solo in Gyeongju

ย้อนกลับไปประมาณสองถึงสามอาทิตย์ก่อน ได้ยินคนนู้นคนนี้พูดทุกวันว่าไปเที่ยวมานะ ไปดูดอกซากุระมานะ บวกกับช่วงนั้นชีวิตกำลังดาวน์ ไปเที่ยวคนเดียวสักพักดีไหมวะ คิดได้ตอนนั้น ก็เปิดคอมจองที่พักไปเลย ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ กระทันหันมาก ๆ

เป็นการไปเที่ยวต่างจังหวัดในเกาหลีคนเดียวครั้งแรก

คยองจู

คยองจูเป็นเมืองประวัติศาสตร์ เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อนโซล เลยมีพวกโบราณสถาน สถานที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เยอะ อยู่ทางใต้ ๆ เกือบล่างสุด ทางทิศตะวันออก

เรานั่งบัสไปแต่เช้า ประมาณ 4 ชั่วโมงถึง (ตามตารางเขียน 3 ชั่วโมงถึง โถ 555)

ก่อนไปเที่ยว เราก็เสริชข้อมูลเรียบร้อย เวลาเที่ยวในคยองจู เราจะใช้วิธีนั่งบัสเอา (คนส่วนใหญ่ไปเที่ยวคยองจูจะเช่าจักรยานปั่นกันค่ะ แต่เราไปคนเดียว ปั่นแล้วรู้สึกเหงา บัสก็ได้วะ 555)

ไปถึงที่แรก เราไปหมู่บ้านโบราณก่อนเลย (교촌한옥마을) ซึ่งไม่มีอะไรเลยจริง ๆ 5555 และอย่างที่บอกว่า เราจะนั่งบัส แต่ลืมไปว่ามันเป็นต่างจังหวัด บัสรอนานมากกก และไม่ได้ไปถึงทุกที่ ส่วนใหญ่เราเลยใช้วิธีเดินตามแผนที่เอา ซึ่งแม่งก็อีกแหละ เป็นต่างจังหวัด ที่โล่งแจ้ง อาทิตย์นั้นร้อนมาก ร้อนชิบหาย เดินแทบเป็นลม

หมู่บ้านโบราณ 교촌한옥마을

เราไปหมู่บ้านโบราณเพราะแค่จะไปกินคิมบับที่ขึ้นชื่อมาก ๆ ร้าน 고리김밥 เรื่องของกินนี่ไกลแค่ไหนก็ไป 555 วันที่เราไป ต่อคิวซื้อคิมบับอยู่ประมาณชั่วโมงนึงค่ะ เราว่าก็นานและทรมานมาก ๆ แล้วเพราะร้อนมากก ต่อแถวในที่โล่งแจ้ง แต่ปรากฎว่าได้ยินมาทีหลังว่าปกติเขาต่อแถวกันสามชั่วโมงได้

อร่อยจริง ๆ นะ หอมม และเยอะมาก ๆ กินคนเดียวไม่หมด เสียดาย

หลังจากนั้นเราก็เดินจากหมู่บ้านโบราณไปแลนด์มาร์กสำคัญของคยองจู คือ 첨성대

ไปเสิร์ชมา เขาบอกว่าเป็น astronomical observatory ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ใกล้ ๆ กันมีทุ่งดอก 유체 เราไม่รู้ชื่อไทยหรืออังกฤษว่ามันเรียกว่าดอกอะไรอ่ะ

เสียดาย ช่วงนั้นที่ไป ดอกซากุระค่อนข้างร่วงหมดละ ตามต้นเลยกรัง ๆ อย่างที่เห็น

หลังจากนั้นเราก็เดินกลับที่พัก โดยตั้งใจเดินผ่าน 대릉원 ซึ่งคือสวนที่มีเหมือนภูเขาเล็ก ๆ ปูด ๆ เต็มไปหมด แต่ที่เห็นเขาปูด ๆ นั่นคือหลุมศพของกษัตริย์และ nobles สมัยก่อน

กำแพงข้างนอก 대릉원

ข้างในสวนค่ะ เสียค่าเข้านะ

วันรุ่งขึ้นเราตั้งใจไปทะเลสาบ 보문정 และ 보문호 เพื่อไปดูดอกซากุระ แต่สองที่นี้ค่อนข้างไกลจากที่พัก แต่เราก็กะนั่งรถเมล์ไป พอถึงวันที่จะไป ดันมีวิ่งมาราธอน รถเมล์ไม่วิ่ง! นี่เลยตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปแทน

보문정

หลังจากนั้นเราก็จะนั่งแท็กซี่กลับ แต่หาแท็กซี่ไม่ได้เลย รถเมล์ก็ไม่มีด้วย เลยตัดสินใจเดินกลับเป็นระยะทาง 7 กิโลถ้วน 555 (7 กิโลถึงร้านกาแฟที่จดไว้นะคะ ไม่ใช่ที่พัก TT) แต่เป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก เพราะตลอดทางที่เดินไป ถึงจะร้อน แต่เป็นการเดินเลียบทะเลสาบที่มีซากุระตลอดทาง สวยมาก

มองกลับไปเห็นสวนสนุกด้วยแหละ

เดินต่อ

เราเดินจนถึงร้านกาแฟ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพราะแวะถ่ายรูปตลอดทาง 555 หลังจากพักอยู่ร้านกาแฟ เรานั่งรอให้อากาศร่มขึ้นหน่อย แล้วไป 분황사 ซึ่งหลังจากนี้เราใช้วิธีเดินทั้งทริป ไม่นั่งรถแล้ว เพราะพอเดิน 7 โลมาแล้ว สองสามโลนี่ชิว ๆ ไปเลย 5555

ดอกเหลือง ๆ (ที่ไม่รู้ชื่อ) ที่ 분황사 ค่ะ เราไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะจะรีบเดินไปที่อื่นต่อ เลยเก็บภาพมาแต่ดอกไม้ข้างนอก (จริง ๆ ก็แอบเสียดาย)

ที่สุดท้ายที่เราจะไปคือ อันนับจี (안압지) เป็นอีกแลนด์มาร์กของคยองจูที่คนนิยมไปถ่ายรูปตอนกลางคืนกัน

ระหว่างเดินไปอันนับจี ก็ผ่านทุ่งเดิม แต่เป็นตอนเย็น (ทุ่งวันแรก)

อันนับจีเป็นบ่อน้ำที่ถูกขุดขึ้น และเป็นส่วนนึงของวังสมัยก่อนค่ะ

จบ

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.