เรื่องเล่าจากกล้องฟิล์ม

สวีดัส สวัสดี จริงๆนี่เป็นการเขียน Blog ครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นคนที่เขียนอธิบายหรือเล่าเรื่องอะไรไม่ค่อยเป็น ก็ลองมาเขียนดูเล่นๆเผื่อเก็บเป็น Diary ส่วนตัว หรือเผื่อคนจะได้ผ่านมาเห็นอาจจะสนใจบ้าง แหะๆ

เราจะเล่าเรื่องผ่านภาพที่ได้จาก “กล้องฟิล์ม” เราอยากให้ทุกคนเห็นเสน่ห์และความงามของฟิล์ม ซึ่งการใช้ฟิล์มนั้นทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ ถ้าถามว่าเราได้อะไรจากมัน?

  1. กว่าจะได้ภาพแต่ละภาพนั้น คุณต้องคิดดีๆก่อนที่จะถ่ายเพราะ”บางอย่างสามารถแก้ไขได้ก็จริง แต่ไม่ใช่กับฟิล์ม ถ่ายพลาดแล้วคือพลาดเลย”
  2. เราชอบความรู้สึกเวลาที่เราถ่ายหมดม้วนแล้ว ภาพจะออกมาเป็นยังไง เราลุ้นเสมอว่าเวลาเราเอาไปล้างภาพจะดีไหมนะ ฟิล์มเสียรึเปล่า?
  3. มีจุดหมายในการรอ กว่าคุณจะถ่ายหมด กว่าคุณเอาไปล้าง กว่าคุณจะรอช่างล้างเสร็จ เชื่อไหมว่าผมเคยอยากดูภาพมากๆจนต้องรีบถ่ายให้หมด แล้วนำไปล้างที่ลาดพร้าว 4–5 ชั่วโมง ผมก็รอได้
  4. ทำให้เราได้ลองอะไรใหม่ๆ อ้าวใหม่ยังไงล่ะ? เวลาเราแต่งภาพยังมี preset ตั้งหลายอันให้เราได้เลือกใช้เลย ฟิล์มก็คล้ายๆกัน ฟิล์มแต่ละม้วน แต่ละยี่ห้อ ก็จะมีจุดเด่น แสง คอนทราสต์ ที่ต่างกันไป
  5. ฟิล์มให้ เกรน/สี/คอนทราสต์ ที่ต่างจาก DSLR ถึงแม้ว่าเราจะสามารถแต่งภาพให้คล้ายฟิล์มได้ แต่ส่วนเราแล้วเราก็ยังเชื่อว่าไม่เหมือน 100% อยู่

อืมมมมมมมมมม…คิดไม่ออกแล้วอะ ไว้ลองมาเล่นดูก็จะรู้เองแหละ Let go!

กล้อง | ฟิล์ม | ความผิดพลาด

กล้องตัวแรกที่เราใช้คือ Minolta Hi-Matic G ตอนนั้นก็ไม่รู้จะซื้อกล้องอะไรเห็นตัวนี้ Classic ดีเก๋ๆ ไม่มีไรมากละงบถึงพอดีด้วยเลยตัดสินใจซื้อซะงั้นทั้งๆที่ไม่ได้ศึกษาอะไรมาก่อน และที่สำคัญคือเห็นหมอกฮอร์โมนใช้ ใช้แล้วอาจจะเท่เหมือนหมอกก็เป็นได้ 5555555 แต่ตอนนี้ขายไปแล้วแหละเพราะรู้สึกว่าไม่ชอบอะไรหลายๆอย่าง

via : http://camerapedia.wikia.com/wiki/Minolta_Hi-Matic_G

ฟิล์มที่เราเลือกซื้อครั้งแรกคือ Kodak Gold200 กับ Kodak Tmax400

เราเลือกใช้ Gold200 ก่อน เพราะว่ามันถูกกว่าเผื่อพังจะได้ไม่เสียมาก (แต่ก็เสียดายอยู่ดี) เรารีบใส่ฟิล์มเพื่อจะเอาไปลองถ่ายให้หมดๆจะได้ลองดูว่ากล้องใช้ยังไง หลังจากเราถ่ายหมดม้วนแล้ว เรารีบนั่งรถไปล้างที่ลาดพร้าวทันที เราอยากรู้มากว่าภาพที่เราถ่ายม้วนแรกนั่นเป็นยังไง ด้วยความที่ไม่เคยใช้กล้องฟิล์มมาก่อน เราตื่นเต้นมากมันต้องเป็นอะไรที่เซอร์ไพส์สุดๆ แล้วมันก็เซอร์ไพส์จริงๆ …

Kodak Gold200 ถ้าจำไม่ผิดนี่ตอนนั้นราคา 95 บาท

ช่างบอกว่าฟิล์มที่เราถ่ายมานั้นไม่มีภาพเลย … สตั๊น 3 วิ คิดในใจคนขายแม่มหลอกตูแน่ๆกล้องเสียใช้ไม่ได้ชัวๆ กลับถึงบ้านรีบทักไปหาเลยว่าทำไมถ่ายแล้วไม่ได้ภาพ คุยไปคุยมา เราเริ่มเข้าใจละว่า ไม่ใช่เพราะกล้อง ไม่ใช่เพราะฟิล์ม ไม่ใช่เพราะคนล้าง เป็นเพราะตัวเองแท้ๆ เลยบอกคนขายว่าเคพี่เดี๋ยวผมลองดูใหม่(พูดเนียนๆไปก่อนเดี๋ยวหน้าแตก)

แล้วเราก็นึกย้อนกลับไปวันที่เอาฟิล์มไปล้างด้วยความที่ถ่ายหมด แต่ไม่รู้จะทำไง ไม่ได้ถามใครด้วย เลยเปิดฝาหลังกล้องแล้วเอาฟิล์มออกมาม้วนเข้ากลักดื้อๆเลย 55555555555 อื้มมมม … เรียบร้อยสิครับ เพิ่งมารู้ตอนหลังว่า บทเรียนที่ 1″ฟิล์มห้ามโดนแสง”

โอเคเราคนเราย่อมผิดพลาดกันได้ ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เราหยิบ Kodak Tmax400 ที่ดูมาจากในหนัง The Secret Life of Walter Mitty แอบคิดในใจเหมือนกันนะว่า เออใช้แล้วอาจจะได้ภาพสวยๆคลาสิคๆแบบในหนัง หารู้ไม่ว่าพอมาใช้เองแล้วมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย …

Kodak Tmax400 ตอนซื้อยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฟิล์มขาวดำ

วันที่เราเอาไปล้างเราเริ่มกลัว กลัวว่าจะไม่ได้ภาพ อารมณ์ตอนนั้นคือเครียดมากกว่าตื่นเต้นซะอีก แต่แล้วคนล้างบอกให้มาดูภาพเราดีใจมากเดินไปด้วยความภูมิใจนี่ฟิล์มม้วนแรกเว้ยจะเป็นยังไงนะต้องสวยเหมือนในหนังแน่ๆ แต่พอเห็นภาพเท่านั้นแหละ ว้าวววว ! เซอร์ไพส์สุดๆ ลองดูเอา

ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นดังนี้

โอเคเราดีใจเราได้ภาพ แต่ทำไมมันไม่ชัด มันเบลอ มันสั่น ครั้งนี้เราโทรหาคนขายตามเคยว่าทำไมภาพออกมาเป็นอย่างงี้ หลังจากคุยจบ กลับมานั่งทบทวนตัวเองทั้งเดินถ่าย ถือกล้องมือเดียว ไม่ปรับอะไรเลยถ่ายอย่างเดียวและแล้วบทเรียนบทที่ 2 ก็ตามมา “เวลาถ่ายภาพต้องมือนิ่งๆ และกล้องมันมีแหวนปรับโฟกัสให้หมุน ก่อนถ่ายก็ปรับซะด้วย” ภาพตามเลย

ปิดท้ายด้วย 1 คำคมก่อนจากกัน

“เรียนรู้จากความผิดพลาด ดีกว่าผิดพลาดแล้วไม่เรียนรู้”

จบไปกับครั้งแรกในการใช้กล้องฟิล์ม เดี๋ยวมาดูกันต่อว่าม้วนถัดไปจะเป็นยังไง

ขอบคุณครับ

Like what you read? Give Supawat Jamsirirat a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.