วันดี ๆ ที่เป็นสีเทา
เราทุกคนล้วนมี “ วันดี ๆ ” ในแบบของตัวเอง “วันดี ๆ” ในความหมายของใครหลาย ๆ คนอาจไม่เหมือนกัน บางคนมีวันดี ๆ ในแบบที่เขาสบายใจ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ทำสวน ถ่ายรูป สัมผัสกลิ่นหอมกรุ่น ๆ ของกาแฟในยามเช้า หรือกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันกับคนที่เรารัก นึกถึงคำว่า “วันดี ๆ ”มันก็ฟังดูมีความสุข แต่มันจะมีช่วงนึงของชีวิตคนเราที่ไม่ได้มีความสุขไปตลอด…
สำหรับเราแล้ว ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา วันดี ๆ ของเรานั้นมันน้อยครั้งนักที่จะเกิดขึ้น ด้วยวันเวลา อายุที่เปลี่ยนไป หน้าที่การงานที่ต้องทำ ต้องรับผิดชอบ ความโหวงเหวงเคว้งคว้างในใจที่ว่า “ทุกวันนี้เราทำอะไร จริงๆแล้วเราชอบอะไร เราต้องการอะไร ต่อไปเราจะทำอะไร แล้วอนาคตจะทำอะไร?” เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้จวบจนทุกวันนี้ ทุกสิ่งอย่างกลายเป็นสีเทา
ความรู้สึกนี้ไม่เชิงเป็นความรู้สึกที่ไร้ซึ่งการวางแผนกับชีวิตตัวเองไปเสียทีเดียว แต่มันเป็นความรู้สึกที่เฉยเมย เย็นชา ไม่มีความกระปรี้กระเปร่า เป็นแค่ความรู้สึกที่เรามีหน้าที่ที่ต้องทำ และเราต้องทำเพราะมันต้องทำไม่ใช่เราอยากทำ เราต้องทำเพราะคนอื่นคาดหวังว่าเราต้องทำ เราต้องทำเพราะคนอื่นเขาทำกัน ความรู้สึกจากเดิมที่เคยชัดเจนก็ค่อย ๆ จางหายไป และมันกัดกินเรามาเรื่อย ๆ
วันดี ๆ และความสุขที่เคยมีเมื่อก่อนทุกวันนี้เริ่มจะนับครั้งได้ ถึงจะมีบ้างที่มีเวลาว่างได้พักผ่อน ได้อยู่กับคนที่รัก ได้อยู่กับน้องหมา ได้ทำสิ่งที่ชอบ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกเคว้างมันยังคงวกกลับมาหาอยู่เสมอ
คิดถึงนะ คิดถึงวันดี ๆ …
คิดถึงวันดี ๆ ที่ได้ตื่นสาย ๆ หน่อยแล้วรู้ว่าวันนี้จะทำอะไร พรุ่งนี้จะทำอะไร มีเป้าหมาย
คิดถึงวันดี ๆ ที่มีเวลานั่งกินข้าว ดูทีวี ดูหนัง channel surfing ไปเรื่อย ๆ
คิดถึงวันดี ๆ ที่ได้อยู่บ้านนอนเล่น พูดคุย ดูแลน้องหมาที่เขาก็เริ่มอายุเยอะขึ้นทุกวันแล้ว
คิดถึงวันดี ๆ ที่ได้ใช้เวลากับครอบครัว กินข้าว หรือเลือกหนังที่จะดูกันตอนดึก ๆ กับพี่ ๆ น้องๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าหรือมีนัดกับใคร เป็นแค่วันหยุดธรรมดา ๆ วันหนึ่งเท่านั้น
คิดถึงวันดี ๆ ที่ได้ออกไปซื้ออะไรกินตอนเที่ยง ๆ บ่าย ๆ แวะทุกตรอก เข้าทุกซอย หาของอร่อยๆ อย่างชาเนสทีเจ้าโปรด กุยช่ายทอดกรอบ ๆ ข้าวเหนียวไก่ทอดน้ำจิ้มรสเด็ด ร้านตามสั่งที่ต้องรอคิวนานหน่อยแต่คุ้มค่าทั้งปริมาณและคุณภาพ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่เริ่มขายตั้งแต่สายๆถึงเที่ยงกว่าๆเพราะอร่อยจนขายดีต้องรีบไปซื้อ หรือแม้แต่พวกของกินเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปฝากเจ้าตัวสี่ขาที่บ้าน…
คิดไปคิดมา ก็เริ่มคิดกับตัวเองวันหนึ่งว่า.. “การที่เราคิดถึงแต่ความสุขในแบบที่เราวาดฝันไว้มันทำให้เรายึดติดกับสิ่ง ๆ นั้น” บางทีมันอาจทำให้เราไม่กล้าออกมาจาก comfort zone ของเรา ทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรซักอย่างเพราะกลัวว่าจะต้องเสียความสุขตรงนั้นไปแล้วจะไม่ได้ช่วงเวลาเหล่านั้นกลับคืนมา มันก็โหวงนะ เพราะเป็นคนให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเองและคนรอบข้างมาก ๆ
แต่ในทางกลับกัน ชีวิตเราก็เลือกไม่ได้เสมอไป สุดท้ายแล้วเราก็ต้องเริ่มทำอะไรซักอย่าง ต้องลองดู ต้องออกมาจากจุด ๆ นั้น ความสุขที่เราเคยมีจริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้หายไปเสียทีเดียว มันยังอยู่ตรงนั้นแหละ แค่ถ้าเราพอมีเวลาว่าง ก็สละเวลามาหาความสุขของเราได้เสมอ พอถึงวันนั้น วันดี ๆ สีเทาของเราอาจจะค่อย ๆ มีสีสันขึ้นมาทีละนิดก็ได้ แค่อย่าลืมเข้าไปหามัน เข้าไประบายสีให้มันบ่อย ๆ เผื่อมันอาจจะตอบแทนวันดี ๆ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยสีสันให้กับเราก็ได้
ทุกครั้งที่เราเหนื่อย ท้อแท้ หรือหดหู่เสียจนไม่สามารถรู้สึกหรือรับรู้สิ่งใดได้แล้ว อย่างน้อยในใจลึก ๆ เรายังคงจำความสุขในแบบของเราได้อยู่เสมอ วันดี ๆ ที่มีความสุขของเรา จริง ๆ แล้วเราเลือกได้นะ แค่คอยเตือนตัวเองไว้เท่านั้นเอง คิดถึงวันดี ๆ ไว้ สู้ ๆ นะ :)
