Let’s Get Cookin’ : โรลแพนเค้ก-เค้ก.

เช่นเคย
เปิดwifiก่อน รูปเยอะมาก มีภาพ gif.ด้วย
(ไม่มั่นใจว่าเปิดในมือถือแล้วจะเห็นหรือเปล่า)
เปลือง3G/4Gแน่นอน..

มีความใฝฝันว่าอยากทำbakeryซักครั้งในชีวิต ตอนแรกแพลนไว้ว่าอยากลองทำชีสเค้กเพราะมันไม่ต้องใช้เตาอบ แต่มีคนบอกว่าให้ทำเครปเค้กเพราะอยากกิน โอเคเปลี่ยนจุดมุ่งหมายทันทีเลย เครปเค้กก็เครปเค้ก เอาวะ! ลองทำดู คงไม่ยากเกินไป (แม่งยาก ทำไม่ได้ไง เลยกลายมาเป็น โรลแพนเค้กเค้ก..) /ร้องไห้

1.มาดูวัตถุดิบกันก่อนว่าต้องใช้อะไรกันบ้าง

1แป้งเค้ก
(ในรูปซื้อมาผิดเป็นแป้งแพนเค้ก-ความโง่ส่วนบุคคลเองไม่มั่นใจว่าจะรอดไหมแต่ไหนไหนก็ซื้อมาแล้วก็ลองดูละกัน)
2.เนยจืด
3.วิ้ปปิ้งครีม
(ขอเน้นอีกทีว่าไม่เอาเป็นแบบขวดเขย่าบีบนะอ่านมาแล้วเขาบอกว่าครีมมันไม่แน่นเท่าเอาตะกร้อมือหรือเครื่องตีพอบีบลงบนแป้งเครปเค้กปุ๊บมันจะเหลวไม่ทรงตัวทำให้เครปเค้กเละ)
4.ไข่ไก่
5.น้ำตาลทราย
(ปกติเจอแต่ใช้น้ำตาลทรายขาวแต่ที่บ้านมีแบบนี้ก็เลยเอาแบบนี้หน่ะแหละไม่น่าจะต่างกันเท่าไหร่)
6.นมจืด
7.ไซรัปราดเครปเค้ก
(จะเอาเป็นสตรอเบอรี่หรือคาราเมลหรือน้ำผึ้งหรืออะไรก็ได้แล้วแต่ตามสะดวก)
ป.ล.ที่เราซื้อมามันเปรี้ยวปะแล่มปะแล่ม ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร


มีดารารับเชิญพิเศษจากญี่ปุ่นมาด้วย เป็นที่ตวงส่วนผสมกับตะกร้อมือ อย่างละ 60 บาทซื้อมาจากไดโซะ

มาเตรียมของกันเลย

มาเริ่มอย่างแรกในส่วนของแป้งแพนเค้กนั้น

สูตรในpantipส่วนใหญ่เขาจะใช้แป้งกันที่250กรัม แต่แป้งเรามี400กรัม แบ่งทำสองครั้งเอาหารสองมันก็เหลือ200กรัม เราเลยคำนวนสูตรใหม่ได้ออกมาเป็นสูตรสำหรับแป้ง200กรัมตามรูปข้างบนนั้นก็คือ

1.แป้ง 200 กรัม
2.น้ำตาล 105 กรัม
3.เนยจืด 130 กรัม
4.ไข่ไก่เบอร์0 7ฟอง
5.นมจืด 552 มิลลิลิตร (แต่ที่ทำใส่ไป600เลย)


  1. เอาเนยไปละลายก่อน ในสูตรบอกเอาไปตั้งกระทะละลาย (แต่เราเอาไปใส่ถ้วยเข้าไมโครเวฟละลาย)

2. เอานมไปอุ่น ไม่เอาเดือดนะเอาตั้งไฟพออุ่นจากนั้นปิดไฟทิ้งไว้ให้เย็นลง

3. เอาไข่ไก่7ฟองใส่ชามจากนั้นตีให้เข้ากัน

การตีไข่ 7 ฟองนี่ไม่ง่ายเลยนะเอาจริงจริง..

4. พอตีไข่ให้เข้ากันแล้ว จากนั้นก็ใส่น้ำตาลลงไปแล้วตีให้เข้ากัน

5. จากนั้นก็ใส่แป้งลงไป ใส่ทีละน้อยน้อย ไม่ต้องใส่เยอะ แป้งจะได้ละลายง่ายไม่จับตัวเป็นก้อน (ในการเตรียมแป้งส่วนนี้คือยากสุด แป้งฟุ้งมากเลอะมาก ระวังด้วย)

อันนี้คือใส่แป้งตอนแรกแรกจะเป็นเม็ดเม็ดแบบนี้เลย ต้องเอาตะกร้อมือตะล่อมตะล่อมตรงขอบค่อยค่อยตีแล้วสุดทายมันจะละลายไม่กลายเป็นเม็ดแบบในรูปแล้ว

6. พอแป้งกับไข่เริ่มเป็นเนื้อเดียวกันจากนั้นก็ใส่นมที่อุ่นและพักไว้ให้เย็นแล้วลงในส่วนผสม

จากนั้นก็เอาตะกร้อวนวนให้นมกับส่วนผสมมันเข้ากัน

7. แล้วก็ค่อยค่อยใส่เนยลงไปทีละนิดนิดจากนั้นก็ตีส่วนผสมให้เข้ากัน

8. พอส่วนผสมเข้ากันแล้วหน้าตาจะออกมาเป็นแบบนี้

9. จากนั้นเอาส่วนผสมไปกรอง(ใส่ถ้วยใส่ชามใส่อะไรก็ได้แล้วแต่สะดวกเลย) เพื่อเอาเศษไข่เศษแป้งหรือเศษอื่นอื่นที่ไม่ละลายออก ส่วนผสมจะได้เนียนเนียน

เราเอาที่ใส่น้ำมาใส่ส่วนผสมเพราะมันค่อนข้างเยอะ ถ้าเอาใส่ถ้วยคงต้องใช้ถ้วยใหญ่มากคงไม่สะดวกในการเอาแช่ตู้เย็นด้วย

10. พอกรองเสร็จแล้วจากนั้นให้เอาไปแช่ตู้เย็น
(แช่ได้ตั้งแต่ 1–2 ชั่วโมง หรือข้ามคือ เพราะเขาบอกว่าถ้าแช่ไว้นานตัวแป้งจะนุ่มขึ้นและเนื่องจากขี้เกียจตีวิ้ปวันนี้เพราะแค่ตีแป้งก็ลำบากแล้ว เลยจะทิ้งไว้หนึ่งวันรอทำอีกทีพรุ่งนี้เลย เย้)

11. หลังจากเอาแป้งไปแช่ตู้เย็นจนได้ที่ก็เอาแป้งออกมาเตรียมทอดได้เลย

เนื่องจากแป้งจะมีการแยกชั้น เอาหาอะไรมาคนคนให้มันเข้ากันก่อน

12. จากนั้นก็ตั้งกระทะ แล้วเอาแป้งเทใส่ลงไป
ป.ล. ไม่ได้ใส่เนยเพิ่มในกระทะนะ เพราะในแป้งก็ใส่ไปเยอะแล้ว

จากนั้นก็ทำการกลิ้งแป้งให้มันทั่วกระทะ
พอเริ่มสุกก็เอาช้อนแซะขอบ

แล้วก็ทำการม้วนม้วนมันลงมาจากข้างบน (ไม่มีรูปให้ดู ไม่สามารถถ่ายออกมาได้)

ทำหลายหลายอันแล้วจะได้ออกมาประมาณนี้ (จริงจริงไม่ต้องทำเยอะก็ได้..เดี๋ยวกินไม่หมด)

13. จากนั้นเตรียมตัวดีวิ้ป (เอาตะกร้อกับถ้วยที่จะใช้ตีไปแช่ช่องฟรีซตั้งแต่ก่อนเอาแป้งทอดเลย)

ใช้วิปไปสองถ้วย ประมาณ 500มิลลิลตร (ความจริงใช้น้อยกว่านี้ก็ได้)

แล้วก็ทำการตีวิ้ปไป (ไม่มีรูปเช่นกัน) ตียากมาก ลำบาก อยากจะร้องไห้

14. ตีวิ้ปเสร็จ เอาแพนเค้กโรลมาหั่นแบ่งครึ่งทำเป็นฐานเค้ก

15. จากนั้นเอาวิ้ปที่ตีเสร็จแล้วมาโปะลงไป

16. จัดครีมอะไรให้เรียบร้อยจากนั้นเอาไปแช่ตู้เย็นให้วิ้ปครีมเซ็ตตัว ประมาณ 1–2 ชั่วโมง

17. พอวิปครีมเซ็ตตัวจากนั้นก็ตกแต่ง

เอากล้วยมาตกแต่งเพิ่ม
ราดไซรัปลงไป

แต่น แต๊น เสร็จแล้ว!


ไม่ต้องทอดเยอะก็ได้ เนื้อจะแน่นเกินแล้วจะไม่อร่อย

ขอบคุณที่ทนอ่านมา มันเป็นความผิดพลาด เรียกว่าหายนะเลยก็ได้ ทั้งแป้งที่ซื้อมาและความผิดพลาดของตัวคนทำด้วย ขอลาออกจากการเป็นชะนีสายbakeryคือมันยากมากจริงจริง ยอม ขอเป็นชะนีสายอาหารคาวต่อไปดีกว่า ชีวิตดูง่ายกว่าเยอะเลย ยังไงก็ขอบคุณอีกทีนะคะ ไว้เมนูหน้าจะทำให้ดีแล้วก็ไม่ผิดพลาดแบบนี้อีกแล้ว T_T

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.