唯我独尊 Yuiga Doxon

ตอนเก่ายังดราฟท์อยู่เลย แต่มีอะไรอยากโม้ไว ๆ

ตอนนี้เรามาเที่ยวฟุราโนะ เป็นเมืองบ้าน ๆ ทุ่ง ๆ บนเกาะฮอกไกโด ที่มีจุดขายอยู่ที่ทุ่งลาเวนเดอร์และชีส

แต่ยังมีอีกอย่างที่เขาเคลมว่าเป็นของเด่นของดัง

“ราดแกงไข่”

🤔🤔🤔🤔🤔

ราดแกงไข่

เห็นโบรชัวร์จากสถานีฟุราโนะ (ซึ่งเล็กมาก เวรี่สมอล) ถึงกับมีภาษาไทยที่อ่านเข้าใจยากหากไม่มีรูปประกอบ เลยนึกขึ้นได้ว่าอยากกินแกงกะหรี่ใส่ไข่เจียวของที่นี่เขานี่หว่า

ปีที่แล้วที่บ้านก็มีแพลนจะพากันมาดูทุ่งลาเวนเดอร์ช่วงหน้าร้อนแบบนี้เหมือนกัน แต่เกิดเหตุบางประการขึ้นก่อน แพลนเที่ยวทั้งหมดเลยตกไป จนลืมทุกอย่างที่แพลนไว้ไปหมด

เรื่องของเรื่องก็คือ โรงแรมที่พ่อเลือกมาพักคราวนี้หรูแฟ่ดมาก ๆ (มันแปลว่าอะไรไม่รู้ แต่พ่อชอบพูด) หรูแบบมื้อเย็นของเมื่อคืนเป็นเซ็ตซูชิสุดหรู ราคา 8,000 เยน (และเซ็ตของแม่ราคา 10,000 เยน)

เลยกะว่าเย็นวันนี้แยกกันกินเถอะ พ่อไปหาร้านปลาดิบอะไรทาน ส่วนเราจะหาแกงกะหรี่กินเอง

ในโบรชัวร์อันข้างบนมีร้านแกงในละแวกสถานีฟุราโนะประมาณ 10 ร้าน และแถว ๆ นี้ร้างผีหลอกทั้งเมืองตั้งแต่ห้าโมงเย็น ฟ้ายังสว่างโร่ คนละโลกกับซัปโปโรเลย เลยค่อนข้างสิ้นหวังกับการหาร้านข้าว

จนกระทั่งเดินไปเจอเพิงเขียว ๆ

แม่บอกแถวบ้านเราก็มี

แล้วในสมองก็ตัดภาพแฟลชแบ็ค ว้ายกรี๊ด นี่มันร้าน Yuiga Doxon ที่เคยรีเสิร์ชไว้คราวก่อนนี่หว่า

แล้วก็เดินเข้าร้านเลย เพราะไอ้เพิงเขียวพังแหล่มิพังแหล่นี่แหละ

เราเจอร้านนี้จาก tripadviser ก่อนจะมา ไม่ได้คิดว่าร้านข้าวในฟุราโนะจะหายากขนาดนี้ (สำหรับคนที่ไม่ใช่คนท้องที่อะ)

ป้ายร้านวางอยู่บนแคร่(?) เขียนว่า “แกงกะหรี่และกาแฟ ยุยกะโดซน”

เข้าร้านไปตอนเกือบ ๆ หกโมงเย็นแล้ว คนในร้านน่าจะเต็ม เลยนั่งที่โต๊ะข้างนอก ใต้เพิงเขียว พนักงานมีฝรั่งด้วย และลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ ก็เป็นต่างชาติแทบจะครึ่งนึงเลย

มีป้ายภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะ

โชคดีที่ไปเร็ว เพราะตอนที่กินไปสักพักมีคนเข้ามาตลอด รถเข้าออกมาจอดตลอด จนเริ่มรอคิวกันยาว

เอาล่ะ มากินกันเถอะ

ข้างล่างเขียนว่าถ้าอยากเติมซอสแกงกะหรี่ให้ไปที่เคาน์เตอร์

เมนูมีความ กระดาษลังมาก ๆ และตัวหนังสือข้างในก็เลือน ๆ เหมือนมื้อเย็นอยู่ในกำมือโฮมเลสอะไรอย่างนั้น มันจะรักษาคอนเสปต์ไปไหน(วะ)

ด้วยความที่ตัวหนังสือเลือน ๆ เลยไม่ได้ถ่ายรูปเมนูมา แต่เป็นเมนูแกงกะหรี่ราดข้าวฝั่งนึง มีท็อปปิ้งให้เลือกเพิ่ม แล้วอีกฝั่งนึงก็เป็นเครื่องดื่มที่มีทั้งแอลกอฮอล์และซอฟต์ดริงก์ตั่งต่าง

ส่วนที่เราสั่งก็เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านเลย

ได้อาหารเร็วมากกกกกก

เป็น オムとソーセージカレーライス หรือแกงกะหรี่กับออมเล็ตและไส้กรอก (โฮมเมด) แล้วก็เลือกท็อปปิ้งเป็นชีส

ตอนสั่งได้ถามพนักงานด้วยว่าแกงกะหรี่เผ็ดมากมั้ย เค้าว่าชตโตะ (นิดหน่อย) แต่นี่ลิ้นไวต่อรสเผ็ดมาก ๆ เลยเชื่อแค่ครึ่งเดียวก่อน แล้วหน้าตาแกงเค้าก็ดำมาก ๆ จนคิดว่ามันก็น่าสะพรึงหน่อย ๆ

แต่มันเผ็ดพริกไทยอะไรอย่างนั้นมากกว่า คำแรก ๆ จะเผ็ดร้อน ๆ อยู่เหมือนกัน แต่พอกิน ๆ ไปก็โอเค คนปกติทั่ว ๆ ไปคงบอกว่าไม่เผ็ดเลยแหละ ซึ่งเค้าก็มีพริกให้เติมได้ด้วยนะ (แม่บอกว่าเผ็ดเลย)

paste พริกกับชานมที่เจือจางมาก เหมือนกินนมจืด

แต่ไฮไลต์ของจานนี้ยกให้ไส้กรอกโฮมเมดเลย เป็นไส้กรอกเนื้อวัว ที่หนังกรอบกำลังดี กัดเข้าไปคำแรกก็หอมเนื้อไปทั้งปากเหมือนเพิ่งกริลล์เสร็จมาเมื่อกี้ อร่อยแบบม้ากมาก ตอนกัดคำสุดท้ายนี่ไม่อยากให้หมดเลย แค่พิมพ์ก็น้ำลายจะไหลแล้ว TvT

รูปค่อนข้างเบลอ เพราะจะรีบกินต่อ

แกงกะหรี่จานนึงราคา 1,000 เยนอัพ ซึ่งแพงกว่าพวกร้านแกงแฟรนไชส์ข้างนอก อย่างจานที่เราสั่งราคา 1,510 เยน ยังไม่รวมท็อปปิ้ง แต่ของเค้าอร่อยแล้วก็เยอะใช้ได้เลยนะ

เลียได้ก็เลียแล้ว พุงจะแตก

เป็นร้านบรรยากาศเก๋ ๆ ที่แม่บอกว่าที่ไทยมีเต็มไปหมด แต่แถวนี้มันไม่มีไง 555555 เป็นร้านไม้ทั้งร้านเหมือนแจ็คสันโฮลตอนใกล้จะพัง (คนอ่านนานะเท่านั้นที่จะเข้าใจ)

สภาพร้านด้านนอก ที่แม่ใช้คำขยายว่า “โกโรโกโส”

ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวฮอกไกโด พูดตรง ๆ ก็คือไม่แนะนำให้มาฟุราโนะเท่าไหร่……………… (อ้าว) เพราะเมืองค่อนข้างเงียบ ๆ คนเยอะแค่ที่ท่องเที่ยวพวกฟาร์มและบ่อน้ำสีฟ้า ในเมืองดูร้างและใหม่มาก ให่ในแง่ที่เหมือนมันเพิ่งเปลี่ยนจากทุ่งมาเป็นเมืองไม่นาน ร้านเสื้อผ้าดูโบราณสุด ๆ เหมือนเป็นปี 1990 อะไรแบบนั้นเลย

และทุกอย่างอยู่ไกลไปหมด ขึ้นแท็กซี่เกือบจะตลอดทริปเลย

เรื่องรถนี่เพราะพ่อเราเป็นคนใจร้อนด้วย และ
1) รถไฟที่ลงที่สถานี Lavender Farm วิ่งแค่วันละ 6 เที่ยว ไป 3 กลับ 3 ทั้งที่เป็นช่วงไฮซีซั่นโคตร ๆ แล้วไอ่รถไฟสายนี้วิ่งอยู่แค่ 7 วันต่อปีเท่านั้น ถ้าไม่ลงสถานีนี้ จะต้องลงที่สถานี Nakafurano ที่ห่างจากฟาร์ม 30-minute walk แบบคนญี่ปุ่น (อาจจะ 60-minute walk ของมนุษย์ทั่วไปได้เลยนะ) แล้วแดดก็ร้อนมาก ๆ 
2) รถบัสนั่งไป Blue Pond วิ่งแค่วันละ 5 เที่ยว……. แล้วมันอยู่ไกลมาก ๆ ไม่เหมาะกับคนไม่มีรถอย่างแรง เราเสียค่าแท็กซี่ไปห้าพันเยน……..
 — จากที่สังเกต ร้อยละซัก 70 ของคนที่ไปเที่ยวฟาร์มและบ่อน้ำสีฟ้าเดินทางมากับทัวร์ มีรถทัวร์รับส่ง ทางการฟุราโนะเลยไม่คิดจะปรับปรุงรอบวิ่งของรถไฟและรถบัสก็เป็นได้ (และสถานีรถไฟในย่านนี้ก็เล็กมาก ๆ ใช้พนักงานตรวจตั๋ว ไม่มีเครื่องผ่านตั๋วนะจ๊ะ ใช้บัตร IC ไม่ได้เด้อ)

ร้านนี้อร่อยจริง อยู่ไม่ไกลจากสถานีฟุราโนะ แต่อาจจะไม่คุ้มค่าการเดินทางมาเยือนเท่าไหร่ T_T และนี่คงไม่ได้มากินอีกแล้ว โฮ

จบแค่นี้ล่ะค่ะ ไว้มีอารมณ์เขียนอีกเนาะ อารมณ์นี่มียากจัง orz

Show your support

Clapping shows how much you appreciated japanicsw’s story.