การคำนวณ License ของ SQL Server

กราบ.. สวัสดีครับ วันนี้ผมตั้งจะใจจะมาเขียนเรื่องการคำนวณ License ของ Software Database Microsoft SQL Server ว่ามันมีหลักการคิดคำนวณยังไง เชื่อแน่ว่ามีเพื่อนๆหลายคน สับสน เพราะรายระเอียดของมันยิบย่อยเหลือเกิน

ผมยังจำได้ดีสมัยที่เริ่มทำงานเป็น DBA ใหม่ๆแล้วถูก Assign Task ให้คำนวณ License โดย Manager มี Condition ว่าอยากให้มันคุ้มค่าคุ้มราคากับองค์กรมากที่สุด .. เล่นเอาผมปวดหัวกับ Excel ไปหลายวันเลยครับ

โอเค.. มาดูกันเลยว่า License ของ SQL Server มีแบบไหนบ้าง .. !

การคิด License ของ SQL จะมีการคิดหลักๆด้วยกัน 2 แบบ

1. Per Server/CAL

- ซื้อตามจำนวน Server ที่ลง SQL Server Database ใช้งาน (Server) + ซื้อ Licensee เพิ่มสำหรับ User/Device ที่เข้ามา Access database (CAL)

- สรุปคือต้องซื้อทั้ง Server License + CAL License ตามจำนวน User/Device ที่เข้ามา Access database

- เอา Database ลง VM เรามีกี่ VM ก็ซื้อ License ตามจำนวน VM นั้น

- เหมาะสำหรับองค์กรที่มี User/Device ใช้งานน้อยๆ ไม่เกิน 30 User/Device

2. Per Core

- คิดจากจำนวณ Core ของ Physical Server

- ต้องซื้อขั้นต่ำ 4 Core นะ

- 1 License ครอบคลุม 2 Core

- ถ้า Physical Server มี 4 Core ก็คือต้องซื้อ 2 License

- ไม่จำกัด User/Device เข้าใช้งาน

จากที่อธิบายข้างบนในดูแล้วมันก็เสียเงินเยอะซะเหลือเกินถ้าต้องซื้อตาม Physical Core .. แล้ว Server สมัยนี้ไม่ต้องพูดถึง .. เกิดมี 30 40 Core ตายครับ บริษัทเจ้งเพราะ จ่าย License นี่แหละ 555+

แต่เราก็มีวิธีทำให้มันประหยัดได้นะ คือลงพวก VM ไรต่างๆ จริงๆอันนี้ไม่ต้องบอกทุกคนก็ใช้อยู่แล้วมั้ง .. 555+ พอลง VM เราก็ Assign จำนวน Core ให้มัน เราก็จ่าย License ตามแค่ Assign ไว้แหละ ก็จะประหยัดได้นิดนึง

ทีนี้ .. Microsoft มันยังแตก License มาอีกประเภทนึง ชื่อ “Software Assurance” เรียกย่อๆละกันว่า License แบบ SA แปลตรงๆมันก็คือการประหยัด Software แต่ไม่ต้องไปสนใจมัน .. เอาเป็นว่าถ้าองค์กรเรามีการใช้งาน SQL Server Cluster ที่นี้ ถ้าเราซื้อ License แบบ Core ทั้ง 2 เครื่องมันแพงมหาศาลเลยนะ ทั้งที่เราใข้งานแบบเครื่องนึงเป็น Active และเครื่อง Passive ที่ไม่ได้ใข้งานเลย

เขาก็แนะนำให้ซื้อ License แบบ Per/Core + SA ซึ่งเครื่อง Passive มันก็จะลง SQL Server บนนั้นได้ฟรี แต่มีข้อแม้ว่าเราจะต้องไม่เปิดใช้นะ ห้ามให้เป็น Read Only เลย

สรุป License ของ SQL Server Edition ต่างๆ

Enterprise Edition สามารถซื้อ License ได้เพียงแบบ Per Core เท่านั้น (ไม่มี Per Server/CAL ละนะสำหรับ SQL Server 2016)

Standard Edition สามารถซื้อ License ได้ทั้งแบบ Per Server/CAL และ Per Core

Developer/ Express Edition ไม่มีค่า License นะ ใช้งานได้ฟรี เราแนะนำให้ลงกับ EVN. DEV/QA อย่างที่ทำงานปัจจุบันผม QA/DEV ENV ก็ใช้ Developer Edition ส่วน Notebook ของ Programmer/Developer ก็ใช้ Express Edition

ปอลอ. ราคาของ License ผมไม่ลงนะครับ อยากรู้ Search google ได้เลย

Notice:- blog นี้อ้างอิงการคิด License ของ SQL Server 2016 นะครับ ซึ่งจะมีสิ่งที่แตกต่างในส่วนของการคิด SQL Server Enterprise Edition เท่านั้น ที่จะเปลี่ยน License เหลือแค่แบบ Per Core ไม่มี Per Server/Cal แล้ว

ขอจบไว้เพียงเท่านี้นะครับ สวัสดีครับ :)

Phatthara Bunluesin

)

Phatthara Bunluesin

Written by

Senior Database Developer at Agoda

Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade