4790 บาท บินกับ Bangkok Airwaysได้กี่ทริป?

เดือนแห่งการท่องเที่ยวของผมในปีนี้ เริ่มต้นจากวันที่ 23 เมษายน ไปจนถึง 23 พฤษภาคม เป็นเดือนที่เรียกได้ “เที่ยวโคตรเยอะ” คือ เดือนเดียว มี 4 ทริป!!!!! แต่ละทริปคือบินล้วนๆ โดยสายการบินที่เลือกที่จะบินด้วยคือ Bangkok Airways นั่นเอง(มี ThaiSmile หลุดมาด้วย 1 ไฟลท์) บินเยอะขนาดนี้ บินไปไหน งบเท่านี้ บินได้จริงหรอ ทำไม อะไร ยังไง !?!?!?! มาดูโปรโมชั่นที่มีของ Bangkok Airways ก่อน ว่ามีอะไรบ้าง


Bangkok Airways : FlyerBonus 70% off!!

นี่คือโปรโมชั่นที่เรียกได้ว่า คุ้มที่สุดในสามโลก ห้าโลก แปดโลก เพราะอะไร? เพราะ เราสามารถแลกตั๋วเครื่องบินของ Bangkok Airways ได้โดยใช้แต้มของ FlyerBonus แค่ 30% ของเรตปกติ ซึ่งหมายความว่า บินในประเทศนั้น จากปกติใช้ 100 flyerbonus points ก็จะเหลือเพียงแค่ 30 flyerbonus points ซึ่ง คุ้ม!

พอทราบว่าจะมีโปรนี้ เราเตรียมตัวโดยการ แลกทุกแต้มที่เรามี convert ทุกแต้มไปเป็น flyerbonus รวมกับของเดิมที่มีอยู่นิดหน่อย ทำให้ได้แต้มมามากพอสมควร (รายๆ 150–170 แต้ม)

ตารางแลกแต้มช่วงโปรโมชั่น flyerbonus 70% off

Bangkok Airways : 48 Years Anniversary

โปรโมชั่นครบรอบ 48 ปี Bangkok Airways

โปรนี้ค่อนข้างฟ้าแล่บพอสมควร บอกล่วงหน้านิดหน่อยแล้วเดินทางเลย

โดยที่ราคาตั๋วของเที่ยวดินในประเทศนั้นเริ่มต้นที่ 480 บาท รวมภาษีนั่นนู่นนี่อีกนิดหน่อย ราคาเลยจะเป็น 580 บาท

โปรนี้ไม่ได้มาบ่อย ไม่ได้มาทุกปี นานๆมาที ดังนั้น ไม่ลังเลเลยที่จะกดจองไป เพราะมันถูกมาก :)

ปีหน้ามีโปรนี้อีกไหม นี่ไม่รู้ แต่ก็อยากให้มีทุกๆปี เพราะถ้ามีอีก ไม่พลาดแน่นอน จะตื่น 8 โมงมากด book เลยครับ :)


ทริปที่ 1 กรุงเทพ-เชียงราย (BKK-CEI)(Economy)

เป็นทริปที่ตั้งใจจะไปอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นวันเกิดคุณพ่อ ทริปนี้เลยไม่มีไรมากครับ บินกลับเชียงราย(กลับบ้าน) เหมือนไปชาร์จพลัง ทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ :)

ขาไป

BKK-CEI PG233 22F :A320

ไฟลท์นี้ใช้โปรโมชั่น flyerbonus 70% แลก ดังนั้น

  • 30 flyerbonus points,
  • 650฿ Award redemption fee
  • 100฿ Airport tax

รวมคือ 750฿ กับอีก 30 แต้ม(หรือ 3000 คะแนนบัตรเครดิต)

ขากลับ

CEI-BKK WE137 35A : A320

ไฟลท์นี้ จองปกติ แต่อยากลงสุวรรณภูมิ(และตอนนั้น flyerbonus point หมดแล้ว) เลยเลือก Thai Smile ละกัน

  • 1380฿ Airfare includes tax
  • 100฿ Passenger service tax

รวมสำหรับไฟลท์นี้ คือ 1480฿ ซึ่งเป็นไฟลท์ที่แพงที่สุดในกลุ่มของการจองครั้งนี้แล้ว

รวม

= 750฿ + 1480฿ + 30 flyerbonus points

= 2330฿ + 30 flyerbonus point


ทริปที่ 2 กรุงเทพ-ตราด (BKK-TDX)(Economy)

ทริปนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เป็นคนที่ชอบเที่ยวทะเลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็คิดว่า ไปไหนดี สแกนดู ก็พบว่า “ตราด” น่าสนใจนะ ทำไมหรอ? เพราะ คิดดูซิ จะมีสักกี่ครั้งในชีวิต(ถ้าไม่มีตั๋วโปร) เราจะนั่งเครื่องบินไปตราด ใช่มะ? ดังนั้นเลยไม่ลังเลเลยที่จะจองตั๋วไปตราดในทริปนี้

สนามบินตราด คงไม่ค่อยมีใครมาที่นี่ ดังนั้นเดี๋ยวจะแอบเล่าให้ฟัง แฮ่ๆ ว่าสนามบินนี้เป็นยังไงบ้าง….

สนามบินตราดนี้ เรียกว่า อยู่กลางป่า ก็คงไม่แปลกนัก รันเวย์นี่ผ่ากลางภูเขาเลยครับ แบบนี้เลย

รันเวย์ของ TDX นี่เรียกได้ว่าผ่ากลางภูเขาเล็กๆเลย แต่บรรยากาศโดยรอบมีการทำเกษตรกรรม โดยรวมคือสวยงามตามท้องเรื่องครับ

ส่วนบรรยากาศในเกทนั้น ดูบ้านๆดี ไม่สวยเท่าสมุย แต่ก็ลมโกรกโล่งสบาย ผู้โดยสารส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ คนไทยนี่น้อยมาก(สงสัยว่าคนไทยคงนั่งรถไปตราด มากกว่าบินไปตราด)

บรรยากาศใน Gate ของสนามบินตราด (TDX)

หลังจากที่รับกระเป๋าแล้ว สามารถเดินไป 10m แล้วติดต่อที่เคาน์เตอร์เพื่อขึ้นรถตู้ที่เป็น shuttle service ส่งไปเกาะช้างได้เลย โดยที่ข้อดีคือ ง่าย! เพียงแค่บอกโรงแรมให้กับพนักงาน เขาก็จะบอกทันทีว่า กี่บาทเท่าไรอะไรยังไง (นี่โดนไป 900THB Round trip) แต่ข้อดีคือเราขึ้นรถตุ้ที่สนามบินเลย จากนั้นรถตู้จะพาเราไปที่ท่าเรือ(เราไม่ต้องลงรถนะ) จากนั้นเข้าใจว่าทางรถตู้มี agreement บางอย่าง ทำให้เราไม่ต้องต่อคิวอันแสนยาวเหยียดของคนที่รอขึ้นรถตู้ หมายความว่า รถร้อยสองร้อยคันที่รออยู่ เราแซงคิวเข้าเป็นคนแรกเลยจ้า(ทั้งไปและกลับ) ซึ่งทำให้เราไม่ต้องรอนาน จากนั้นรถตู้จะไปส่งเราถึง lobby ของโรงแรมเลย

ในวันขากลับนั้น รถตู้จะมารับเราก่อนประมาณ 2–3 ชั่วโมง โดยที่ไปถึงแล้ว check-in แล้วเข้ามานั่งรอใน gate ได้ทันที สะดวกสบายมาก!

ตอนแรกก็คิดว่าแพง แต่พอมันสะดวกสบายก็รู้สึกว่าไม่แพงเท่าไรนะ เพราะไม่ต้องเสียเวลารอที่ท่าเรือ

ขาไป

BKK-TDX PG305 15D : ATR72

ขากลับ

TDX-BKK PG308 12A : ATR72

รวม

ราคาตั๋วของไฟลท์นี้มาเป็น 1 booking คือ

  • 1300฿ Award redemption fee
  • 100฿ Airport tax (BKK)
  • 200฿ Airport tax (TDX)
  • 60 flyerbonus points

รวม คือ 1600฿ + 60 flyerbonus points


ทริปที่ 3 กรุงเทพ-ภูเก็ต (BKK-HKT)(Economy)

BKK-HKT

ภูเก็ตนี้คงไม่ต้องบรรยายเนอะ เพราะทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้ว มีสายการบินไปลงที่ภูเก็ตมากมาย ราคาก็ต่างกันไปตามแต่สายการบิน การมาภูเก็ตในรอบนี้ เป็นการมาภาคใต้ครั้งที่ 2 ของชีวิตผม (ครั้งแรกไปกระบี่) ซึ่งก็เป็นการพักผ่อนที่ดีเลย :)

เกาะพีพี

ขาไป

BKK-HKT PG277 2A : A320

ขากลับ

HKT-BKK PG276 1F : A320

รวม

  • 960฿ Airfare
  • 200฿ Airport tax

รวมคือ 1160฿

ทริปที่ 4 กรุงเทพ-สมุย (BKK-USM)(Business)

จารึกไว้เลยว่าบิ้น Business ครั้งแรก (ไม่รู้จะครั้งเดียวหรือเปล่า) แฮ่ๆ (Blue Ribbon Lounge ที่สนามบินสมุย)

ทริปนี้เป็นทริปที่รู้สึก “ปลื้มปริ่ม” ที่สุด เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้บินชั้น Business Class และช่วงที่ไปนั้น ตรงกับช่วงของ FullMoon Party และนี่เป็นการแลกแต้มครั้งแรก ตอนแรกก็ชั่งใจว่าจะจองแบบไหนดี แต่ด้วยความที่คิดว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะได้บิน Business ไหม จะเป็นไรไป ถ้าได้บินสักครั้ง เลยกดไปไม่ลังเลเลย และก็รู้สึกว่า “ตัดสินใจดีมาก” เพราะไม่รู้สึกเสียดายเลยที่จอง Business Class ในครั้งนี้

Business Class ของ Bangkok Airways มีการบริการที่พิเศษตั้งแต่เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิเลยทีเดียว การเช็คอินมีเคาน์เตอร์แยกต่างหาก ทำให้ไม่ต้องรอกันเลยทีเดียว ส่วนการเช็คอินนี่ พนักงานก็แทบจะบริการเราเยี่ยงราชา คือรู้สึกแกรนด์มาก ฮ่าๆ

Lounge ของ Business Class นี้ก็ไม่ใช่ lounge ที่แชร์กับทุกคน ที่มีความวุ่นวาย เพราะได้ Lounge ในระดับที่สูงขึ้นอีกนิด นั่นก็คือ Blue Ribbon Lounge นั่นเอง ความแตกต่างนั้นก็คือ มีอาหารร้อน(เยอะ) มีเก้าอี้นวด มีห้องอาบน้ำ มีห้องน้ำในตัว ของกินก็เยอะ เห็นว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอลด้วยนิดหน่อย(ไม่ได้สนใจ)(เสียดายจัง)

Boarding นั้นก็เรียกได้ว่ารวดเร็ว เพราะได้ขึ้นเครื่องก่อน

บริการบนเครื่องบินก็ตามความคาดหวังเลย เพราะมีเครื่องดื่มมากมาย อาหารก็ค่อนข้างแกรนด์เลยทีเดียว ถือว่า ดีไปอีก

สนามบินสมุย คือสวยไปอีก

แต่การเดินทางในครั้งนี้ ด้วยความที่จองที่นั่งเป็นแบบ Business Class (ที่นั่งแบบ 111–111)แต่ว่าเครื่องที่ให้บริการนั้น ไม่มีเก้าอี้แบบ Business Class เลยทำให้โดนดาวน์เกรดที่นั่งลงมาเป็นแบบ Premier Class ซึ่งจะเป็นเก้าอี้เหมือน Economy แต่ว่าจะเป็นเก้าอี้ว่างแทน(101–101)

ถึงแม้จะได้นั่งแบบ Premier ซึ่งลดเกรดลงมา ทางสายการบิน ก็ได้ชดเชยค่าความสะดวกสบายที่ได้รับลดลงให้ มูลค่าไฟลท์ละ 1000 บาท (โดนเปลี่ยนทั้งสองขา เลยได้คืนมา 2000 บาท)

ณ วันเดินทางจากสุวรรณภูมิ เหตุเพราะเครื่องที่มี Business Seat ไม่สามารถให้บริการได้ #เซ็ง
Blue Ribbon Lounge ที่สนามบินสมุย (USM)

ขาไป

BKK-USM PG151 1F : A319

ขากลับ

BKK-USM PG176 1F : A319

รวม

  • 1300฿ Award redemption fee
  • 100฿ Airport tax (BKK)
  • 300฿ Airport tax (USM)
  • 90 flyerbonus points
  • -2000฿ Compensation for the downgraded flight

สรุปรวมรายจ่ายทั้งหมด

  1. ChiangRai : 2330 THB + 30 flyerbonus points
  2. Trat : 1600 THB + 60 flyerbonus points
  3. Phuket : 1160 THB
  4. Samui : 1700 THB + 90 flyerbonus points — 2000 THB

Summary : 4790 THB + 180 flyerbonus points


สรุป

เดือนแห่งการท่องเที่ยว 23 Apr — 23 May 2016 นี้ เที่ยวไปทั้งหมด 4 ทริป ถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีความสุขที่สุดช่วงนึงในชีวิต เงินที่ใช้สำหรับค่าตั๋วเครื่องบินทั้งหมด 4790 บาท และใช้แต้มของ flyerbonus อีก 180 แต้ม(18,000 points ของบัตรเครดิต)

ถ้าถามว่า ปีหน้ามีโปรแบบนี้อีก จะไปไหม? แน่นอน! ไปครับ 555+ จะไม่พลาดแน่นอน

ไว้มีโปรโมชั่นเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบต่อไปครับ :)


แพลนปีหน้า

  • หลวงพระบาง (อยากไปมาก)
  • มัลดีฟ (ถ้าเก็บแต้มไหว, ถ้ามี______)
  • สมุย (อีกแล้ว)
  • เชียงราย (กลับบ้าน)
  • แม่ฮ่องสอน (BKK-CNX-HGN)(อยากไป)

ตอนนี้มีแต้ม 100 แต้มในระบบ มี Point บัตรเครดิตอีกราวๆ 15,000 points โดยประมาณคร่าวๆ(ถ้าแลกแต้มบัตรเครดิตทั้งหมดไปเป็น flyerbonus point)ตอนนี้ จะมี 250 pts