เพิ่งดูจบรีวิว: The IT Crowd ซีรีย์ซิทคอมอังกฤษสุดบ้าบอที่เพิ่งจะมาดู

ตอนแรกว่าจะปล่อยผ่าน เพราะจบก็จบสิ เหมือนเรื่องอื่น ๆ แต่เรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่าแค่ซีรีย์ซิทคอมตลก ๆ ที่เคยดู เพราะมันมีดีเทลเยอะแยะมากมาย เริ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดู เรื่องนี้นานมากตามเว็บบอกไว้ว่าซีซันแรกคือปี 2006 ซึ่งก็คือ 11 ปีที่แล้ว เรายังอยู่ประถมปลายอยู่เลย ตอนที่เห็นครั้งแรกคือกดรีโมตยูบีซีอยู่บ้านแล้วเปิดไปเจอช่องซีรีย์ ภาพที่เห็นคือชายสองคนคนนึงซกมกกับอีกคนนึงดูเด็กเรียนจ๋า (ในความคิดตอนเด็กนั้น) ดูทำอะไรซักอย่างเกี่ยวกับคอมฯ คาดเดาได้ว่ามันตลกจากเสียงตลกที่ใส่แทรกเข้าไป ด้วยความที่ชอบคอมฯอยู่ในตอนนั้น (ชอบนี่คือชอบแบบเด็ก ๆ นะ ก็คือชอบเล่นทั่วไป) ก็เลยพยายามนั่งดู แต่ก็เหมือนซีรีย์ทุกเรื่องที่เปิดเจอตอนเด็ก คือไม่เข้าใจว่าเค้าขำอะไรกัน จำได้ว่าอ่านซับก็อ่านไม่ทัน ก็ได้แต่กดรีโมทเปลี่ยนช่องไป แต่นั่นเป็นภาพซีรีย์ในวัยเด็กเพียงไม่กี่เรื่องที่ติดหัวอยู่จนถึงตอนโต (พร้อมกับ Big bang theory ด้วย ซึ่งยิ่งงงในงงเข้าไปใหญ่ว่าขำอะไรกันในตอนนั้น) ผ่านมายาวนานตั้งแต่ซีซันแรกถึง 11 ปีอยู่ดี ๆ ช่วงนี้บ้าซีรีย์ ซึ่งได้อิทธิพลมาจากการไปสมัคร iflix ได้สองปีในราคา 1000 บาทเท่านั้น คาดหวังว่าจะดูหนัง แต่มีแต่หนังอะไรไม่รู้ เลยไปดูซีรีย์การ์ตูนอย่าง Family guy เจ้าพ่อการ์ตูนเสียดสีสังคมตลกร้าย พอดูครบ (ครบที่มันมีให้ในแอพ) ก็อยู่ดี ๆ นิมิตรขึ้นได้ถึงซีรีย์ที่เคยเปิดไปเจอตอนเด็ก ภาพห้องรก ๆ ชั้นใต้ดินกับผู้ชายผิวสีนั่งหน้าคอมมันลอยมา ก็เลยไปเซิร์จหา ถึงได้รู้ว่าชื่อเรื่อง The IT Crowd

มันเป็นเรื่องของชายสองคนที่ทำงานอยู่ในแผนกไอที ซึ่งเป็นแผนกที่คนไม่ค่อยสนใจ รับทราบเพียงเป็นคนซ่อมคอมหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เลยมีห้องอยู่ชั้นใต้ดิน ไร้ซึ่งคนพลุกพล่าน จนมีพนักงานสาวเข้ามาใหม่เป็นผู้จัดการของแผนกไอที แต่เธอไม่รู้เรื่องใด ๆ เลยเกี่ยวกับไอที ความที่สามคนมีบุคลิกที่ชัดเจนมันเลยทำให้เรื่องต่าง ๆ มันบ้าพิลึกสุดขั้ว มันเป็นซีรีย์ตลกที่ชอบมาก มาก (เอาดี ๆ รอยต่อระหว่าง Family guy มาเรื่องนี้คือได้ดู The Big Bang Theory มาก่อน ทำให้มีเรื่องเปรียบเทียบกัน) เราชอบความมีชีวิตชีวา คือในเรื่องคนที่เป็น geek หรือเนิร์ด ๆ ชื่อมอส ตัวละครจะไม่เหมือนกับเชลดอนในเรื่องบิกแบง ตัวละครจะเป็นแค่คนที่ติดคอมไม่ชอบเข้าสังคม การพูดอะไรจะแปลก ๆ แต่เราจะไม่ได้ขำจากความ geek เค้า 100% เหมือนเชลดอน แต่เราจะขำความไฮเปอร์เล็ก ๆ ของเค้า เราว่าจุดนี้ดีมากเลย เรารู้สึกว่าการที่อารมณ์มันโอเวอร์ ๆ ไฮเปอร์เล็ก ๆ มันเลยมีกำลังส่งออกมาถึงคนดูได้พอดี มอสจะดูไฮเปอร์เล็ก ๆ ทำให้มีชีวิตชีวา ไม่เป็นเหมือนเชลดอนที่จะเนิร์ดแบบวิชาการ เจ้าระเบียบ แม้ในเรื่องจะมีโอเวอร์แต่ก็จะเป็นโอเวอร์ไปทางเหมือนเพื่อนเนิร์ดคุยกันอย่างออกรสมากกว่า ส่วนมอสจะเป็นตัวละครที่พูดไปเรื่อย ทำไปเรื่อย แต่จะเป็นแบบกึ่งเนิร์ดกึ่งบ้ามากกว่า ผสมความ awkward เล็ก ๆ ด้วยความมันเป็น Sitcom ด้วยแหละมันเลยจะมีการที่ตัวละครทำอะไรเปิ่น ๆ ซึ่งตรงนี้แหละคือความตลก ส่วนรอยก็จะเป็นอีกตรงข้ามเลย คือเป็นเหมือนช่างคอมที่ร้านคอม ม่อสาวเล็ก ๆ ทำตัวเหมือนโจในเรื่องเนื้อคู่ฯ เป็นหนุ่มเซอร์ เผละ วัน ๆ นั่งอยู่หน้าคอมคอยรับโทรศัพท์แล้วพูดประโยคเด็ดของเรื่องก็คือ “ลองปิดแล้วเปิดใหม่ดูรึยัง” ความชายโฉดตรงนี้บวกกับความขี้เล่น หน้าทะเล้นตลอดทั้งเรื่อง เป็นบ้าเป็นบอ อารมณ์ล้น ๆ เล่นใหญ่เกินเบอร์ตลอด แม้จะเป็นคนพูดเก่ง แต่ก็ยังติดภาพความเป็นพนักงานไอทีที่ไม่รู้ตาสีตาสาชอบทำอะไรแปลก ๆ ออกมา เอ็นดูตัวละครนี้มาก ส่วนอีกตัวละครสำคัญที่มาตัดรสคือเจน หญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรกับไอทีเลย ก็เลยวางตัวเองเป็นตำแหน่งรักษาความสัมพันธ์กับแผนกอื่น ก็จะเป็นจริตของหญิงสาวออฟฟิตที่มีความสวยเป็นองค์ประกอบ แล้วก็การหัวเราะของเธอที่เล่นใหญ่เวอร์วัง จะมีปัญหาของผู้หญิง ๆ แต่ต้องมาคลุกคลีกับผู้ชายที่โคตรจะเป็นผู้ชายเฉิ่ม ๆ ทั้งเรื่องความรัก การออกเดท หรือแม้แต่ปัญหาชุดชั้นใน

ฉากที่มี Quote อยู่ในรูปเขียวข้างล่าง

ทุกตัวละครแสดงแบบเวอร์วังอลังการมาก มีความตึงตัง ฉับพลัน ความสนุกของแต่ละตอนคือการมีเหตุการณ์อะไรพีค ๆ ในบริษัท แล้วสามคนนี้ก็จะมีวิธีจัดการและการแสดงออกแบบสุดโต่งไปในทิศทางของตัวเอง แถมยังต้องมาเจอกับปัญหาของตัวเอง และบอสสุดบ้าอีก เช่นตอนนึงสองหนุ่มจะโดดงานประชดเจน แล้วไปเดินเล่นห้างฆ่าเวลา มอสด้วยความไม่เคยโดดงานก็เลย awkward เผลอขโมยแผ่นเกมมาด้วย ส่วนเจนก็มีปัญหาเพราะต้องทำแบบประเมินของบอสที่จับได้ว่าสองคนนั้นโดดงาน แต่คอมติดไวรัส แต่ไม่รู้จะให้ใครช่วย เพราะรอยประชดเจนเรื่องที่ไม่ยอมให้รอยซ่อมคอมให้เจนเพราะเจนดันเกิดชอบไวรัสโฆษณาบนหน้าจอเลยไม่ต้องการให้เอาออก แค่ฟังดูสั้น ๆ ก็รู้แล้วว่าทุกตัวละครมันบ้า

มีคนรวม Quote เด็ด ๆ ในเรื่องไว้ในรูปนี้ ของจริงคือมีมากกว่านี้อีก

ความเป็นซีรีย์อังกฤษ ทุกตัวละคร สภาพแวดล้อม การดำเนินเรื่อง การใช้ชีวิต การพูด ดูอังกฤษมากกก ถ้าใครจะลองหาซิทคอมตลกจากฝั่งอังกฤษดูนอกเหนือจากมิสเตอร์บีน เรื่องนี้น่าสนใจมาก (จริง ๆ มีหลายเรื่อง นะ) บวกกับด้วยความเป็นเชิงซิทคอมมากกว่าซีรีย์ เพราะมีไม่กี่ซีซันเท่านั้น (เสียดายมาก อยากให้ทำอีก เหมือนอ่านเจอว่าเคยจะมีเวอร์ชันอเมริกา ได้ตัวมอสคนเดิมไปเล่นด้วย แต่ไม่เข้าตา Chairman ช่องคนใหม่ เลยไม่ได้เข้าสู่ขั้น Production) จึงทำให้มันใส่อะไรสุดโต่งเข้าไปได้เยอะ ทั้งเรื่องของบท อารมณ์ตัวละคร การพูดจา ฉาก เหตุการณ์ เช่นการปีนออกไปเอาแบงค์ยี่สิบปอนด์นอกหน้าต่างที่บอสยืมไปแล้วเอาไปโยนออกนอกหน้าต่างเพื่อพิสูจน์ว่าตัวบอสเองเป็นคนไม่สนใจเม็ดเงิน หรือ ฉากกู้ระเบิดที่ตลกมาก ซึ่งถ้าเป็นของจริง ตายคู่ไปแล้ว และอีกเรื่องที่ชื่นชม เราว่าเค้าใส่เสียงตลกมาในจุดที่เยอะอยู่ตามหลักซิทคอมฝรั่ง แต่ว่าไม่เฝือจนเกินไป เราดู Big Bang Theory เจ้านั้นใส่เสียงขำมาเกือบทุกบทพูดเลยมั้ง เราว่าเยอะเกิน (แต่เราก็ยังดูมันเรื่อย ๆ นะ แม้ว่าจะเริ่มเอียนการดำเนินเรื่องเมนหลักที่มีรัก ๆ เลิก ๆ ความง้องอน ทะเลาะกัน ก็ตาม) ส่วนอีกอย่างก็คือมันเป็นตลกอังกฤษ และเรื่องนี้ชอบเล่นมุขตลกหน้าตาย ตลกหน้านิ่ง เราชอบมาก แล้วมุขจะมาแนวเสียดสี แนวตลกบทสนทนา ส่วนเรื่องตลกอื่น ๆ ก็ความบ้าที่ได้กล่าวไปทั้งหมด เราชอบตลกหน้าตาย เรารู้สึกว่ามัน Contrast มาก (เหมือนเวลาเราตลกเรื่องอะไรซักอย่าง ซึ่งมันไม่ใช่มุขตรง ๆ แต่เราฟังเรื่องแล้วมันขำ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องปูเรื่องมาให้ตลก ทำท่าทาง สีหน้าตลก) เรื่องนี้แม้ว่าจะเก่ามากแล้ว แต่ก็มักจะมีคนเอา Quote มาใช้ หรือเอารูปเอาฉากในเรื่องมาทำ Meme อยู่บ่อยมาก (นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้อยู่ดี ๆ ก็เป็นลุงบุญมีระลึกชาติ อยากกลับมาดูเรื่องนี้) ทั้งหมดนี้ทำให้เราต้องเขียนยืดยาวมาเล่าเก็บเป็นเรื่องราวว่าวันนี้เราดูมันจบแล้ว ตอนจบนั่งมองเอนเครดิตแล้วได้แต่ถามตัวเองว่า จะมีซีรีย์ซิทคอมที่กลมกล่อมแบบนี้ออกมาอีกเมื่อไหร่กันนะ