อกันไปถึงการประสานงานระหว่างงานเก่า-ใหม่ หรือการมีอาการป่วยกับร่างกาย ก็มีปัญหาต่องานเช่นกัน ซึ่งบางครั้งจะส่งผลถึง brand image ขององค์กรเสียหายได้

2. ผู้นำมีลักษณะอย่างไร ส่งผลต่อพฤติกรรมพนักงานอย่างไร สิ่งที่เรียนรู้เกี่ยวกับ พฤติกรรมมนุษย์ในองค์กร การปฏิบัติงานในองค์กร การบริหารองค์กร การสร้างแรงจูงใจคนในองค์กร การเป็นผู้นำ (หัวหน้างาน)

ผู้นำ มีลักษณะเป็น Perfectionist มีความเด็ดขาด ไม่ให้ value กับเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน

หากมองในเรื่อง Emotional Intelligent จะมีความบกพร่องในการบริหารองค์กรโดยส่งผลให้ Staff Turnover สูง จากปัญหาด้าน

  1. ความกดดัน ที่มาจากการไม่รับฟังความคิดเห็น ต้องยอมตามทุกอย่าง และอาจจะขัดจากความรู้สึกที่บางอย่างอาจจะดูไร้เหตุผลจนถึงขั้นงี่เง่า แต่ก็จะเอาให้ได้ เป็นต้น
  2. น้อยใจ รู้สึกไม่มีความสำคัญ จากการขาดการให้ reward หรือคำชม ซึ่งการได้มานั้น อาจจะยากสำหรับบางคน ซึ่งจะทำให้คนนั้นมีปัญหา

และปัญหา Work-Life Balance ที่สุดโต่ง จนมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิด conflict กับชีวิตทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว จากปัญหาด้านเวลา และความคิดที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปเดิมที่ชัดเจนและมาก จากการที่อยู่กับสภาพแวดล้อมที่สุดโต่ง

ไม่ยืดหยุ่น ต้องการจะได้ ต้องได้ ไม่ว่าจะกรณีใดใด หรืออะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ซึ่งนี้อาจทำให้พนักงานรู้สึกว่าไร้เหตุผลและดูงี่เง่า หากพนัดงานไม่มี passion ในสิ่งที่ทำอยู่ ในองค์กรที่ทำอยู่ หรือวงการที่อยู่ จะส่งผมต่อ Staff turnover ที่สูงมากขึ้น

โดยส่งผลต่อพฤติกรรมพนักงาน โดยทุกคนไม่แสดงออกเรื่องส่วนตัว lifestyle ความเป็นตัวเองในองค์กรจะหายไป ถูกกลืนไปด้วยเรื่องงาน ต้องกดไว้ เรื่องแฟชั่น เป็นทุกอณูของชีวิต รับหรือทนไม่ได้ก็ลาออก เน้น performance และความ Perfect ในงาน เรื่องส่วนตัวจะเป็นอย่างไรไม่สน โดยการสร้างแรงจูงใจจะเป็นการไปสู่จุดสูงสุดในสายงานนั้น แต่สิ่งนี้ถือว่าเป็นการสร้างเป้าหมายร่วมกันขององค์กรได้ดี แต่ชีวิตจะมี conflict ในตัวเอง ที่พนักงานและผู้บริหารเองจำเป็นต้องเลือก โดยมี mindset ว่า เรื่องส่วนตัวน้อยลง งานก้าวหน้าขึ้น โดยเป็นองค์กรที่เน้น abilities และ skills อย่างชัดเจน แต่มันมีปัญหาอยู่ในนั้น ในเรื่อง emotional

Satisfaction-Performance Relationships เป็นแบบ

Job Performance -> Job Satisfaction โดยที่ Reward มีน้อยมาก และใช้ความพยายามสูงมากกว่าจะได้ Job Satisfaction

เนื่องจากว่ามาตรฐานของตัว Miranda มีสูง จากการที่ต้องการรักษามาตรฐานไว้ และรักษาความเด็ดขาดของตัวเอง งานไหนที่ไม่ถึงมาตรฐานของตัวเอง ก็จะไม่ได้รับ reward โดยตรงจากตัวหัวหน้างาน ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่พนักงานท้อแท้และหมดกำลังใจจากการทำงาน

การสร้างแรงจูงใจหลักจากหัวหน้าเองโดยตรง แทบว่าไม่มีเลย โดยหลักจะเป็นเป้าหมายของตัวพนักงานเองอยู่ที่แล้วจะยึดตัวพนักงานและเป็นแรงจูงใจที่พนักงานสร้างเองเป็นหลัก

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.