มาทำความรู้จัก Facebook Insights

เชื่อว่าหลายคนคงมี Facebook Fan Page เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพจไร้สาระ หรือเพจมีสาระอย่างพาไปกินเที่ยวช้อป ฯลฯ

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก และเราจะขาดไม่ได้เลย ก็คือ ข้อมูล “Insights” ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่า เพจของเรากำลังมาถูกทางไหม? ประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง? หรือควรพัฒนาไปในทิศทางใด?

เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว กับข้อมูลที่ว่า “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสบน Facebook คือ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06:00–08:00 และ 14:00–17:00” — ref: Fannit.com ซึ่งบทสรุปเหล่านี้ก็เป็นผลพวงมาจากการศึกษาข้อมูล Insights นั่นเอง

พอจะเห็นความสำคัญของข้อมูล Insight กันหรือยังครับ?
ในวงการ Digital Marketing ต้องบอกเลยว่า ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถพัฒนา content ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมายของเราในที่สุด

(image ref: https://www.logicum.co/getting-a-facebook-page-permanent-access-token/)

คำศัพท์ในวงการ

ก่อนอื่นต้องพาไปรู้จักคำศัพท์สำคัญๆ กันก่อน..

Ticker

มันคือแถบด้านขวามือที่จะอัพเดตแบบ real-time ให้เราเห็นว่าตอนนี้มีเพื่อนเราทำอะไรอยู่บ้าง

Facebook’s Ticker (image ref: http://devilsworkshop.org/how-to-remove-facebook-ticker-chrome/)

Story

มันคือ Activity ที่เกิดขึ้นใน Facebook ซึ่งเราจะเห็นมันได้ใน News Feed หรือ Ticker เช่น “Ben commented on a post” / “Ben was tagged in a picture” เป็นต้น (อยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Story เชิญที่ http://brnrd.me/facebookstory/)

Facebook’s Story (image ref: https://www.agorapulse.com/blog/increase-your-facebook-organic-reach)

คำศัพท์อื่นๆ

  1. Impression — จำนวนครั้งที่ content ถูกแสดงผล
  2. Engagement — จำนวนครั้งที่ผู้ใช้คลิกที่ content (นับเฉพาะคลิกที่ทำให้เกิด story เช่น like, comment, photo tagging)
  3. PTAT (People Talking About This) — มีคนพูดถึงสิ่งนี้เยอะแค่ไหน
  4. CTA Button (Call To Action Button) — มันคือปุ่มที่เราคาดหวังจะให้ผู้ใช้กด ซึ่งในเพจของเราจะมีปุ่มเหล่านี้อยู่ เช่น ปุ่ม Call Now / ปุ่ม Get Directions

ประเภทของ impression

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า เวลาที่ content เราถูกนำไปแสดงผลเนี่ย บางทีก็อาจจะมาจากการที่ผู้ใช้เค้าเปิดมาเจอเองบ้าง หรือเพจลงโฆษณากับ Facebook บ้าง.. ค่า Insights ในส่วนของ Impression เนี่ยก็เลยจะสามารถแยกเป็นแต่ละประเภทได้ ดังต่อไปนี้

  1. Paid — content ที่ถูกโชว์ผ่านการโฆษณา
  2. Organic — content ที่ผู้ใช้งานมาเห็นเอง ซึ่งอาจจะเห็นจาก News Feed, Ticker หรือกดเข้ามาดูใน page นั้นๆ เอง
  3. Viral — content ที่ผู้ใช้งานเห็นจาก story ของเพื่อน เช่น ถ้าเพื่อนผมไปกดไลค์เพจ Cup E แล้วมันมาขึ้นเป็น story ในหน้า News Feed ของผมปุ๊บเนี่ย.. เพจ Cup E ก็จะได้ Viral Impression +1 ทันทีครับ

แถมตอนท้าย

ในวงการ Digital Marketing เรามักจะมีปัญหากับสองคำนี้บ่อยๆ เพราะมันมักจะผลัดกันโผล่มาให้สับสน นั่นก็คือคำว่า “Engagement” กับ “Consumption” เลยจะมาสรุปให้ฟังสั้นๆ ว่าสองตัวนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

Engagement was the number of interactions that resulted in a story being created.
Consumption was the number of interactions in total.

ตามนั้นครับ..
Engagement — เนี่ยจะนับเฉพาะคลิกที่กดแล้วทำให้เกิด story
Consumption — เนี่ยนับหมดทุกคลิกเลย (เฉพาะตรงที่มันกดได้นะ ไอที่แบบกดตรงข้อความเฉยๆ ไม่ได้มีปุ่มอะไรนี่ไม่นับ)

อยากรู้เพิ่มเติมเรื่องนี้ เชิญที่บทความนี้เลยครับ (Engagement vs. Consumption: http://brnrd.me/engagement-vs-consumption-the-facebook-dilemma/)


จบแล้วครับ เอาไว้ถ้ามีอะไรเด็ดๆ จะมาอัพเดตกันต่อนะครับ

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมอยากแนะนำ/แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิญคอมเม้นเลยครับ ยินดีเสมอครับ