Consistency ความเสมอต้นเสมอปลายในงานออกแบบ

Consistency แปลเป็นไทยคือความสม่ำเสมอ แต่ในที่นี้ขอทับศัพท์ละกันนะครับ

Consistency คือปัจจัยสำคัญสำหรับทั้งชีวิตและในงานออกแบบ

ถ้าเราไม่มีความเสมอต้นเสมอปลายในการทำอะไรก็ตาม เราคงไปไหนไม่ได้ไกล และหากเรารักษาความสม่ำเสมอในการพัฒนา การแก้ไขปัญหา เป้าหมายในชีวิตทุกอย่าง ไม่ช้าก็เร็วเราจะไปถึงจุดหมายที่เราต้องการได้

อ่ะ กลับมาเรื่องงานออกแบบ…

หลายครั้งที่เราไม่สามารถสร้าง Consistency ในงานได้เพราะความครีเอทีฟและความติสท์ หรือแม้แต่ความขี้เกียจที่จะต้องมีขั้นตอน มีระบบระเบียบมากขึ้นกับขั้นตอนการออกแบบของเราเอง

Consistency คืออะไร

จะว่าไปมันก็คือคอมมอนเซนส์ในการออกแบบ ประสิทธิภาพของ Usability และ Learnability ถูกพัฒนาขึ้นจากอะไรซ้ำๆเดิมๆทั้งรูปร่างภายนอกและฟังก์ชั่นการใช้งาน เมื่อมี Consistency ในงานออกแบบ ผู้คนก็สามารถใช้งานมันได้ไม่ยาก แม้ตัวผลิตภัณฑ์จะถูกปรับเพื่อไปอยู่ในโมเดลธุรกิจหรือฟีเจอร์ใหม่ๆ และสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้โดยไม่รู้สึกกังวล ด้วยวิธีการนี้ทำให้ทั้งผู้ใช้และผู้พัฒนาได้โฟกัสอยู่กับการทำงานที่สำคัญอื่นๆให้เสร็จ เช่นงานด้าน Business หรือ UX เป็นต้น โดยไม่ต้องมานั่งเรียนรู้ใหม่ว่าหน้าตาผลิตภัณฑ์ทำงานยังไงทุกๆครั้งที่ปรับปรุงเวอร์ชั่น

Image credit: StockSnap

ประโยชน์ของ Consistency

ผู้ใช้จะเรียนรู้เร็วขึ้นว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ของเรายังไง ลองนึกดูสิว่างานออกแบบของคุณคือภาษาๆหนึ่ง เมื่อผู้ใช้สามารถสื่อสารด้วยภาษาของคุณได้แล้ว เค้าสามารถท่องเที่ยวไปตรงไหนก็ได้ในเมือง(ผลิตภัณฑ์)ของคุณ และยังคงพูดคุยกับร้านค้า ร้านอาหาร(ใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ)ในตัวผลิตภัณฑ์ไปได้ตลอดทางโดยไม่รู้สึกขัดเขิน

การไม่มี Consistency ก็เหมือนกับการพูดไทยคำอังกฤษคำ คือมันน่าปวดหัวอะ!

Simple and Consistency — ทำให้เรียบง่ายและสม่ำเสมอเข้าไว้

Consistency ช่วยขจัดความคลุมเครือ

หากผู้ใช้รู้สึกงงกับขั้นตอนต่อไปว่าต้องกดปุ่มอะไร ต้องไปหน้าไหนต่อ เค้าจะเริ่มเกิดความสับสนและกังวล ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการให้ผู้ใช้ของเรารู้สึกอย่างแน่นอน

Consistency ช่วยประหยัดเงินและเวลา

การทำงานแบบนี้คือการสร้างองค์ประกอบ รูปลักษณ์หน้าตาของผลิตภัณฑ์ทั้งหลายไว้ในคลังศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ ก็จะดึงเอาองค์ประกอบต่างๆ เช่น ปุ่ม แบบฟอร์ม รูปแบบตัวหนังสือที่ถูกออกแบบมาไว้แล้วไปใช้ ทำให้ทั้งนักออกแบบและฝ่ายอื่นๆ สามารถตัดสินใจร่วมกัน ทั้งในการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องมามัวเสียเวลาทะเลาะกัน ที่สำคัญยังช่วยให้ทีมโฟกัสกับกิจกรรมทางธุรกิจและ UX ได้มากขึ้นอีกด้วย

Consistency 4 ประเภท

Visual Consistency — Learnability
รูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกออกแบบให้ไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้การใช้งานผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้ฟอนต์ ขนาด ปุ่มต่างๆ ป้ายข้อความ ฯลฯ ควรจะเป็นอะไรที่วิ่งที่ออกมาจาก Style Guide เดียวกัน

Image credit: speckyboy.com

Functional Consistency — Predictability
การควบคุมการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆของผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะช่วยเพิ่มความสามารถในการคาดเดาการใช้งาน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกมีความชัดเจนและเข้ากับคอมมอนเซนส์ ตัวอย่างเช่น จะกดปุ่ม Back เพื่อย้อนกลับ หากวางไว้มุมบนซ้ายในหน้าแรก ก็ควรจะวางปุ่ม Back ไว้ตำแหน่งเดิมไปทั้งแอพ

Internal Consistency — Usability & Learnability
หากเราออกแบบให้รูปลักษณ์และลักษณะการใช้งานสัมพันธ์กัน จะช่วยเพิ่มประโยชน์และความง่ายในการเรียนรู้ในการใช้งานผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าคุณจะกำลังแนะนำฟีเจอร์หรือหน้าเพจใหม่ๆ ผู้ใช้ก็จะยังรู้สึกว่ามันง่ายอยู่

External Consistency — Cross platform/products
งานเราจะเวิร์คก็เมื่อเรานำเอาคอนเซปต์ไปใช้ในระบบหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ แล้วผู้ใช้สามารถเอาความเคยชินจากการใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราอันหนึ่ง ไปคาดเดาวิธีการใช้งานกับผลิตภัณฑ์อื่นๆได้

Image credit: pluralsight.com

ตัวอย่างที่ดีคือผลิตภัณฑ์ของ Adobe พอคุณสามารถใช้ Photoshop ได้แล้ว และไปเรียนรู้การใช้งานโปรแกรม Illustrator ต่อก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไปนัก..กับโปรแกรมอื่นๆของ Adobe ก็ด้วย

การรักษา 4 ปัจจัยนี้ไว้ จะเพิ่มศักยภาพให้งานออกแบบให้ผู้ใช้ของเรามีความสุขมากขึ้น

จะทำให้งานมี Consistency ต้องทำยังไง?

ปัจจัยสำคัญคือความสามารถในการกำหนด Pattern วิธีการใช้งานทั้ง Gesture, Animation และ Element ต่างๆในรูปแบบเดิมๆซ้ำๆให้ได้ ไปจนตลอดรอดฝั่งและยังคงทำให้ผู้ใช้ทำงานของเขาจากผลิตภัณฑ์ของเราให้สำเร็จอย่างที่ต้องการ

Image credit: gestalten.com

Visual
การจัดวางรูปแบบตัวอักษร สี ช่องว่าง ขนาดและตำแหน่งของวัตถุ ควรจะถูกออกแบบในศูนย์กลางเพียงที่เดียว (Central of Sources) และถูกนำไปปรับใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆกัน ไม่ว่าจะต้องทำ Cross Platform มีโมเดล กิจกรรมทางธุรกิจ หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ และยังคงความสวยงามเอาไว้ได้ การมี Visual Design ที่สม่ำเสมอนี้จะทำให้ผู้ใช้เรียนรู้ระบบได้อย่างรวดเร็วและมีประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลสุดๆ

Voice and Tone
น้ำเสียงที่ใช้ในการออกแบบ จะส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ รักษาความคงที่ของ Voice and tone โดยคิดให้เหมือนกับว่าผลิตภัณฑ์ของเราเป็นคนๆหนึ่ง และมีเพียงเสียงเดียวที่พูดอยู่กับผู้ใช้ ถ้าสมมติว่าเราเป็นผู้ใช้ แล้ววันนี้มาเหมือนพูดกับผู้หญิงที่อ่อนโยน แต่มาอีกวันเหมือนกับพูดอยู่กับหัวหน้าช่าง เราคงจะงงๆไม่น้อยเลยทีเดียว

วิธีเอาไปใช้งานก็คือการกำหนด Mood and Tone ของทั้งสีและภาษาที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ เช่นพวกคำอธิบาย ชื่อปุ่มต่างๆ เช่น ออกแบบปุ่ม Submit โดยใช้คำว่า ส่ง/ส่งข้อความ/ส่งให้ทีม/ส่งเลย! ความหมายก็เหมือนกันหมด แต่ว่าแต่ละคำก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน

ในแง่สื่อประชาสัมพันธ์ ถ้าคุณจะตลกและเป็นมิตร ก็ทำให้ทุกๆสื่อ ทุกๆช่องทางที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สามารถสื่อสารอะไรแบบนั้นออกมา ตัวอย่างที่ดีก็เช่น Ikea ที่แสดงจุดยืน คือความเป็นมิตร และความอบอุ่นของครอบครัวได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณจะไปสัมผัสประสบการณ์ใช้งานด้วยการอ่านแคตตาล็อก ดูคลิปโฆษณา อ่านข้อมูลบนเว็บไซต์หรือแม้แต่การโทรไปคอลเซ็นเตอร์

Familiar Pattern
ในจุดนึงที่ผู้ใช้สามารถจดจำ Pattern การใช้งานผลิตภัณฑ์ของเราได้แล้ว พวกเขาจะไม่ถามอีกว่าพวกเขาต้องเริ่มใช้มันยังไง พวกเขาจะแค่เริ่มใช้มันด้วยคอมมอนเซนส์ นั่นแหละครับคือใช้ได้!

ตัวอย่างเช่น การเปิดปิดฟังก์ชั่นใน iOS เป็น Toggle Switch ไม่ว่าจะ iPhone หรือ OS จะอัพเดทกี่รุ่น กี่เวอร์ชั่นแล้วก็ตาม

จับมันบิด อย่าหักมัน
คุณอาจจะแย้งว่า Consistency นั้นน่าเบื่อ และไม่ได้สร้างประสบการณ์อะไรใหม่ๆ

แต่ก่อนที่จะเริ่มเล่นอะไรแผลงๆ เราควรต้องเรียนรู้กฎและมาตรฐานที่มันควรจะเป็น การรักษา Consistency ไว้ในงานออกแบบไม่ได้นั้น ก็ไม่ต่างจากของพังๆ..ใครอยากใช้ของพังกัน??

มันคือความเจ็บปวดของทั้งผู้ใช้และองค์กร ขั้นตอนการออกแบบนั้นจะกินเวลามากขึ้นเรื่อยๆ เงินมหาศาลจะถูกผลาญไปกับการประชุมกันเพื่อแค่เถียงกันว่าปุ่มนี้ควรเป็นสีอะไร เวลาอันมีค่าจะสูญเสียไปกับการตัดสินใจที่ควรจะได้ข้อสรุปไปตั้งนานแล้ว

นักออกแบบควรเอา Consistency ไปใช้ในงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แน่นอนว่าการจะเอา Consistency ไปใส่ในงานเรานั้นช่วงแรกๆอาจจะช้าหน่อยเป็นธรรมดา เพราะทีมยังไม่ปรับตัวและเราก็มีอะไรต้องคิดกันอีกเยอะ ยังมีคำถามสำคัญอีกว่าถ้ารักษา Consistency เอาไว้ แล้วมันจะพัฒนาหรือกลายเป็นสิ่งใหม่ๆได้ยังไง

การตัดสินใจในการสร้างและเปลี่ยนแปลงงานออกแบบทุกอย่าง ควรมาจากการทำความเข้าใจผู้ใช้ เราจะลงมือทำมันก็ต่อเมื่อมีสัญญาณมาจากผู้ใช้ และเราได้เฝ้าสังเกตุมันจนแน่ใจพอ ว่าคุ้มค่ากับการนำมาทดลอง การปรับเปลี่ยนทีละนิดในแต่ละเวอร์ชั่นจะทำให้รักษา Consistency ไว้ได้อยู่

สรุป

เราควรออกแบบผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆกับทำความเข้าใจความคาดหวังของผู้ใช้ รู้จักพวกเขาให้เหมือนกับรู้จักหุ้นส่วนของตัวเอง ทำตัวให้เหมือนกับว่าคุณมองผลิตภัณฑ์นี้ ผ่านสายตาและความรู้สึกของพวกเขา…เป็นพวกเดียวกันกับพวกเขา

เอาความเข้าใจลูกค้า ความเข้าใจ Consistency ประยุกต์กับความรู้พื้นฐานด้านการออกแบบ เช่น Visual Hierachy, Typography, Color Pallette, Usability, Pattern และอื่นๆ

Trick
การค่อยๆเปลี่ยนทีละนิดนั้นเซฟกว่า และการเปลี่ยนแปลงทีละเยอะๆตูมเดียวก็ไม่ได้ว่าดีกว่าเสมอไป

ใช้ Consistency พัฒนาผลิตภัณฑ์ แล้วทั้งนักออกแบบ นักพัฒนาและผู้ใช้ จะแฮปปี้กันทุกฝ่ายครับผม :)

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.