เขาหลวง สุโขทัย 2คน 2 วัน 1 คืน

ทริปนี้ เกิดขึ้นจากผมเอง 
วันอยุดอยากเปลี่ยน บรรยากาศ อยากเดินป่า เลยชวนเพื่อนผมดู มันก็ตอบตกลง จนเกิดทริป
2วัน1คืน เขาหลวง สุโขทัย

สำหรับเขาหลวงสุโขทัย ผมมาครั้งนี้เป็นครั้งที่2แล้วนะ ครั้งแรกเกือบไม่ไหวและคนเยอะเกินไปเพราะไปช่วงปีใหม่ไปเคาท์ดาวน์ ปี2016ที่นั้น ครั้งนี้จะขอแก้ตัว ไปต้นเดือนพฤษภาคม ฤดูร้อน+ฤดูฝน ซึ้งคนส่วนใหญ่ไม่นิยมขึ้นเขากัน ถือว่าเป็นโอกาสอันดี จะได้ชื่นชมธรรมชาติ แบบเข้าถึง แค่คิดผมก็อยากไปแล้ว

เริ่มตัน ผม มีเพื่อนที่ สุโขทัยผมเลยโทรถาม เค้าว่าที่สุโขทัยมี มอไซต์ ให้เช่าไหมเพื่อนบอกว่ามี ที่ตัวเมือง สุโขทัย ถ้ามาถึง บ.ข.ส ให้โทรบอก เดี๋ยวเพื่อนผมจะพาไปหาร้านเช่ามอไซต์ จากนั้นพวกเราสองคน ก็ตรงไป ขนส่งหมอชิต2

เนื่องจากผมลืมไปว่า ช่วงที่ผมไปเป็นช่วงอยุดยาว 3วัน เพราะเป็นวันแรงงาน ผู้โดยสารที่หมอชิตเลยเยอะเป็นพิเศษผมได้แต่นึกในใจ ว่า สุโขทัยคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยไปกันน่าจะไม่เต็มมั่ง ผมไปถึง1ทุ่มกว่า คนขายตั้วบอกเต็ม มีรอบ4ทุ่ม ครึ่ง
ผมตอบ โอเคร พอดีเลย ถึงเช้าพอดี 
ค่าโดย คนล่ะ 361 บาท เบาะนั่งสบายดี ก็โอเครนะ

รถออก 4ทุ่มครึ่ง ตามเวลาเลย และมาถึง บ.ข.ส สุโขทัย 6โมงเช้า ตามเวลาที่เค้าบอกเลย พอผมลงได้จากรถแล้วผมก็ไปทำธุระส่วนตัว โดยให้เจ้าหมียวเฝ้าของให้ 555 จริงๆกระเป๋าอยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำมากนัก อีกอย่าง ที่ บ.ข.ส คนน้อยมากน่าจะปลอดภัย

หลังจากนั้นก็โทรหาเพื่อนผม แต่เพื่อนผมไม่ว่างไปต่างจังหวัด เลยฝากธุระเรื่องผมให้กับ คุณ ตาตี๋ พอคุณตาตี๋ มาแกก็พาไปหาร้านเช้ารถมอไซต์ ซึ่งใกล้บ บ.ข.ส มากเพียง200เมตร เอง จริงๆรู้อย่างนี้ไม่อยากจะรบกวน คุณตาตี๋เลย

เป็น โรงแรมป้าทองสุข มีบริการที่พักแล้วรถเช่า เบอร์โทร 055–612449 หรือ มีหลายร้านให้เลือกประมาณ2–3ร้าน อยู่ใกล้ บ.ข.ส ด้วย

ผมเช่า รถ มอเตอร์ไซค์ 1คัน

เค้าคิดค่ามัดจำ 2,000 บาท

ค่าเช่ารถ วันล่ะ 200 บาท

ผมเช่า เช้าวันเสาร์ ถึงเย็นวันอาทิตย์ เค้าคิดให้ 300 บาท ซึ่งจ่ายวันนั้นเลย

แต่เค้าขอบัตรประชาชน เป็นประกันด้วย ซึ่งผมไม่ได้ให้ไป เพราะว่าคุณ ตาตี๋ เป็นที่นับหน้าถือตา กับทางร้านเช่าพอสมควร แกเลยรับรองให้

จากนั้นผมก็จ่ายเงิน ลา คุณตา แกก็บอกทางอย่างละเอียดผมก็รับฟัง แต่ผมก็จำไม่ได้หรอก เพราะผมรู้ว่า google mag พาผมไปได้แน่ๆ

เราก็ขับมาเรื่อยๆตามgoogle mag โดยค้นหาจุดหมายคือ อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง ซึ่งก็เป็นไปตามอย่างที่คุณตาบอกเลย

เราก็แวะดู สวนเมล่อน ระหว่างทางเพราะเพื่อนผมอยากดู

ทำให้รู้ว่าเมล่อน มันปลูก ยากมากเลยนะ

เสร็จแล้วก็ หาข้าวเช้าทาน แล้วชื้อข้าวกลางวัน น้ำดื่ม ขนมต่างๆมากินข้างบน ระหว่างทางไปเขาหลวง(อุทยานแห่งชาติ รามคำแหง)

พอมาถึงด่านทางเข้าอุทยาน ก็เสียค่าบริการเข้า 2คน+รถ1 คัน = 100 บาท

จากนั้นก็ขับเข้าอุทยาน ติดต่อ ที่พัก โดยพวกเราเอาเตนท์มาเอง1หลัง โดย เสียค่าที่พัก คนล่ะ 40 บาท 
จากนั้นพวกเราก็จ้างลูกหาบ แบกแค่เตนท์ เนื่องจากตกลงกันไม่ได้ ว่าใครจะแบกเตนท์ อีกอย่างพวกผมเห็นลูกหาบเป็นเด็ก
เลยอยากให้เค้ามีรายได้บ้าง เตนท์นั้นหนัก ประมาณ5.5 กิโลกรัม

กิโลล่ะ 25 บาท ก็โอนะ

เบื้องหน้า ที่เห็นอยู่นั้นคือเขาหลวงหมอกปกคลุมอยู่

จากนั้นเราก็เตรียมตัว เตรียมความพร้อม ที่จะเดินขึ้นเขาหลวง โดยมีลูกหาบที่แบกเตนท์เราอยู่ ชื่อ น้อง ต้ม อายุ12ปี ร่วมเดินทางไปกับเราด้วย

พอผ่านเข้ามา เราก็ว่าไว้พระขอพรจากนั้นก็เจอป้าย สถานีต่างๆ จุดพักชมวิวต่างๆ ระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร เพือนผมบอกว่า ซิวๆ
ผมเลยพูดว่า “เดี๋ยวก็รู้” เพราะว่าผมเคยมา1ครั้งแล้ว แต่เพื่อนผมครั้งแรก โอเคร เดินขึ้นกัน

เส้นทางเดินขึ้นเขานั้น ทางค่อนข้างชันนะครับ ไม่ค่อยมีทางราบให้เดินเท่าไหร่ นัก มันจึงทำให้พวกเราเหนื่อยง่ายหน่อย แต่มีจุดพักค่อนข้างเยอะ พอสมควร พวกเราจึงพักบ่อยมาก พอพักก็เริ่มขี้เกียจแล้ว(แนะนำอย่าพักบ่อยๆ) ที่พักแต่ล่ะจุดก็มี บริการน้ำดิบ ที่อยู่ในถังให้เราได้ล้างหน้า ดื่มได้นะครับ รสชาติ ฟาดคอ ขมนิดๆ

พวกเราเดินทาง ขึ้น เกือบๆ เก้าโมง ถึงที่พักตอนบ่ายโมงนิดๆ พอขึ้นมาก็รีบติดต่อเจ้าหน้า หาจุดกางเตนท์ แล้วก็จ่ายค่าหาบให้กับ ต้ม ลูกหาบ เพื่อนร่วมทาง ของพวกเรา

หมาแสนรู้2ตัว เจ้าเค้ก และเขียว ลูกเจ้าเค้ก ทั้งสองตัวตอนรับนักท่องเที่ยว และพวกเราเป็นอย่างดี

พวกเราหาจุดกางเตนท์ สูงๆหน่อย เนื่องวันที่เราไปนั้นเจ้าหน้าที่บอก ว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ 2รถตู้ มาวันนี้ ผมเลยไปกางเตนท์จุดที่สูงๆหน่อย

พอพวกเรากางเตนท์เสร็จ ก็นอนพักแล้วกินขนม เล่นกับหมา สอบถามเจ้าหน้าที่ เรื่องการมาท่องเที่ยวที่นี่
ทางเจ้าหน้าที่ บอกว่า สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูเลยนะ เพราะทางอุทยานเปิดตลอด ยกเว้นทางน้ำข้างบน
หมด ทางอุทยานก็จะไม่ให้ขึ้นเขาหลวง ผมถามไปอีกว่า ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเยอะไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า
“ก็ขึ้นมาเรื่อยๆทุกๆวัน เยอะหน่อยวันเสาร์อาทิตย์ วันอยุด แต่ส่วนใหญ่ช่วงเดือนนี้ จะน้อยไปหน่อย”

จากนั้นพวกเราก็ไป ผานารายณ์ เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดบนเขาหลวงสุโขทัย ระยะห่างจากจุดพักแรม ประมาณ 400–500เมตร พวกเราได้เป็นนั่งดื่มดั่งธรรมชาติ ที่นั่งซึ่งผมดื่มธรรมชาติ ชั่วโมงกว่าๆ เพื่อนผมชอบจุดตรงนี้มากเลย

ยอดเขานารายณ์

หลังจากนั้นพวกเราก็ไปชมพระอาทิตย์ตก ที่ผาพระแม่ย่า ซึ่งห่างหากจาก ยอดเขานารายณ์ ประมาณ 800 เมตร

แอบถ่ายพี่คนนี่ เท่ดี ถายหลังลงจากเขาพี่คนนั้ถือถุงขยะ1ใบ เก็บขยะระหว่างทาง ซึ่งผมประทับใจมาก แล้วทำตามพี่เค้า

ตอนแรกพวกเราคิดว่าจะไม่เห็นพระอาทิตย์ตกซะแล้ว เพราะมีเฆมเกาะกลุ่มมาก พวกเราไม่ยอมถอดใจ สุดท้ายก็เริ่มแสงพระอาทิตย์ตก สีส้มๆแดงๆ บรรยายกาศตอนนั้นดีมากๆเลยที่เดียว ถ่ายรูปกันไปหลายรูปมาก แต่สุดท้ายผมก็นั่งมองมันด้วย2ตาของผมจนมันลับขอบฟ้าไป

แล้วพวกก็เดินทางกลับที่พักกัน ระหว่างทางพวกเราแอบเสียดายที่ไม่ได้ไป ยอดเขาภูภา เป้นจุดที่สูงที่สุดแล้ว ที่นั้น และเป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามไม่แพ้ ยอดเขาพระแม่ย่า

พวกเราเดินทางกลับถึงที่พัก ตอนประมาณทุ่มกว่าๆ ระหว่างนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มใหญ่ก็มีการล่ะเล่นบังเทิงเลยทีเดียว เสียงดังมากๆมีการดื่มสังสรรค์ ไม่เกรงใจเตนท์ รอบข้างๆ ซึ่งตอนนั้นมีประมาณ4 กลุ่ม โดยกลุ่มที่เสียงดังจะอยู่หน้าที่ทำการเจ้าหน้าที่ ผมกินข้าวเย็นเสร็จก็ไปทำธุระส่วนตัว แล้วก็มานั่งเล่นที่ศาลาคุยกับเพื่อนและลูกหาบ ที่เค้ามานอนที่นี่รอ แบกกลับตอนเช้า

ประมาณ สามทุ่มพวกเราก็เข้าเตนท์นอนกัน เพราะว่ารู้สึก เพลียและไม่พอใจกลุ่มนักท่องเที่ยวด้านล่างมากๆ ที่ส่งเสียงดังรบกวน

ผมได้บอกกับเพื่อนผมว่านะเที่ยงคืนเราจะไปถ่ายดาว ทางช้างเผือกกัน ที่ผานารายณ์ แล้วเรา2คนก็พักผ่อนกัน ผมได้รู้สึกตัวประมาณ 5ทุ่มเกือบเที่ยงคืน เพราะมีกลุ่มด้านล่างส่งเสียงอยู่ ผมได้ปลุกเพื่อนไปถ่ายดาวกันเพื่อนผม ไม่ยอมตื่น ผมเลยออกไปข้างนอกคนเดียว แค่เปิดเตนท์มา ก้เห็นดาวบนท้องฟ้าแล้ว ผมเลยตัดสินใจไม่ไปผานารายณ์แล้ว ถ่ายดาวที่นี่ล่ะ

ตอนหลังเพื่อนผมตื่นมาดู ทางช้างเผือก ด้วยกัน อาจจะมีเฆมบางๆบังอยู่บางแต่ก็พอเห็น

เช้าวันต่อมาพวกผมตื่นตี5 ครึ่งไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่่ ผานารายณ์ กัน

จากนั้น พวกเราก็ลงกันไปล้างหน้าเก็บของเตรียมตัวลงจากเขากัน ขาลงผมอาสาแบกเตนท์เอง ก่อนกลับกันพวกเราได้ถ่ายรูป กับป้ายว่าพวกเราได้มาพิชิต เขาหลวง สุโขทัย กันแล้ว

เขาหลวงกับความประทับใจ ที่พวกเราได้มาครั้งนี้ ก็คงหนีไม่พ้นธรรมชาติระหว่างทางเดินขึ้นเขา ได้เจอต้นไม้ใหญ่เจอพรรณไม้ต่างๆในความสูงของระดับน้ำทะเลที่ต่างกัน

ได้มองจากข้างบนยอดผาไปพื้นด้านล่างไกลสุดเห็นธรรมชาติที่สวยงาม อากาศเย็นสบาย มากๆ และได้เจอมิตรภาพ เจอเพื่อนร่วมทางใหม่ๆ ได้ถ่ายรูปมาฝากคนข้างล่าง ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ได้ดูรูป

พวกเราได้มาแวะ ในตัวเมืองสุโขทัย ระหว่างรอขึ้นรถกลับไปทำงาน ที่กรุงเทพ ในตัวเมื่องสุโขทัย รถน้อยมาก ไม่มีห้างห้างสรรพสินค้า เลย (มีแต่อยู่ชานเมื่อง)

แต่จริงๆ จังหวัดสุโทัย เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ อันยาวนานมากๆ เป็นอีกจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว คนเป็นมิตร อาหารอร่อย ราคาไม่แพง

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ สุโขทัย ที่เมื่องเก่า

ทริปนี้ หมดไปคนล่ะ 1300 กว่าบาทเอง ถูกมากๆ กับสิ่งที่ได้มา

ท้ายนี้ ผมแค่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ การท่องเที่ยวเขาหลวงในรูปแบบ ของพวกเราเอง หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ อย่างน้อยนะ blog นี้จะเก็บความทรงจำประสบการณ์เที่ยวของพวกผมตลอดไป

สามารถถามผมได้เกี่ยวกับการเดินทางไปเขาหลวง ได้ที่เพจผมได้เลย ผมยินดีให้คำปรึกษาครับ

https://www.facebook.com/IAMTON90/