I Life : ในเมืองกรุง #EP.3 (ปรับตัวปรับใจ)

“คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก” ประโยคเด็ดที่ผมเชื่อว่าหลายๆคนต้องเคยเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งนั้น …ผมเองก็เช่นกัน

และด้วยประโยคนี้เองทำให้ผมตั้งคำถามกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กับสภาวะหงุดหงิดง่ายที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ถี่ๆ ช่วงสัปดาห์เดียวที่รู้สึกเหมือนนานนับเดือนสำหรับการมาใช้ชีวิตในเมืองกรุง ผมมีคำถามกับตัวเองว่า “ที่ผมอยู่ยากเนี่ยมันเพราะอะไรกันแน่ คับที่ หรือคับใจ!?”

ผ่านมาจะครบ 2 สัปดาห์แล้ว ผมเริ่มปรับตัวได้และไม่มีปัญหาในการนอนหลับเหมือน 3–4 คืนแรกอาจจะเพราะเข้าฤดูฝน ผมไม่มีปัญหาในปรับวิถีชีวิตใหม่ ทั้งกิน อยู่ และเดินทาง แต่ใจผมกลับยังไม่พอใจอยู่ดี ยังคงหงุดหงิด ถึงแม้ว่าทุกครั้งผมจะพยายามตอบสนองกับทุกสถานการณ์ในด้านบวกเพื่อความสงบสุข แต่ใจกลับไม่สอดคล้องกับพฤติกรรม ซึ่งนั้นคงไม่ดีแน่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป …ผมต้องหาทางแก้ไขให้ได้! โดยผมใช้วิธีการตั้งคำถามและตอบตัวเองว่า “รู้สึกอะไร? เพราะอะไรถึงรู้สึกแบบนี้?”

คำตอบของคำถามนั้นคือ ในขณะที่เริ่มปรับตัวไดัแล้วนั้นแต่ใจกลับไม่ยอม… ไม่ยอมรับสภาพความเปลี่ยนแปลงยังยืดติดกับ อิสระ ความสบาย ความเป็นส่วนตัว และความเป็นตัวเองที่ไม่ยอมให้ใครมานำ ควบคุมหรือจำกัดเรา
การยอม“ปรับตัว” นั้นไม่ยาก แต่ที่ยากคือการยอม “ปรับใจ”

“ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอนอกจากเธอทำตัวของเธอเอง” เป็นท่อนหนึ่งจากเพลงของโรส สิรินทิพ ซึ่งผมจำได้เพราะเป็นส่วนหนี่งในบทความดีๆบทความหนึ่งที่เพื่อนผมเขียน ซึ่งเมื่อผมรู้ว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร …แล้วเรื่องอะไรที่ผมจะทำร้ายตัวเองต่อไป ผมต้องจัดการกับมันเพื่อความอยู่รอด!

“ปรับตัว ทำให้อยูได้ …แต่ถ้าไม่ปรับใจ อยู่นานไปยังไงก็ไม่รอด”

ก่อนหน้านี้มีพี่น้องหลายคนที่คอยให้กำลังใจ หนุนใจ และตักเตือน รวมทั้งการที่ผมไปขอรับการให้คำปรึกษา (Counselling) กับอาจารย์ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ได้รับแนวคิด และคำแนะนำหลายอย่าง มีทั้งให้อดทนไว้นะ ทั้งเรากำลังอยู่ในขั้นตอนการเติบโตอีกขั้นนะ ทั้งก่อนจะเป็นผู้นำเราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ตามก่อนนะ ทุกๆคำหนุนใจนั้นมีความหมายต่อผมมากในการปรับตัว แต่มีคำหนุนใจหนึ่งที่อยู่ในหัวผมในช่วงที่ผ่านมาโดยตลอด เป็นกำลังใจจากเรื่องราวของคนๆหนึ่ง คนที่เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ และได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ถ่อมใจมากที่สุดมากกว่าใครในโลก

ในไบเบิลของคริสเตียนได้กล่าวถึงบุคคลสำคัญคนหนึ่งใว้บ่อยมากๆนั้นคือโมเสส อดีตเจ้าชายแห่งอียิปห์ ผู้ซึ่งพระเจ้ายกให้เป็นผู้ที่ถ่อมใจที่สุด และเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่แห่งชนชาติอิสราเอล …แต่ก่อนที่โมเสสจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้นั้น เค้าต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในถิ่นทุระกันดารกว่า40ปี ฝึกและขัดเกลาชีวิตเสียก่อน เพื่อที่จะเป็นคนที่พระเจ้าใช้การได้
“โม‌เสส​เป็น​คน​ถ่อม‍ใจ​ยิ่ง‍กว่า​คน​ทั้ง‍หมด​บน​พื้น​แผ่น‍ดิน” (‭‭กันดารวิถี‬ ‭12:3‬)
ความถ่อมใจ หมายถึง “การตระหนักรู้ว่าตนเองเป็นใครและไม่ยืดตนเองเป็นใหญ่กว่าผู้อื่น” (อ.นนชัย คริสตจักรพระคุณกรุงเทพฯ)

เรื่องราวของโมเสสเหมือนเป็นสิ่งที่พระเจ้าบอกกับผมกลายๆว่า ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในขั้นตอนฝึกและขัดเกลาชีวิตอยู่นะเพื่อที่จะได้พร้อมเป็นคนที่พระเจ้าใช้การได้ ซึ่งนั้นก็เพียงพอที่จะสามารถปรับใจผม จากไม่ยอมรับที่จะต้องเปลี่ยนแปลงกลายเป็นยอมที่จะรับการฝึกชีวิตและรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มใจ

“ไม่ยึดตนเองเป็นใหญ่ แต่ถ่อมใจรับการเปลี่ยนแปลง”

“ไม่ยึดตนเองเป็นใหญ่ แต่ถ่อมใจรับการเปลี่ยนแปลง” เป็นหนึ่งในสมการความสุขที่ผมได้เรียนรู้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้สิ่งรอบตัวผมจะไม่ได้เปลี่ยนไปแต่เมื่อผมยอมที่จะปรับใจ ชีวิตใหม่ผมก็เริ่มได้ทันที

ตอนนี้ผมปรับตัวและใจได้มากแล้วถึงแม้จะไม่100% แต่ก็มากพอที่ผมจะไม่หงุดหงิดและเป็นเจษฎาที่มีความสุขในการช่วยเหลือและสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งผมเองคงจะไม่สามารถปรับตัวและใจได้เร็วขนาดนี้ถ้าไม่ได้รับกำลังใจและการหนุนใจจากพี่น้องและที่สำคัญจากพระเจ้า

Like what you read? Give Jedsada Jaipin a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.