คริสเตียนโปรเตสแตนท์มองนางมารีย์อย่างไร

Kanok Leelahakriengkrai
Nov 5 · 1 min read

1. โปรเตสแตนท์ไม่ต่อต้านนางมารีย์
เราประทับใจในความรักพระเจ้าและการยอมจำนนของนางมารีย์ต่อน้ำพระทัยของพระเจ้าซึ่งนับว่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์สำหรับความคิดของมนุษย์ แต่ทุกสิ่งเป็นไปได้ในพระเจ้า

2. ความเชื่อของคริสเตียนอยู่บนฐานของพระวจนะเป็นสำคัญ
ในความคิดและความรู้สึกของมนุษย์ เรารักพระเยซูคริสต์และประทับใจในทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ทั้งอัครทูตต่างๆ รวมทั้งนางมารีย์และโยเซฟ แต่ความรักประทับใจไม่สามารถพัฒนาขึ้นแทนที่หรือเสมอเหมือนความรักที่เรามีต่อพระเยซูคริสต์ได้ ผู้เชื่อจึงต้องปรับท่าทีจิตใจความรู้สึกให้สอดคล้องกับพระคัมภีร์มากกว่ารับเอาความรู้สึกต่างๆ ที่ส่งผ่านวัฒนธรรมความเชื่อต่อๆ กันมา

ภาพ Madonna ในปี ค.ศ.621

3. นางมารีย์ในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าที่ยอมรับพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างถึงที่สุด
มารีย์ไม่ต่อรองพระประสงค์พระเจ้าแม้ไม่เข้าใจ และแม้จะยากที่สุดในความเป็นผู้หญิง (ลูกา 1:38) ในเนื้อหาของบทเพลงของมารีย์ สะท้อนให้เห็นว่ามารีย์เข้าใจเนื้อหาของน้ำพระทัยพระเจ้าที่ทรงประสงค์จะประทานพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อไถ่อิสราเอล (ลูกา 1:46–55)

นางมารีย์สนับสนุนพระเยซูให้กระทำตามพระประสงค์พระเจ้าโดยไม่ขัดขืนแม้ท้ายสุดในความรู้สึกของความเป็นแม่จะพบว่าพระเยซูคริสต์ต้องดำเนินไปสู่กางเขนก็ตาม

4. นางมารีย์ในฐานะผู้ใคร่ครวญพยายามเข้าใจน้ำพระทัยพระเจ้า
เมื่อทูตสวรรค์กาเบียลแจ้งว่าพระเยซูจะมากำเนิดในครรภ์ของมารีย์ซึ่งเป็นพรหมจรรย์ นางมารีย์ไม่เข้าใจแต่รำพึงในใจและยอมรับน้ำพระทัย (ลูกา 1:29) นางมารีย์เมื่อเห็นผู้เลี้ยงแกะมาเฝ้าพระกุมารเยซูก็เก็บสิ่งเหล่านี้ใคร่ครวญอยู่ในใจ (ลูกา 2:19) ครั้งนางมารีย์และโยเซฟตามหาพระเยซูที่หลงไปในงานเทศกาลปัสกา เมื่อพบแล้วพระเยซูกลับถามว่า “ท่านตามหาเราทำไม พ่อกับแม่ไม่รู้หรือว่าลูกต้องอยู่ในพระนิเวศของพระบิดา” ทั้งคู่ไม่เข้าใจคำของพระเยซูแต่ก็ไม่ได้ต่อว่าหรือคัดค้านแต่อย่างใด (ลูกา 2:48–50)

สิ่งที่มารีย์แสดงออกเมื่อพบกับความประหลาดใจมากมายในน้ำพระทัยพระเจ้าคือรำพึงอย่างเงียบๆ และอธิษฐาน พยายามปรับความคิดใคร่ครวญถึงพระประสงค์ของพระเจ้าโดยไม่บ่นต่อว่าพระเจ้าแต่อย่างใด คริสเตียนควรรักษาท่าทีแบบนางมารีย์เมื่อพบกับสถานการณ์ที่ไม่เข้าใจ แทนที่จะบ่นต่อว่าแต่กลับอธิษฐานเพื่อปรับความคิดของเราให้เข้าใจน้ำพระทัยพระเจ้ามากกว่า

5. นางมารีย์เป็นแบบอย่างชีวิตแห่งความเชื่อในการติดตามพระเจ้า
มารีย์เฝ้าติดตามพระเยซูอย่างเงียบๆ แต่สัตย์ซื่อ พระคัมภีร์บันทึกถึงนางมารีย์ (ทั้งที่ปรากฏชื่อและไม่ปรากฏชื่อ) เช่น ติดตามพระเยซูไปในขณะที่พระเยซูกำลังสอนท่ามกลางผู้คน, อยู่กับพระเยซูคริสต์ในวาระสุดท้ายของพระองค์ที่กางเขน, อยู่ร่วมกับสาวกเพื่ออธิษฐานรอคอยการเสด็จมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นต้น (กิจการของอัครทูต 1:1)

มารีย์ไม่ได้แสดงตัวให้โดดเด่นในฐานะมารดาของพระเยซู ซึ่งต่างจากสาวกในตอนนั้นที่พยายามแสวงหาตำแหน่งสำคัญๆ จากพระองค์ (ลูกา 22:24, มัทธิว 20:20–22, มาระโก 10:35–27)

อ้างอิง
Michael G. Lawler. A Theology of Ministry. Sheed & Ward, 1990.
Jean-Pierre Isbouts. Who’s Who in the Bible: Unforgettable People and Timeless Stories from Genesis to Revelation. National Geographic, 2013.
The Road to Nicaea, Heroes of the Fourth Century, icene and Post-Nicene Fathers, Second Series
The doctrine of Immaculate Conception. The Catholic Encyclopedia.

    Kanok Leelahakriengkrai

    Written by

    BCC 136 / BBA ABAC / EMBA Sasin อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ บางทีก็แปลกใจที่งานเขียนส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสงสัยโน่นนี่ไปเรื่อย

    Welcome to a place where words matter. On Medium, smart voices and original ideas take center stage - with no ads in sight. Watch
    Follow all the topics you care about, and we’ll deliver the best stories for you to your homepage and inbox. Explore
    Get unlimited access to the best stories on Medium — and support writers while you’re at it. Just $5/month. Upgrade