ปรับโครงสร้างรอก่อนดีไหม? ก่อนจะสาย….ไป #sayonara

เมื่อวานนั่งคุยกับ อ.Ishihara จาก Kyoto U
พอประชุมสรุปเรื่อง นศ.ฝึกงานเสร็จ (ซะที ดีใจจังเลยยยย) ก็เริ่มสัปเพเหระกัน

แกเล่าให้ฟังว่า ม.แก กำลังจะปรับโครงสร้างอีกรอบให้มีระบบ Faculty

เดิมทีม.เค้าปรับมาทีละ แยก Grad School ออกจาก School (Faculty เดิม) เพราะแนวคิดไม่เหมือนกัน
Grad School เน้นวิจัย + หลักสูตร Post Grad
คนรักการสอนแบบสอนลูกไก่ก็ไปสังกัด School
ดังนั้น Grad School กับ School มี Dean คนละคนกัน แนวคิด เป้าประสงค์คนละชุด
เวลาคนทำงานก็ใช้ระบบ Double Appointment ไป หนึ่งคนสังกัดที่เดียว แต่สอนสองที่
อย่างตัว อ. Ishihara สังกัด Grad School แต่ก็ไปสอนใน School ด้วย
เวลาประเมินก็เอาของที่ Double Appointment ไป มาว่ากัน
ซึ่ง % ของการทำงานแต่ละส่วนก็ปรับเปลี่ยนได้ แต่สนง. ตรงกลางคุม Port ขอให้ทุกส่วนทำงานของตัวเองได้

รอบนี้ Kyoto จะเอาระบบ Faculty เหมือนของ……ไม่รู้ที่ไหน (เคยเห็นใน UK/Australia) มาใช้
โจทย์คือบาง School หรือ Grad School เล็กเกินไปที่จะดูแล HR&Infrastructure
เค้าก็เอาคน (สาย Support) และของต่างๆ มารวมกัน เพื่อให้ได้ Economy of Scale
โดยเป้าคือ ทำยังไงให้สาย Academic มีเวลาทำการสอนให้ดีขึ้น มีเวลาทำวิจัยให้งานมันดีขึ้น

ผมว่าน่าสนใจนะครับ

ส่วนตัว”เชื่อ”อยู่แล้วว่าโลกการศึกษายุคใหม่ (post post modern world ;))
ม.ที่มี cluster ภายในเล็กๆ มีกลุ่มคนที่คุยกันรู้เรื่องในแง่วิชาการ จะบริหารจัดการวิชาการได้ดีกว่าอยู่แล้ว
แต่พอมาทำงานบริหาร ก็พอนึกออกว่า scale ที่เล็กไป มันจะตายเอา เงิน ของ คน น้อยไปหมด (ไม่นับปัญหาคนบ่น….เพื่อที่จะไม่ทำอะไร)

อ.แกบอกว่ากว่าจะปรับเสร็จ คง 2–3 ปีแล่ะ แต่ก็ต้องทำ ไม่งั้นแข่งขันไม่ได้
จะว่าไปมันเป็นโจทย์ที่ยากนะครับ ฟังจากที่แกเล่า
มันไม่ใช่ trade-off สองขาแบบ… ยอมเสียเวลาถอยหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองก้าว
แต่มันต้องเป็น ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว แค่ (บางคน) เดินช้าลงนิดนึง (ไอ่คนเดินได้ก็เดินต่อ) เพื่อจะเดินหน้าสองก้าวต่างหาก

งานบริหารนี่…นั่งมองสนุกดีนะครับ แต่ตอนทำเองนี่….ก็สนุกไปอีกแบบ ฮาาาา

ว่าแล้วก็ปั่นเอกสารประชุม edpex & ถอดแผน ต่อดีกว่า ^^