เจ๋ง-ดี-เด่น เป็นอย่างไร

ถือเป็นคำถามลำดับต้นๆ ที่มักมีคนมาถามผมมากที่สุด ว่า “งานที่ดีหรือของเจ๋งๆ ต้องมีลักษณะอย่างไร”

ผมมักตอบกลับไปสั้นๆ ว่า ต้อง “แตกต่างอย่างมีคุณค่า” … แต่หากลงลึกในรายละเอียดว่าอย่างไรถึงเรียกว่ามีคุณค่า ก็ต้องสาธยายกันยาวหน่อย เพราะคำว่า คุณค่า ในความหมายของผมนั้น ประกอบด้วย 4 ข้อสำคัญ และเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้ฟังบรรยายของอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมเคารพรัก ถึงเรื่อง งานวิจัยหรือนวัตกรรมที่ดี ก็ยิ่งตอกย้ำ 4 ข้อที่สำคัญนี้เช่นกัน นั่นคือ

Needs

สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น มาจากความต้องการหรือปัญหาที่แท้จริงของผู้คนหรือเปล่า หรือเป็นแค่ความกระหายใคร่ลองของเราเอง … ผมไม่ได้หมายถึงว่า งานที่เริ่มต้นจากความต้องการของเราเองนั้นจะไม่มีคุณค่าเสียเลยนะครับ อย่างน้อยมันก็มีคุณค่าต่อตัวเรา มันจะมีคุณค่ากับคนอื่นหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป ขึ้นอยู่กับว่า คุณค่าที่เราต้องการนั้นอยู่ในระดับใด แค่ตัวเราเองหรือคนอื่นด้วย

Solutions

เมื่อตั้งต้นด้วยโจทย์ที่แท้จริง ไม่มโนแล้ว สิ่งที่สำคัญต่อมาคือ สิ่งที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือความต้องการนั้น มีความเหมาะสมเพียงใด การเลือกใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ในการสร้างสรรค์งาน มีความสมเหตุสมผลหรือไม่ เป็นไปได้จริงหรือไม่ เข้ากับบริบทจริงๆ มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ต้องทำการบ้านอย่างหนักครับ หลายคนมีความคิดที่บรรเจิดมาก แต่ทำจริงได้ยาก เพราะยังไม่เข้าใจองค์ประกอบเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ หากเรามีความเข้าใจที่ดีเพียงพอ เราจะสามารถคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้(Possibility)และข้อจำกัด(Limitation)ที่เกี่ยวข้องได้ดี ประสบการณ์หรือองค์ความรู้ที่ตกผลึกพอเท่านั้นที่จะถ่วงดุลระหว่างความเป็นไปได้และข้อจำกัด ไอเดียจึงจะไม่ฟุ้งหรือปิดกั้นมากเกินไป

Differentiation

เมื่อได้แนวทางการแก้ไขปัญหาหรือการสร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้นได้แล้ว ต้องแน่ใจพอว่า เราไม่ได้สร้างในสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพราะนั่นก็เท่ากับว่าเรากำลังสร้างคุณค่าที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไร หากหาความต่างไม่ได้ ก็ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกได้ว่า ของเรา “ดีกว่า” อย่างไร ควรค่าที่ผู้คนจะหันมาให้ความสนใจหรือไม่ ดังนั้นเราจึงต้องทำงานหนัก(อีกแล้ว) ที่ต้องสำรวจตรวจสอบให้ครอบคลุมว่า ไอเดียหรือแนวทางที่เรากำลังจะทำนั้น มีคนอื่นทำอยู่แล้วหรือไม่ ถ้ามี แล้วจะทำให้แตกต่างหรือต่อยอดจากสิ่งที่มีได้อย่างไร

Benefits

ลำพังเพียงความแตกต่างอย่างเดียว ก็ไม่อาจบอกได้ว่า สิ่งที่เราสร้างสรรค์นั้น “ดีจริง” หากเราไม่สามารถบอกได้ว่า มันมีประโยชน์อย่างไร นักสร้างสรรค์ส่วนหนึ่งให้ความสนใจแต่เพียงคุณลักษณะที่มี ซึ่งเราเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า Features แต่เพียงแค่ Features ผู้คนทั่วไปไม่สามารถเข้าใจได้ว่าคุณลักษณะนั้นมีประโยชน์อย่างไร นั่นคือ Benefits หรือคุณประโยชน์ คนจะรู้สึกว่าสิ่งที่เราสร้างสรรค์ขึ้นมานั้นมีคุณค่า ก็ต่อเมื่อเขาเข้าใจว่าประโยชน์ของมันคืออะไร และประโยชน์ที่ว่านั้นมีความสำคัญจำเป็นต่อเขามากน้อยเพียงใด

ขอเล่าไว้เพียงสั้นๆ คร่าวๆ เท่านี้ละกันครับ เขียนยาวไปเกรงจะขี้เกียจอ่านกัน (ฮ่าาา) แต่เอาเป็นว่า หากอยากรู้ว่างานที่เรากำลังจะทำนั้นดีหรือเปล่า เจ๋งหรือเปล่า ลองเช็คดูจาก 4 ข้อนี้ดูนะครับ ว่ามีครบหรือไม่ ถ้ามีครบก็พอจะมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยก็เจ๋งและดีระดับหนึ่งแล้ว เหลือแค่พิสูจน์ว่า นั่นคือ “ของจริง” ไม่ใช่สิ่งที่เรามโนไปเองว่ามันเป็น คือ การทำออกมาให้สำเร็จ … แต่หากคิดว่ายังไม่ครบทุกข้อ ก็ให้ค่อยๆ พิจารณาว่า ยังขาดข้อไหน และจะเติมเต็มได้อย่างไร

ขอเพียงเรามีความตั้งใจที่ดี ไม่มีสิ่งใดที่ไร้ความหมายครับ