ระบอบกษัตริย์ และประชาธิปไตย ในทรรศนะของข้าพเจ้า

ฉันเกิดและเติบโตในช่วงที่เรามีพระมหากษัตริย์ และมีการปกครองแบบรัฐสภา อันที่จริงควรกล่าวว่า ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญโดยอำนาจบริหารอยู่ที่นายกรัฐมนตรี

ฉันได้เห็นสิ่งที่เจ้าได้ทำเพื่อประชาชน ฉันได้เห็นสิ่งที่นายกหลายๆคนได้ทำกับประชาชน

ฉันเห็นความแตกต่าง

ฉันเชื่อมั่นเสมอว่าประชาธิปไตย จะนำชาติไปสู่ความเจริญความอารยะ

ฉันได้รับการศึกษาและปลูกฝังประชาธิปไตย จากสถาบันการศึกษาที่มีผู้ก่อตั้งคือหัวหน้าคณะราษฎรสายพลเรือน ผู้เดียวกับที่เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย

ฉันเชื่อว่าทั้งระบอบเจ้า และระบอบประชาธิปไตย ต่างทำเพื่อประชาชนเหมือนกัน

ฉันพร่ำศึกษาหาความรู้ด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังปี 2475 มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ฉันเห็นบางอย่างที่ซ้ำรอย นั่นคือการทำรัฐประหาร การคอรัปชั่นของนักการเมือง และการทรงงานหนักของพระมหากษัตริย์

ฉันเชื่อในบทละครเรื่องสี่แผ่นดิน ที่แม่พลอยพูดกับ ตาอั้น ว่า “ยังเร็วไปที่ชาวสยามจะมีการปกครองแบบพวกตะวันตก ชาวบ้านยังด้อยการศึกษา และเขาเหล่านั้นจงรักภักดีต่อเจ้านายอย่างสุดหัวใจ”

ณ วันนี้ ชาวสยามก็ยังคงด้อยการศึกษา แต่ก็จงรักภักดีต่อพ่ออยู่หัวของพวกเขาอย่างสุดหัวใจเหมือนเดิม

ฉันเชื่อว่าประชาธิปไตย จะดีได้ถ้าประชาชนมีความรู้มีการศึกษาที่ดี

แต่เรามักถูกหลอกโดยนักการเมือง หลอกให้โง่ หลอกให้ไม่รู้ หลอกให้ขี้เกียจ หลอกให้มีหนี้ เพื่อที่ประชาธิปไตยจะไม่สมบูรณ์และเขายังคงคอรัปชั่นได้ ซึ่งนั่นเป็นที่มาที่ทหารต้องมาทำรัฐประหาร เพื่อยึดอำนาจจากนักการเมือง

ซึ่งท่านเองก็จะเห็นว่าระบอบเจ้าไม่ใช่หรือ ที่สอนให้ท่านพอเพียง ให้ท่านพึ่งตนเอง ให้ท่านขยัน ให้ท่านอดออม ให้ท่านไม่โง่ ท่านจะได้ไม่โดนนักการเมืองหลอก และเราจะได้มีประชาธิปไตยแบบสมบูรณ์

ฉันหวังว่าจะเห็นวันนั้น วันที่นักการเมืองไม่โกง วันที่ประชาชนมีความรู้ พึ่งตนเองได้ และไม่ยอมเป็นเหยื่อของนักการเมือง

วันที่ทหารจะไม่ออกมารัฐประหาร วันที่นักการเมืองจะโกงเราไม่ได้ วันที่ประชาชนรักกัน

ประชาธิปไตยที่แท้จะเบ่งบาน ภายใต้ชาวสยามยังคงรักและยึดมั่นในระบอบกษัตริย์เหมือนเดิม

“ฉันเชื่อว่าวันนั้น พ่อจะมีความสุข”

๑๘.๑๐.๒๕๕๙

ก. ส.