ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ จีน-เมริกา

ผมได้อ่านหนังสือ จีน-เมริกา ของอาจารย์ อาร์ม ตั้งนิรันดร ผมเลยอยากที่จะเขียนข้อคิดที่ผมได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ (ในมุมมองของผมเท่านั้น) โดยหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับสงครามการค้าที่อ่านได้เข้าใจได้ง่าย ๆ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานอะไรมาก
1. เราควรคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงของอนาคตโดยพิจารณาจาก
1.1.การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร ดูง่าย ๆ คือ ในไทยตอนนี้จำนวนผู้สูงอายุมีจำนวนค่อนข้างมาก ส่วนเด็กแรกเกิดค่อนข้างจะน้อยถ้าเทียบกับเมื่อก่อน
1.2. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี คือ เราใช้เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ๆ มากกว่าการใช้โทรศัพท์ในการพูดคุย
1.3. การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก คือ การที่ประเทศต่าง ๆ ได้มีการเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสามารถที่จะเดินทาง หรือ ขนส่งสินค้าได้รวดเร็วมากขึ้น เช่น รถไฟความเร็วสูง เป็นต้น
2. ผู้เขียนได้เสนอทฤษฎีของสงครามการค้าระหว่าง จีน และ อเมริกา นั้นคือ ทฤษฎีหมูสามชั้น ประกอบด้วย
2.1. เรื่องการค้า ที่อเมริกาได้เสียเปรียบดุลการค้ากับจีน
2.2. เรื่องเทคโนโลยี ตอนนี้จีนค่อนข้างที่จะมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าอเมริกา ซึ่งตอนนี้ที่เป็นประเด็นคือตัว 5G นั้นเอง
2.3. เรื่องความมั่นคง ในส่วนของความมั่นคงนั้นเป็นผลมาจากเรื่องเทคโนโลยี เพราะ ทางอเมริกากำลังกังวลว่าถ้าจีนเอาตัวเครือข่าย 5G แล้วเอาเทคโนโลยีตัวนี้ไปให้ประเทศต่าง ๆ ใช้ทำให้ทางอเมริกากังวลว่าทางการจีนอาจจะใส่ตัว back door ไปกับเครือข่าย 5G แล้วเอามาสอดแนมได้ด้วย
3. ได้มีการใช้ทฤษฎีเกมส์ที่มีชื่อเรียกว่า “เกมส์คนขลาด (game of chicken)” เป็นเหมือนกับการที่เราวัดใจกับคู่แข่งกันเป็นไรว่าเรากับเค้าใครจะใจถึงกว่ากัน ซึ่งในการเล่นเกมส์นี้เรามีทางเลือก 2 ทาง คือ ชนกับคู่แข่งเลย กับเลือกที่จะหลีกคู่แข่งดีกว่า ซึ่งในการเล่นเกมส์นี้ใครที่หลีกก่อนคน ๆ นั้นจะแพ้ และจะถูกเรียกว่าคนขี้ขลาด (ซึ่งถ้าจะเลือกเล่นเกมส์นี้ต้องมั่นใจหน่อยนะครับว่าคู่แข่งเราจะหลบ หรือไม่แลกมัดกับเรา)
4. ได้มีการใช้ทฤษฎีเกมส์ที่มีชื่อเรียกว่า “มัดแขนขาตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ถูกผูกมัดในเกมส์” เกมส์ตัวนี้ง่าย ๆ เลยครับ คือ พุ่งชนเลยครับไม่ต้องพูดกันมาก ผลที่อาจจะเกิดขึ้นอาจจะเจ็บทั้งคู่, เราเจ็บ คู่แข่งเจ็บ, เราไม่เจ็บ แต่คู่แข่งเจ็บ
5. ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของทางด้านจีน คือ R&D และกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพทำให้ได้สินค้าและบริการที่ดีเยี่ยม รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
6. มีการจัดการตัว supply chain & logistic ที่ดีด้วย
7. ทางจีนได้ใช้กลยุทธ์ 4 R ในการรับมือสงครามการค้ากับเมกา
7.1.Resist เป็นเหมือน การดื้อตาใส ครับ เช่น เมื่อเวลามีการเจรจาพูดคุยเรื่องการต่อรองทางการค้าก็รับฟังแต่ก็ไม่ได้ทำแบบร้อย เหมือนกับเป็นการยื้อเวลาไปก่อนเพื่อที่จะไม่ให้เราเสียเปรียบ
7.2. Retaliate คือ ตีให้ตรงเป้า เอาให้พอเหมาะ ในมุมมองผมเหมือนกับถ้ามีคนว่าเหน็บแนมเราก็เหน็บแนมกลับไปบ้าง แต่เอาให้พอเจ็บ ๆ ปวด ๆ หน่อยไม่ถึงกับชี้หน้าด่าเค้า
7.3. Reform คือ ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น (ในที่นี้น่าจะเป็นกระบวนการผลิต, เทคโนโลยี, การจัดการ)
7.4. Reorganization คือ การจัดการตัวของ supply chain ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
8. ทางจีนได้มีการใช้หลัก สี่เลี่ยงสามเลียน (Four Avoids and Three Imitates)
8.1. หลีกเลี่ยงการล่มสลายแบบโซเวียต โดยที่ต้องมีการเก็บข้อมูลของคนในประเทศอย่างชัดเจนว่าเป็นอย่างไร และคนในประเทศต้องการอะไร แล้วค่อย ๆ ปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการไปเรื่อย ๆ
8.2. หลีกเลี่ยงประชาธิปไตยหยุ่งเหยิงแบบอินเดีย คือ นโยบายบางอย่างเราจำเป็นที่ต้องชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำได้ เช่น การจัดการเรื่องการทุจริตที่ทางจีนค่อนข้างเอาจริงมาก ๆ
8.3. หลีกเลี่ยงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจแบบญี่ปุ่น คือ ทางรัฐบาลได้มีการออกนโยบายทางด้านการเงิน และเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อไม่ให้จีนโตแบบก้าวกระโดดมากเกินไป
8.4. หลีกเลี่ยงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในประเทศอย่างรวดเร็ว เพราะ จะทำให้คนในองค์กรไม่สามารถปรับตัวได้อย่างทันที
8.5. เลียนแบบประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ และทางการทหารแบบสหรัฐ โดยการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ และโมเดลทางด้านธุรกิจ
8.6. เลียนแบบรัฐสวัสดิการแบบยุโรป โดยการสนับสนุนด้านการศึกษา สวัสดิการต่าง ๆ สำหรับประชาชน
8.7. เลียนแบบเผด็จการแบบสิงคโปร คือ มีการออกกฎระเบียบที่เข้มงวด เพื่อให้คนประเทศมีระเบียบ และลดการทำผิด
9. บริษัทเทคโนโลยีของจีนให้ความสำคัญกับการอยู่รอดในตลาด และชนะคู่แข่ง ซึ่งเรียกว่า market-driven ซึ่งต่างจากอเมริกาที่ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ของบริษัทมากกว่า เรียกว่า mission-driven
10. ได้มีการนำเอากลยุทธ์ของขงเบ้งมาประยุกต์ใช้งาน
10.1. หมดยุคที่มีผู้นำเดี่ยวแล้ว แต่จะเข้าสู่ยุคที่มีการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันละกัน นั้นหมายถึงว่า เมื่อก่อนอเมริกาจะเป็นพี่เบิ้มของโลก แต่ปัจจุบันจะมีขั้วอำนาจอยู่ประมาณ 3 ขั้ว คือ อเมริกา กลุ่มยุโรป และจีน
10.2. พยายามหาโอกาสที่คนอื่นยังมองไม่เห็น หรือ ยังไม่ทำ หรือ ไม่คิดว่ามันจะเป็น
10.3. พยายามหาพื้นที่ ๆ มีความพร้อมที่เราสามารถลงทุนได้ดี
10.4. การทำงานเราอาจจะต้องรอจังหวะ และโอกาสที่เหมาะสม