รีวิว เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson DC74 Fluffy และเรื่องเล่าเครื่องดูดฝุ่น

iamplaster
Jul 25, 2017 · 4 min read
แพงจนน้ำตาไหล

จะอ่านรีวิวอย่างเดียวแนะนำให้กระโดดไปที่พารากราฟที่ 3 เลยครับ

โดยปกติแล้ว โตมากับเครื่องดูดฝุ่นที่มีตัวเครื่องกับท่อยาว ๆ ต่อมาที่ก้านแล้วก็มีหัวยาว ๆ ไว้ดูดฝุ่น (ฝรั่งเรียกมันว่าเครื่องแบบ canister) พอถุงเก็บฝุ่นเต็มก็เอามาเท บางรุ่นออกแบบมาให้เทไม่ได้ ให้ซื้อใหม่ ก็ยังจะเทเพราะถุงแพงเหลือเกิน จะรุ่นไหนก็ตามฝุ่นก็จะฟุ้งกระจายเละเทะ เวลาเปิดเครื่องดูดฝุ่นทีฝุ่นก็พุ่งออกมาสามบ้านแปดบ้านแบบสงสัยมาก ๆ ว่านี่เครื่องดูดฝุ่นจริงดิ ตอนเด็ก ๆ ตื่นเต้นมาก เป็นคนชอบซื้อของพวกนี้ ก็จะตามแม่ไปห้าง สมัยก่อนแข่งกันมากเรื่องหัวดูดฝุ่นต่าง ๆ (สมัยนี้ก็เป็น) จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ มีเครื่องที่มีตัวต่อตรงก้านให้เป็นแบบไซโคลนด้วย แต่เกะกะมาก รวมถึงโตมากับการที่มีเซลล์มาขายเครื่องดูดฝุ่นแบบที่เครื่องอยู่ติดกับด้าม (ฝรั่งเรียกแบบ upright) เครื่องใหญ่ ๆ มักเห็นในหนังฝรั่ง เพราะแถวบ้านไม่มีใครใช้อะ เกะกะมาก เสียงดัง เปิดเครื่องทีคิดว่าเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

จนเทคโนโลยีไซโคลนเข้ามาถึง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป การเทถุงแบบเดิม ๆ ไม่มีแล้ว มีแค่เทกล่อง ล้ำมาก เครื่องล่าสุดก็เป็นแบบนี้ ตอนซื้อเดินหาจนห้างปิดจนได้เครื่องแบรนด์เกาหลีมาหนึ่งเครื่อง เซลล์บอกกับเราว่าดีกว่าแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์ยุโรปตรงที่แผ่นกรองฝุ่นละเอียดมาก (HEPA) อยู่ท้ายเครื่อง โดยปกติทั่วไปมักจะอยู่ในเครื่อง ทำให้เวลาลืมเอาออกมาทำความสะอาดเครื่องก็จะพังเพราะมอเตอร์ทำงานหนักเกินไป เราเชื่อ เราอ่าน pantip มา แถมจะเสียแรงดูดด้วย เลยถอยมาใช้ได้น่าจะสามปี ก็ค้นพบปัญหาคือไอแผ่นเวรนี่มันเก็บฝุ่นดีมาก (น่าชื่นชม) แต่ไม่ว่าจะเคาะด้วยความแรงระดับใดฝุ่นก็เหมือนจะออกไม่หมด ปัญหาก็คือฝุ่นมันลอดมาถึงแผ่นก่อนออกจากเครื่องที่เป็นแผ่นกรองละเอียดมากเกินไป แถมตัวล็อกข้างหลังทนแรงดันตอนฟิลเตอร์มันตันไม่ได้ ก็หลุดออกมา ล่าสุดก็ใช้สก็อตเทปแปะ ก็มีปัญหาเสียแรงดูดกับก็ยังเอาไม่อยู่ ฝุ่นรั่วกลับไปเป็นเครื่องดูดฝุ่นเมื่อสิบปีก่อน ยังไม่รวมถึงความหงุดหงิดของเครื่องที่มีสายเกะกะ ความสามารถการดูดฝุ่นก็เฉย ๆ (คือไม่รู้สึกความแตกต่างระหว่างเครื่อง 1800 W กับ 2000 W เท่าไหร่เลย คือเวลาเอามือลองก็จะรู้นิดหน่อยแต่พอดูดจริงไม่ค่อยต่าง หนักทั้งท่อเหล็กที่เป็นตัวด้าม หนักทั้งเครื่องที่เวลาจะดูดฝุ่นตรงบันไดทีต้องถือ หงุดหงิดทุกครั้งที่เอาออกมาใช้ เพราะดูดฝุ่นธรรมดาก็ร้อนอยู่แล้ว ต้องมาเจอเครื่องล้ม เครื่องเข้าไม่ได้พื้นที่แคบเกิน ปลั๊กไม่ถึง ลากเครื่องไปมา เชื่อว่าหลายคนก็คงเป็น

น้องเล็กบนแท่นชาร์จ

ความเหนื่อย ความหงุดหงิด บวกกับความพัง ๆ ของเครื่อง เลยเป็นที่มาของเครื่องดูดฝุ่น Dyson ตัวนี้ ก่อนอื่นที่สนใจแบรนด์นี้ เพราะเราดูมาหมดแล้วไม่เจออะไรที่เข้าทางเลย ก่อนอื่นต้องเท้าความก่อนว่าที่บ้านมีน้องเล็กอีกตัวเอาไว้ดูดเส้นผมหรือฝุ่นทั่วไป ฝุ่นขนมในห้อง ประมาณว่าเห็นอะไรสกปรกก็เอามาดูด อยากจะใช้เครื่องนี้ทั้งบ้านด้วยซ้ำ แต่แรงจะดูดเหรียญสิบให้ไม่ร่วงยังไม่พอเล้ย ยังไม่รวมถึงแบตที่ใช้ได้ไม่ถึง 10 นาที แต่ใช้เวลาชาร์จ 10 ชั่วโมงขึ้นไป ไอบ้าเอ้ย ไหนจะเรื่องแรงดูดที่ตกเวลาแบตใกล้หมดอีก (เป็นแบตแบบ ni-mh) ใจนั้นอยากได้เครื่องดูดฝุ่นที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองสิ่งนี้และตอบโจทย์ได้ดังต่อไปนี้

  • เบา ไร้สาย ไม่เกะกะ
  • แรงดูดดี ใช้แทนเครื่องดูดฝุ่นขนาดปกติได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
  • อายุการใช้งานยาว จะไม่มีปัญหาจุกจิกเมื่อเวลาผ่านไป
  • มีหัวดูดหลากหลายใช้ทำความสะอาดได้เกือบทุกจุด
  • ไม่มีฝุ่นฟุ้งกระจาย
  • ถ้าแพงต้องมีออปชั่นและนวัตกรรมให้สมราคา
เครื่องแบบไม้กวาด

ตอนแรกมองเครื่องดูดฝุ่นแบบเดิม แต่พอเถอะอันเก่าก็ยังพอใช้ได้ เลยกลับเข้าประเด็นก็ไปเจอเครื่องดูดฝุ่นแบบไม้กวาด ตัวมันสามารถดึงออกมาเป็นอันเล็ก ๆ ได้ด้วย ว้าว แต่ก็ค้นพบปัญหาว่า เวลาเราต้องการจะสอดเจ้าเครื่องดูดฝุ่นเข้าไปใต้สิ่งของต่าง ๆ ถ้าตัวใหญ่ขนาดนั้นจะใส่เข้าไปได้ยังไง ส่วนหัวล้ำ ๆ ของเครื่อง ก็ไม่สามารถตามไปใช้ได้เวลาถอดมาเป็นอันเล็ก ๆ แต่ราคาเป็นมิตรแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ (เกือบแตะ หรือแตะหมื่นอยู่ในบางรุ่น) แถมอ่าน ๆ ดูแรงดูดก็เฉย ๆ จนน่าน้อยใจ สายตาไปเห็นนวัตกรรมที่เลืองชื่อ นามว่า Dyson จึงได้ออกแรงหาข้อมูล และค้นพบว่ามีอยู่สองรุ่นหลัก ๆ คือแบบไร้สายพกพาได้ กับแบบเครื่องแบบถังมีสาย (ยังมีเครื่องแบบ upright ดั้งเดิมด้วย แต่ว่าเหมือนไม่เคยเห็นขายตามห้างเลย) แต่ละรุ่นก็จะมีความแป้นแล้นของมันเอง เช่นตัวเครื่องแบบถังออกแบบมาให้ล้มแล้วลุกขึ้นมาได้ (ไอบ้า วันนี้ก็มาถึง) ไม่ต้องเปลี่ยนฟิลเตอร์ (จริง ๆ มันมีฟิลเตอร์ HEPA อยู่ข้างใน แต่ออกแบบมาให้ไม่ต้องเปลี่ยนเลย) หรือก้านมือจับที่หมุนได้ บลา ๆ ๆ ไปหาอ่านกันดู แต่ในบทนี้จะพูดถึงเครื่องแบบพกพา จริง ๆ มีแบบเฉพาะตัวเครื่องด้วยนะ แล้วก็มีหัวอันเล็ก ๆ ไว้ดูดที่นอนหรือดูดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่รุ่นที่เราจะซื้อมันเป็นรุ่นแบบฟูลออปชัน ต้องบอกก่อนว่าในปัจจุบันที่เขียนนั้น มีรุ่นย่อย ๆ อยู่หลายรุ่นมาก หลัก ๆ ก็จะเป็นตัว V6 กับ V8 (อาจจะมี v7 อะไรงี้แต่ก็รู้สึกว่าเครื่องจะเป็นตัวเดียวกับ v6) ถ้าเป็นรุ่นพวก dc62 dc74 ก็ตระกูล v6 เหมือนกัน จะแยกรุ่นงง ๆ ทำไมไม่รู้ แต่ถ้าเป็น V8 ก็ต้องเขียน V8 เลย จะเป็นเครื่องรุ่นใหม่ที่มีมอเตอร์แรงกว่าตัวเก่า และตัวเครื่องก็จะออกแบบใหม่ มีฟิลเตอร์ HEPA แล้ว มีการทิ้งฝุ่นแบบใหม่ที่เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าต่างจากตัวเก่าอย่างไร มาเริ่มที่แกะกล่องกันเลย

อุปกรณ์เยอะจนตาลาย

ตัวDC74 เป็นหัวดูดแบบ Fluffy ซึ่งเดี๋ยวจะอธิบาย (อีกและ) (ซึ่งจริง ๆ พอเป็น V8 ก็จะไม่เขียนกำกับและว่า Fluffy เพราะเป็น Fluffy ทุกตัว) เมื่อแกะกล่องมาก็จะเจออุปกรณ์ที่เยอะกว่าตอนได้ของแถมจากเซลล์ตอนซื้อรถอีก ในรูปจะเห็นหัวมากมาย เช่นหัวดูดแบบซอกเล็ก หัวดูดแบบซอกเล็กแล้วมีก้านยางยืดออกมาให้โค้งได้อีก หัวดูดเตียง หัวแปรงมีมอเตอร์ (ไว้ดูดพวกพรม) หัวดูดฝุ่นบนตู้สูง ๆ หัวดูดแบบมีแปรงหรือไม่มีแปรงก็ได้เป็นแบบยืดเก็บได้ แล้วก็หัวพระเอกอย่าง Fluffy แล้วก็จะเป็นพวกแท่นชาร์จ ตัวเครื่อง

ในส่วนของแท่นชาร์จเราก็เอาไปติดผนังได้เลยแล้วก็เดินสายอแดปเตอร์เข้าไปกับตัวแท่น (ข้อเสียคือถ้าติดแท่นแล้วจะเอาสายออกไม่ได้ ซึ่งไม่น่าเป็นปัญหากับคนที่ใช้ตะปูยึด แต่เราใช้เทปกาวแบบถาวรติดแทนเพราะพื้นที่ไม่อำนวย) แถมตัวแท่นสามารถเอาหัวต่าง ๆ ที่ใช้บ่อย ๆ มาใส่ไว้ได้สองอัน (หัวใหญ่ ๆ ใส่ไม่ได้นะ)

มาดูตัวเครื่องบ้าง ออกแบบให้จับถนัดมือ ตัวที่เป็นกรวย ๆ เล็ก ๆ ข้างบนหลาย ๆ อันมันคือนวัตกรรมของเค้า คือปกติแล้วเครื่องดูดฝุ่นแบบไซโคลนจะเป็นแบบไซโคลนอันใหญ่ตัวเดี่ยว ๆ แยกฝุ่นออกจากลมที่ดูดเข้ามา ซึ่งมันจัดการฝุ่นได้ไม่หมด ทำให้ฝุ่นไปติดที่ฟิลเตอร์แล้วแรงดูดตก เค้าจึงออกแบบใช้เป็นกรวยไซโคลนเล็ก ๆ หลายอันและออกแบบใหม่ซึ่งสามารถหาดูได้จากวิดีโอต่าง ๆ ของ Dyson (ขี้เกียจเอามาแปะละ รีวิวเองไม่ได้มีสปอนเซอร์ เลยไม่มีกำลังใจขยัน)

การออกแบบไซโคลนแบบนี้ช่วยได้หลายอย่างมาก เช่นขนาดเราลองดูดแบบจริงจังแล้วถอดฟิลเตอร์มาดูค้นพบว่าแทบจะไม่เห็นฝุ่น (ไม่มีเลยดีกว่า) ในกระบอกฟิลเตอร์เลย เพราะฝุ่นละเอียดอยู่ในถังเก็บฝุ่นโดยสมบูรณ์ ไม่ปะปนกับลมที่จะปล่อยออก แถมฝุ่นที่อยู่ในถังเก็บฝุ่นอัดมาเป็นก้อนดีมาก ซึ่งความสามารถของมันยังไม่หมด เพราะลองใช้หัวดูดที่นอนดู ดูดที่นอนที่นอนมาสามปี ได้ฝุ่นตามรูปซึ่งเยอะมาก และเดาว่าน่าจะมีเยอะกว่านี้อีก อันนี้ดูดคร่าว ๆ เท่านั้น ฝุ่นละเอียดเป็นผงแป้งขนาดนี้แกะดูช่องฟิลเตอร์ก็สะอาดกริ๊บ งงมาก

ความชอบที่ซื้อเพราะลักษณะโดยรวมมันเหมือนเครื่องแบบเดิมมาก ทำให้เราเอาด้ามสอดเข้าไปใต้เฟอร์นิเจอร์ได้ เพราะเป็นก้านเล็ก ๆ ยาว ๆ เหมือนกัน ไม่เหมือนพวกเครื่องที่เป็นไม้กวาดที่ก้านมันจะใหญ่มาก (ไม่น่าเรียกมันว่าไม้กวาดเลย) การออกแบบแบบนี้ยังช่วยในเรื่องของเวลาที่เราต้องยกเครื่องไปดูดที่สูง ๆ ก็ยกได้เลยเพราะศูนย์ถ่วงอยู่ที่มือเรา เราจะไม่รู้สึกหนักมาก ความไม่หนักมาก ใช้งานสะดวก นี่แหละมีประโยชน์ตรงทำให้เราหยิบจับง่าย อยากใช้มัน ใช้ได้บ่อย ๆ แบบตรงนี้เริ่มสกปรกก็ยกไปลากไป ๆ มา ๆ ก็โอเคแล้ว มันก็จะทำให้เราไม่ต้องเหนื่อยทำทั้งบ้านในทีเดียว

ที่ก้านต่อไปที่หัวมีขั้วไฟฟ้าอยู่ ซึ่งตัวหัวทุกชนิดทั้งมีมอเตอร์หรือไม่มี สามารถต่อตรงกับตัวเครื่องได้หรือจะต่อกับก้านก่อนก็ได้ เพราะมีขั้วเหมือนกันหมด ซึ่งหัวนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับรุ่น V8 ได้เลยแม้แต่น้อยเพราะตัวล็อคคนละแบบ พูดถึงข้อดีตรงนี้คือตัวเชื่อมต่อเป็นกริ๊ปล็อคซึ่งดีมาก เพราะเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปมักเป็นแบบบิดหมุนใส่เข้าไปเฉย ๆ ซึ่งบางทีเวลาจะเปลี่ยนหัวแทบตาย กว่าจะหมุนออก ใส่ไม่แน่นก็เบี้ยวบ้าง หลุดบ้าง กริ๊บล็อคจบปัญหาเลย มาพูดถึงหัว Fluffy บ้าง เจ้าหัวตัวนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการดูดฝุ่นพื้นแข็ง คือปกติตัวเก่ามันก็จะเป็นมอเตอร์แล้วมีแปรงคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยปัดฝุ่น (หัวหลักทุกตัวของ Dyson มีมอเตอร์) ปัญหาคือมันปัดได้ไม่หมดเพราะแนบพื้นบ้างไม่แนบบ้าง แถมเก็บฝุ่นพวกขนมหรืออะไรชิ้นใหญ่ ๆ ไม่ได้ เพราะติดตรงหัวด้านหน้า เค้าเลยออกแบบใหม่โดยเอาไอด้านหน้าออกโล่ง ๆ แล้วให้หัวกำมะหยี่มันแนบไปกับพื้นช่วยในการดึงฝุ่น แซมด้วยขนแปรงคาร์บอนไฟเบอร์เหมือนเดิมตามคลิปจ้า

ผลของมันคือ นี่คือนวัตกรรมที่ควรมีมานานแล้ว แก้ปัญหาเครื่องดูดฝุ่นแบบเดิมได้เกือบหมดเลย แม้ว่าแรงดูดจะแพ้เครื่องใหญ่ ๆ แต่ไม่ได้แพ้แบบดูดเหรียญ 10 ไม่ขึ้นแบบเครื่องตัวเล็ก (ลองแล้วดูดหายไปเลย) แต่การที่มีหัวแบบ Fluffy ช่วยให้พื้นสะอาดได้จริง ๆ เพราะต่อให้เครื่อง 1800 W ที่ใช้อยู่ ก็ไม่สามารถดึงฝุ่นที่พื้นขึ้นมาได้หมด เพราะฝุ่นที่พื้นมันจะมีความชื้น ๆ ติดพื้น บางทีเราแค่เอาแปรงโง่ ๆ ที่อยู่ที่หัวดูดฝุ่นไปไถมันก็ไม่หมด แถมแรงดูดก็ไม่พอ การมีหัวแบบมอเตอร์ช่วยได้มากจริง ๆ ส่วนหัวดูดพรมก็มีมอเตอร์เหมือนกัน แต่หัวขนาดเล็กครึ่งนึง คือเค้าเอาไว้ดูดพรมรถ พรมตามบันไดมากกว่า แต่เราใช้ดูดพรมใหญ่ในบ้านเลย ซึ่งดีมาก ๆ มันดึงฝุ่นขึ้นจากพรมได้เยอะมาก ๆ ๆ ๆ กว่าเครื่องทั่วไปซะอีก ถ้าใครอยากได้หัวแบบเดิมด้วย (แปรงคาร์บอนไฟเบอร์) ที่พัฒนาใหม่ ซึ่งน่าจะใช้ดูดพรมดีกว่า เพราะขนาดใหญ่ปกติ ให้ไปซื้อรุ่น V8 ซึ่งต้องเป็นรุ่น Absolute Plus ด้วยถึงจะมีสองหัว (แย่จังนิสัยไม่ดี) ซึ่งจะมีรุ่นย่อยอีก เช่นมีเฉพาะหัวแปรง (ตัว Animal) หรือจะตัวมีเฉพาะหัว Fluffy งี้ ต้องดูดี ๆ หรือหาซื้อหัวแยกก็น่าจะมีขายแต่หายากมาก (ไม่แน่ใจว่าศูนย์จะขายให้มั้ย) ข้อดีอีกอย่างคือหัวมันจะเหมือนล้อที่คอยลากไม้ไปข้างหน้าช่วยเบาแรงไปได้นิดนึง

ส่วนเรื่องแบตที่อาจจะตกม้าตายมั้ย สรุปคือรอด เพราะชาร์จเต็มแล้วลองใช้ดู บ้านเต็มหลังนี่แหละ แต่พื้นที่ที่ดูดให้นึกถึงดูดบ้านทาวน์เฮาส์แบบสองชั้น ผลปรากฏว่าแบตไม่ดับคามือ ดูดพื้นดูดพรมแล้วยังเหลือให้เปลี่ยนหัวไปดูดตามซอกโต๊ะเตียง ดูดบนโต๊ะ ตู้ ได้ทั้งงาน ตามสเป็คคือใช้ได้ 20 นาทีโหมดปกติ ต่อหัวมอเตอร์ก็เหลือ 16–17 ถ้าใช้โหมด MAX เพิ่มแรงดูดจะเหลือแค่ 6 นาทีเท่านั้น (แต่หากกำตังค์ไปซื้อ V8 จะดูดได้ถึง 40 นาที แต่ถ้าใช้หัวมอเตอร์เหลือ 25 และ max เหลือ 7) สำหรับเราเรามองว่าไม่เหมาะสำหรับมาใช้แทนเครื่องหลักถ้าบ้านใหญ่โต อาจจะไม่จบในงานเดียว แต่ถ้าสมมติว่าดูดเครื่องใหญ่กรณีสกปรกมาก ๆ แล้วเอาเจ้านี่ดูดเก็บบ่อย ๆ ทั้งบ้านเราว่าเอาอยู่ แต่ถ้าพื้นที่ในการดูดไม่เยอะมาก เช่นคอนโด บ้านสองชั้นที่ไม่ต้องดูดแบบละเมียด เพราะเครื่องจะดูดต่อเมื่อเรากดปุ่มไกที่มือเท่านั้น ซึ่งเราก็คงไม่ได้กดตลอดเวลามูฟหัวมันเราก็ปล่อยมือ แต่ด้วยราคาขนาดนี้ แต่แบตใช้ได้แค่นี้ อาจจะทำให้ลังเลมาก ๆ สำหรับหลาย ๆ คน

ส่วนเรื่องแรงดูดตก ไม่พบปัญหานี้เลย ใช้จนฝุ่นเกินครึ่งก็แรงเหมือนเดิม แถมเวลาแบตใกล้หมดเครื่องจะไม่มีปัญหาเรื่องแรงดูดตกเพราะใช้แบต li-ion ซึ่งถ้าเป็นเครื่องดูดรุ่นใหม่ ๆ ก็จะใช้แบตแบบนี้กันแล้ว เวลาไฟไม่พอเครื่องจะตัดดับไปเองเลย จะไม่มีการแบบแรงดูดลดลงเรื่อย ๆ การทิ้งฝุ่นนั้นจะเห็นว่ามีไกแดงๆ หลังถังเก็บฝุ่น ถ้ากดลง ประตูด้านล่างจะเปิดออกฝุ่นก็จะร่วงลงไป เคาะ ๆ นิดหน่อย ก็เอามือกดปิดเหมือนเดิม ง่ายดายมาก ๆ แต่ถ้าเป็นตัว V8 จะดีกว่านี้อีก เพราะดึงขึ้นข้างบน ประตูเปิดเหมือนกัน แต่มีตัวช่วยเขี่ยฝุ่นที่เกาะข้างในด้วย (เคาะเอาก็ได้ เซฟไปตั้งหลายพัน)

เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่แรงดูดไม่ได้ดีเด่นชนะเลิศเครื่องตัวใหญ่แบบขาดลอย เพราะเท่ากันหรือแพ้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อเราไปใช้หัวทั่วไปไม่ใช่หัวเทพ ฝุ่นตามซอกบางทีก็ไม่ออก (ใช้เครื่องใหญ่ก็พอ ๆ กัน) ดังนั้นเผื่อใจตรงนี้ไว้ด้วย เดี๋ยวตกใจอ้าวไอบ้าซื้อมาเป็นหมื่นทำไมดูดไม่ออกวะ น้ำหนักก็ไม่ได้เบาแบบหวิว แต่ถือว่าไม่หนักมากเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่งก็คือ ถ้าเปิดโหมด MAX แล้วเครื่องจับได้ว่ามีอะไรไปอุดมันให้มันดูดไม่ได้ (เช่นเราเอามือไปอุดมันกรณีตั้งใจ หรือว่ามีสิ่งของไปอุดจริง ๆ) มันจะติด ๆ ดับ ๆ ของมันน่าจะป้องกันเรื่องมอเตอร์รึเปล่าไม่แน่ใจ แต่โหมด Max นี่แรงขึ้นจริง ๆ นะ ไม่ได้หลอกตา

ที่เขียนมานี่จะไม่สรุปข้อดีข้อเสียใด ๆ เพราะอธิบายไปหมดทุกสิ่งแล้ว อธิบายในมุมพ่อบ้านที่ทำความสะอาดบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ หงุดหงิดกับการดูดฝุ่นถูพื้น และใช้เท้าเตะเครื่องดูดฝุ่นเพื่อขยับหรือให้มันตั้งขึ้นมาอยู่เป็นนิจ หากใครมีคำถามก็สามารถถามเข้ามาตามช่องทางต่าง ๆ ที่มี ส่วนราคานั้นขอบอกว่าต่ำกว่า 19000 สำหรับรุ่น dc74 อย่าไปซื้อถ้าแพงกว่านี้ซึ่งจริง ๆ ในห้างขาย 25900 ด้วย ให้รอมันเซลหรือหาเว็บไซต์ซื้อเอา เพราะราคานี้ใกล้ตัว V8 มาก ( 26900–28900) ถ้าใครรวยก็ซื้อทั้งเครื่องเล็กและเครื่องใหญ่ไปเลย โคตรคุ้ม (เนื่องด้วยเมกาเป็นประเทศที่โฆษณาแบบเปรียบเทียบสินค้าโชว์ยี่ห้อคู่แข่งได้ หลายแบรนด์จึงเอา Dyson ไปเทียบ แล้วก็จะมีหลายคลิปที่ชนะ ซึ่งมักจะมีคอมเมนต์ใต้คลิปในยูทูปประมาณว่าสมน้ำหน้ำ ของห่วยขายแพงเกินราคาเสมอ ๆ) ความคุ้มไม่คุ้มนี้ สามารถหาคลิปแบบเทสกันเองดูได้ในยูทูปว่าคุณภาพเครื่องเป็นอย่างไร (หุ่นยนต์ดูดฝุ่นไปซื้อซัมซุงเถอะ ลองไปหาคลิปในยูทูปดู สะอาดกว่าเป็นเรื่องเป็นราว)

iamplaster

Written by

BKK, Thailand, Monologue Blog, ID: iamplaster for my snapshot in Instagram.

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade