https://www.pinterest.co.uk/pin/70509550386102367/

เมื่อโดนแซงคิว เราทำยังไง

ข้อคิดเห็นในโลกโซเชียลมีเดียที่พบโดยมากจะออกมาเป็น

“เรายอมไม่ได้หรอกเพราะเราก็รีบเหมือนกัน เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเรา จะให้ใครมาละเมิดไม่ได้”

“ปล่อยไปแบบนี้ ไม่ให้เกียรติกันเลย ไม่ช่วยกันสั่งสอน สังคมก็พลอยเสื่อมกันพอดี”

ในชีวิตประจำวัน เรามีทีท่ากับคนที่เอาเปรียบเราเล็กๆน้อยๆกันอย่างไร เราสามารถเลือกวิธีจัดการเพื่อรักษาใจให้ยังคงระดับความสุขสงบ และเบิกบานได้ไหม

ช่วงสายๆของวันก่อน เราไปซื้อเสื้อผ้าให้ลูก ระหว่างรอคิวจ่ายเงินแบบแถวเดียวหลายแคชเชียร์อยู่นั้น ก็มีป้าคนหนึ่ง ฉับพลันก็โผล่เข้ามาทางด้านข้างของแถว ยืนเยื้องๆแถๆ ซึ่งพอมีที่ว่างอยู่แค่ไม่ถึงสองคืบ ระหว่างคนข้างหน้าเรากับเราเอง ซึ่งยืนทนโท่ถือตะกร้าสินค้าสีขาวใบย่อม

สักพักเมื่อคนข้างหน้าเราเริ่มขยับขึ้นหน้าไป ป้าก็ค่อยๆแทรกตัวช้าๆตามคล้ายตัวสลอธ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคิว โดยตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่มายืนเนียนข้างแถว จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแถวได้สำเร็จนั้น ป้าแสร้งทำเป็นไม่เห็นเรา

แวบแรก ที่ป้าทำเป็นตีเนียนยืนข้างแถว เราก็แค่คิดว่าอาจจะยืนรอใคร หรือยืนดูสินค้าอื่นแถวนั้น ไม่ได้โลกสวย แค่ไม่อยากฟันธงไปก่อน

แต่แล้วเมื่อป้าค่อยๆขยับตัวแทรกเข้ามาในแถวตามจังหวะที่แถวขยับขึ้นหน้าไปเท่านั้นแหละ เอาแล้วไง อ่านขาดละว่าป้าแซงคิว

ขณะนั้นเอง เรารู้สึกตัวเลยว่าความไม่พอใจตัวใหญ่ผุดขึ้นมาทันที นี่มันแซงคิวกันชัดๆ ชิชะจะขโมยเวลาอันแสนแพงของเราไปซึ่งๆหน้า แต่เราไหวตัวทันเสียก่อนที่อารมณ์จะพวยพุ่ง แล้วถามตัวเองว่า

เอาไงดี…

คือเอาไงกับตัวเอง ไม่ใช่เอาไงกับป้า เหมือนการคุยกับตัวเองผ่านไปเนิบช้า แต่อันที่จริงเวลาผ่านไปแค่หน่วยเสี้ยวพริบตาเท่านั้น ยังมีเวลาคุยกับตัวเองต่อ จะปล่อยป้าไปง่ายๆ หรือจะทำอะไรสักอย่างดี เรามองไปข้างหลัง เอิ่ม ไม่มีคนต่อคิวหลังจากเรานี่แปลกใจ ป้าแซงคิวเดียวไปเพื่อ…

ข้างหน้าเรามีอีก 6–7 คน จะมาแซงคิวอะไรกับคนสุดท้ายอย่างเรา

มาแล้ว ทางเลือกที่หนึ่ง จากด้านมืด มาก่อนเลย

เคลียร์กับป้าสักหน่อย ห้ามใครมาลิดรอนสิทธิ์ของเรา

มีสิ่งที่ต้องแลก คือเสียเวลา เสียพลังงาน และอาจจะมีเรื่องราวที่กลายเป็นขยะที่แทรกในหัวเราเพิ่มมาอีกเรื่อง ซึ่งจะไม่จบอยู่เพียงที่นี่ เวลานี้เท่านั้น เป็นไปได้ว่าจะคันปากจนต้องกลับเอาไปเล่าส่งต่อให้สามีฟัง มิหนำซ้ำขยะก้อนนี้สามารถโผล่จรมาในความคิดได้อีกเรื่อยๆ ยากนักที่จะคาดเดา

ว่าแต่อายุป้าล่วงเข้าขั้นนี้แล้ว ยังมีพฤติกรรมเยี่ยงนี้อยู่ นี่คือไม่ธรรมดา ออกจะสายไปที่ป้าจะเข้าใจเรื่องสามัญสำนึก และมารยาทการอยู่ร่วมสังคมขั้นพื้นฐาน

ในฐานะคนจะแซงคิว แค่คิวเดียวยังจะเอา ตรรกะมนุษย์ปกติคงใช้ด้วยไม่ได้เป็นแน่แล้วเราเป็นใครกัน ไม่ได้มีหน้าที่ดัดสันดานป้าเสียด้วยสิ ทางเลือกที่หนึ่งนี้ดูจะไม่คุ้มเสีย

ส่วนทางเลือกที่สองตามมาติดๆ จากด้านสว่าง

ปล่อยป้าเนียนไป

เราก็หลับตาข้างหนึ่งแสร้งไม่เห็นป้าด้วยเช่นกัน ซึ่งป้าอาจเป็นสาเหตุให้เราได้ออกจากร้านช้าลงแป๊บนึง สำหรับทางเลือกนี้ เราไม่ได้มีส่วนทำให้คนอื่นต้องมาร่วมเดือดร้อนด้วย เพราะไม่มีคนต่อคิวจากเรา ทางเลือกนี้ดูง่ายดายกว่าเยอะ วันนั้นป้าดวงยังไม่ถึงคาด

งั้นช่างป้าละกัน…

ปรากฏว่า แค่ไม่ถึงนาทีเดียวหลังจากป้าเดินไปที่แคชเชียร์ แคชเชียร์ถัดจากป้า ก็เรียกคิวเราเลย

เรามองว่าป้าเป็นอีกแบบฝึกหัดหนึ่งที่โผล่เข้ามาทดสอบไม่ทันให้เราตั้งตัว ให้เราฝึกฝนการตรึกตรอง ตัดสินใจ ฝึกความตระหนักรู้ เข้ามาท้าทายให้เราปล่อยๆ กับเรื่องเล็กๆน้อยๆไปได้บ้าง

ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ จะยิ่งผ่านเรื่องที่ไม่ชอบใจได้คล่องขึ้น และสนุกขึ้น ไม่ปล่อยให้ตัวเองตอบสนองต่อสิ่งไม่ชอบใจต่างๆด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน หรืออารมณ์ที่มาเร็วจนไม่ทันได้รู้ตัว เหมือนสมัยหนังหน้าเรายังตึงกว่านี้

เราไม่จำเป็นต้องปกป้องสิทธิ์ หรือยอมไม่ได้ไปเสียทุกเรื่อง เราไม่จำเป็นต้องกดข่ม หรือผลักไสความโกรธ แค่เพียงรู้เท่าทันใจเรา

และก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึก หรือคิดว่าตัวเองโง่ อ่อนแอ เมื่อถูกคนเอาเปรียบเสมอไป

น่าคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าในวันนั้น เราหันหลังไปเจอคนอื่นต่อคิวจากเรา เรื่องราวคงต่างไปจากนี้มาก

Like what you read? Give Chanpen Clark a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.