mini review: Purevivi Cleansing Lotion :)

ช่วงนี้กำลังมองหาที่เช็ดเครื่องสำอางอันใหม่ ปกติใช้ bifesta no-sebum ที่เป็นขวดเขียวอันเล็ก 99 บาท 60 ml แต่ขี้เกียจไปซื้อบ่อยบ่อย (จะซื้ออันใหญ่ราคาก็แบบ โอโหไปหน่อย) ประกอบกับช่วงนี้มีเงิน ก็เลยว่าหาซื้อแบบจริงจริงจังจังใช้ยาวยาวไปเลยแล้วกัน ก็มาเจอตัวนี้ purevivi ประกอบกับเห็นคนในทวิตใช้ ส่วนใหญ่ก็บอกว่าโอเคดี ก็เลยโอเค ซื้อก็ซื้อวะ! ได้มาในราคา 490 บาท 500 ml โดยส่วนตัวคิดว่าคุ้ม มาไซส์ใหญ่เลย ใช้ได้นานแน่แน่ (ไม่เคยใช้ไบโอนะอันนั้นแพงเกินเอื้อมถึง)

เริ่มแรกเราก็มาดูคำเคลมของนางกันก่อย

  • ไม่แต่งกลิ่น
  • ไม่เติมสี
  • ไม่มีน้ำมัน
  • ไม่มีparaben
  • ไม่ผสมalc
  • ไม่มีสารลดแรงตึง
  • ล้างมาสคาราออกได้ไม่ระคายเคือง
  • ใช้ได้นานสองเดือน

FYI: parabenคือ สารกันบูดที่นิยมใช้ในยากินหรือเครื่องสำอาง

จากเท่าที่ใช้มาได้สองวัน: กลิ่นอยู่ในระดับเฉยเฉย ไม่ได้ดูเคมีแต่ก็ไม่ธรรมชาติ กลิ่นไม่ทำร้ายจมูกแต่อย่างใด พอเช็ดออกแล้วไม่เหนอะหน้าผิวไม่แห้ง มีความชุ่มชื้นนิดนิด

วันนี้ก็จะมาลองเอามาเช็ดเครื่องสำอางให้ดู คือปกติเป็นคนไม่ค่อยแต่งหน้าเท่าไหร่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเครื่องสำอางมันก็จะเบาเบาไม่หนักหน้า แล้วเวลาใช้ที่เช็ดเครื่องสำอาง สำลีที่ใช้ปกติไม่เกิน2แผ่น ที่จริงบางทีก็แผ่นเดียวจบด้วยซ้ำ

เครื่องสำอางที่เอามาลงเป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่ทุกวัน แต่ไม่ได้ใช้หมดทุกอัน

  1. Etude Dear Darling Tint #4 (ใช้ทาแก้ม)

2. Wet n Wild Megalast Lip Color #909D Coral-ine

3. Etude Oh M’Eye Line #สีดำ

4. Catrice made to stay highlighter pen #020 eye want

5. Etude bling bling eye stick #9 (คิดว่าจำไม่ผิด)

6. Welcos No Makeup Face Blemish Balm SPF30 PA Whitening

7. Mistine BB Baby Face Cream SPF30

  • ตัวหนาคือที่ใช้ทุกวัน อย่างอื่นนั้น ถ้าไปเที่ยวก็ใช้ตัวwelcosเพิ่ม ส่วนอย่าอื่นคือนานมากมากถึงใช้ที bbของmistineใช้เวลาต้องการหนักหน้าหรือจะไปงานอะไรแบบนี้ก็จะหน้าแน่นขึ้นมาอีกระดับ

มาลองกันเลย

ทา wet n wild ไปประมาณ 2 รอบ

จากนั้นก็เอาสำลีเทpureviviลงไป ใส่ไปประมาณ5–6หยดมั้ง (กระตุกขวดอ่ะ..)

อันนี้คือผลจะการปาดรอบแรก

สภาพสำลี

ปาดรอบสอง

จะเห็นว่าลิปยังอยู่ tintยังอยู่(แบบเบาบางเพราะตรงขอบอาจจะปาดไม่ถึง) ไฮไลท์ยังอยู่

ปาดรอบสาม

แล้วก็ปาดไปเรื่อยเรื่อยจนคิดว่าสะอาดที่สุด ปาดไปประมาณ 5 รอบ

ในรูปอาจจะเห็นไม่ชัด แต่ลิปยังมีความบางเบาหลงเหลือไว้อยู่นะ

อันนี้แถมอายไลน์เนอร์ เพราะปกติจะแปะทิ้งไว้ก่อน 10 วิแล้วค่อยเช็ดลง (เขาไม่ให้ปาดกันเลยนะลูกนะ มันไม่ดีต่อหนังตา)

แปะทิ้งไว้ 10 วิ
ถือว่าโอเคนะ

สรุป: ส่วนตัวคิดว่าดี โอเคนะ แต่เรื่องลิปอาจจะเพราะ wet n wild มันเป็นลิปแมท(หรือไม่แมทนะ แต่มันค่อนข้างแห้งไง เพราะงั้นถ้าเทียบกับปากเราแล้วมีร่องความแห้งนั้นอยู่ อาจจะทำให้มันไม่ค่อยออกเท่าที่ควร) แล้วก็ตรงไฮไลท์ (จริงจริงคือเนื้อมันแห้งด้วยแหละ ทาทิ้งไว้แล้วติดเป็นคราบได้เลย) ที่มีออกยากหน่อย คิดว่าpureviviอาจจะมีปัญหากับเครื่องสำอางที่ค่อนข้างจะมีความแห้ง เพราะนอกจากนั้นอย่างอื่นนางก็ลบออกได้ดีไม่มีปัญหา แต่ยังไม่เคยลองแบบเช็ดแล้วไม่ล้างหน้าต่อ (เพราะของbifestaเคลมว่าล้างแค่นางอย่างเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องล้างหน้าต่อแล้ว แต่pureviviไม่เคลม เลยไม่กล้าลองเสี่ยง) แล้วก็มีความชุ่มชื้นไม่แห้งไม่เหนอะหน้าไม่รู้สึกหนัก ซึ่งนั่นก็โอเค ส่วนเรื่องใช้ได้นานไหมนั้น ไว้ผ่านไปอีกสักเดือน เดี๋ยวจะมาบอกก็แล้วกัน

จบไปแล้วกับมินิรีวิวแบบเล็กเล็ก ไว้เจอกันใหม่blogหน้างับ บ้าย.

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.