ทำไม p2p lending ถึงถูกห้ามให้บริการในบางที่?

หลังจากที่เราได้แนะนำข้อดีและข้อเสียของ p2p lending กันมาบ้างแล้วในบทความก่อนหน้านี้ หลายๆ คนที่สนใจในอาจจะได้ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับ p2p lending แล้วพบว่า แม้กระทั่งประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีผู้ให้บริการ p2p lending เจ้าใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น Lending Club หรือ Prosper ก็ยังมีข้อกำหนดหรือกฎหมายในบางรัฐที่ห้ามให้มีการให้บริการดังกล่าว บางรัฐอาจจะไม่ให้มีการลงทุน บางรัฐอาจจะไม่ให้มีการกู้ยืม หรืออาจจะห้ามทั้งสองอย่างเลยก้ได้

หลายๆ ท่านอาจจะเกิดความกังวลหรือสงสัยว่า ขนาดอเมริกายังห้ามไม่ให้ลงทุนเลยแล้วประเทศไทยจะเป็นยังไง ในบทความนี้เราได้หาข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำไมบางรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาถึงห้ามไม่ให้มีบริการ p2p lending เพื่อให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจหากภาครัฐในประเทศไทยมีการอนุมัติให้มีการประกอบธุรกิจ p2p lending

หากท่านอยากทราบรายชื่อรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีการห้ามให้บริการท่านสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ (lending club and prosper states)

ในบทความนี้ เราจะยกตัวอย่างรัฐที่ห้ามมีการให้บริการ p2p lending ดังต่อไปนี้

1. รัฐโอไฮโอ (Ohio)

สาเหตุที่รัฐ Ohio มีการห้ามไม่ให้มีการลงทุน p2p lending นั้นคือเรื่องมาตรการควบคุมเรื่องการฉ้อโกง ในรัฐดังกล่าวนั้น มองผู้ลงทุนของ p2p lending เป็นผู้ออกสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ใช่ผู้ให้บริการ p2p lending เป็นผู้ออกเอง ซึ่งในกรณีนี้ทางภาครัฐต้องการจะแน่ใจว่าการออกสินเชื่อดังกล่าวผู้ปล่อยกู้ไม่ได้มีการกระทำใดๆ ที่เป็นการปลอมแปลงเอกสาร หรือมีกิจกรรมใดๆ ที่ส่อเป็นการฉ้อโกง

ทั้งนี้ หากผู้ให้บริการต้องการดำเนินกิจการในรัฐ Ohio ต้องมีการยืนยันทุกรายละเอียดหรือคำพูดต่างๆ ที่ทางผู้กู้ได้เขียนไว้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ลงทุน (เราหมายถึงทุกอย่างจริงๆ ไม่ใช่แค่ประวัติทางการเงิน) ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบกิจการเช่น Lending Club และ Prosper ตัดสินใจที่จะไม่ให้บริการในรัฐ Ohio เพราะหากทำตามข้อกำหนดที่ทางภาครัฐขอแล้วนั้น ต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัททั้งสองต้องเพิ่มอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในรัฐ Ohio ก็ยังอนุญาติให้มีการขอสินเชื่อผ่านระบบ p2p lending

2. รัฐเท็กซัส (Texas)

ต่างจาก Ohio ที่ Texas ภาครัฐมีความกังวลในเรื่องที่ต่างออกไป ในกรณีของ Texas ความกังวลของภาครัฐนั้นโฟกัสไปที่เรื่องความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ซึ่งหากต้องการดำเนินกิจการในรัฐ Texas นั้น ผู้ให้บริการต้องมีการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลทางการเงินทั้งหมดของผู้กู้ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานของผู้ให้บริการเพิ่มสูงจนเกินไป อย่างไรก็ดี การยืนยันดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกับในรัฐ Ohio

รัฐ Texas ยังมีข้อเสนอให้ผู้ให้บริการมีการออกการันตีเงินชำระ หากต้องการดำเนินกิจการในรัฐ แต่การกระทำดังกล่าวนั้นผิดจุดประสงค์ของการให้บริการ p2p lending ซึ่งเป็นช่องทางให้ผู้ลงทุนเลือกการจายความเสี่ยงของการลงทุนมายัง consumer credit

แล้วทำไมถึงให้มีการลงทุนในตลาดรอง (secondary market) ได้?

การลงทุนใน secondary market นั้นต่างออกไป หากเรานำ Texas มาเป็นตัวอย่าง เราจะพบว่ารัฐ Texas นั้นอนุญาติให้ลงทุนใน p2p lending ใน secondary market ซึ่งก็หมายความว่า ปัญหาหรือข้อกำหนดที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจการนั้น คือการออกสินเชื่อเพียงอย่างเดียว


สรุป

ในบทความนี้ เราจะเห็นได้ว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้น แต่ละรัฐก็จะมีข้อกำหนดแตกต่างออกไป ซึ่งหากเราเป็นทีมกฎหมายของ Lending Club หรือ Prosper เราคงเหนื่อยน่าดู ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่า ด้วยรูปแบบของ p2p lending ณ ปัจจุบัน คงไม่มีทางที่จะสามารถทำให้ถูกใจทุกรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ ในบ้านเราคงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาหน่อยหากมีการอนุมัติให้ดำเนินกิจการดังกล่าว เพราะว่าทุกจังหวัดของเรานั้นมีข้อบังคับในรูปแบบเดียวกัน

สุดท้าย เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยเพิ่มความเข้าใจหรือลดความกังวลของผู้ที่สนใจลงทุนใน p2p lending ไปบ้าง เพราะจากตัวอย่างข้างต้น แต่ละรัฐนั้นมีคำขอร้องที่บางที่อาจจะไม่เหมาะกับธุรกิจ p2p lending ซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินกิจการต่ำ อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการ p2p lending นั้นย่อมมีการยืนยันข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลทางการเงินที่เหมาะสมกับการประเมินเครดิตอยู่แล้ว เพราะหากมีการละเลยในเรื่องดังกล่าว บริษัท p2p lending ก็ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ เพราะจะไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุนั่นเอง


ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

หรือ

https://www.facebook.com/IOUP2P/