“ปลูกป่า”อย่างไรให้ยั่งยืน Ep.2

กิจกรรม วนไปจร้า.. ในตอนนี้ ก็จะมาเล่าถึงกิจกรรมของเราว่าวันๆมีกิจกรรมอะไรบ้าง?ิอาจจะไม่ครบทุกๆกิจกรรมเพาะทำทำอะไรหลายอย่างซะเหลือเกิน เล่ากันไปตามกิจกรรมที่คิดได้ก่อนก็แล้วกัน..แต่รับรองว่ากิจกรรมต่างๆล้วนแต่มีส่วนที่เกี่ยวคล้องกับการสร้างป่า ก็แล้วกันจร้า..

กิจกรรมของชาวบ้านในแต่ละวันที่เข้ามามีส่วนร่วมกับเราในศูนย์เรียนรู้ โครงการปลูกป่า สร้างคนฯ(โครงการเกิดขึ้นได้อะไรยังไง )

กิจกรรมแปลงเกษตร..1ไร่1แสน เกษตรปราณีต เกษตรผสมผสาน แล้วแต่จะเรียกเลย แปลงเกษตรสาธิต กิจกรรมด้านการเกษตร ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ เป็นกิจกรรมที่ให้ชาวบ้านในพื้นที่โครงการ ได้ร่วมเขามาทำงานและได้ศึกษาความรู้จากสิ่งที่ได้ลงมือปฎิบัติ นำกลับไปปรับใช้ในชีวตประจำวัน ในระยะแรกของการสร้างป่า พวกเราเรียกกันว่า"ระยะอยู่รอด” เราจะเน้นในเรื่องของการที่จะให้ชาวบ้านพึ่งตัวเองให้มาก…ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น..สอนให้ปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้สามารถเก็บกิน..เก็บเกียว เหลือเก็บขาย..เพื่อที่อย่างน้อยๆชาวบ้านจะได้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไป ส่วนใหญ่เราเน้นให้ปลูกพืชผักดั่งเดิมพืชผักที่มีอยู่แต่ก่อนในพื้นที่ ชาวบ้านสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ เพื่อขยายต่อและแจกจ่ายได้

กิจกรรมแปลงเกษตรนี้ถือเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในลำดับต้นๆของโครงการที่เข้าในพื้นที่เลยก็ว่าได้


แปลงเกษตรสาธิตในศูนย์เรียนรู้เรา
แปลงเกษตรผสมผสานในศุนย์ ต่างกับแปลงของชาวบ้านเล็กน้อย มันจะรกๆหน่อยแต่สามารถเก็บกินได้จริง ที่สำคัญปลอดภัย จร้า……

กิจกรรมต่อมา..กิจกรรมเพาะกล้าไม้ ..เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยู่คู่กับโครงการมายาวนาน..เมื่อมีการสร้างความเข้าใจ..ชาวบ้านเข้าใจ“แอบได้ยินมากว่าจะสร้างความเข้าใจได้ก็ลำบากและใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว”และพร้อมที่จะร่วมกับเราในการฟื้นฟูป่า..ก็มีกำหนดพื้นที่ปลูกย่างชัดเจน…หลังจากมีสัดส่วนพื้นที่ชัดเจนแล้ว………ก็ต้องมีเรื่องกล้าไม้ที่จะส่งให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปปลูก..(ปลูกแล้วต้นไม้จะอยู่หรือไม่แล้วจะหายไปไหนหรือไม่ยังไงเรื่องนี้ต้องมีขยายความกันต่อไป.)กล้าไม้ชนิดไหนที่จะให้ชาวบ้านปลูก ?

เพาะกล้า ส่งกล้าให้ชาวปลูกกันต่อไปจร้า

ดูว่าป่าที่เราจะปลูกเป็นป่าประเภทไหน พื้นที่ปลูกเท่าไหร่ เพื่อที่จะเตรียมจำนวนกล้าได้เพียงพอกับความต้องการปลูก

ถ้าในส่วนของป่าที่เป็นป่าอนุรักษณ์ เราจะสร้างป่าให้มีความกลากหลายเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศในพื้นที่นั้นๆ

ถ้าเป็นป่าเศรษฐกิจ (ป่าที่จะสร้างรายได้ให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน)

ก็ต้องมองว่าจะเอาอะไรให้เขาปลูก..มีตลาดที่จะรองรับผลผลิตที่จะเกิดขึ้นตามมาหรือไม่ สามารถแปรรูปให้เกิดมูลค่าให้ชาวบ้านได้หรือไม่ พืชเศรษฐกิจสามารถสร้างงานและความยั่งยื่นในอนาคตได้หรือไม่ ที่สำคัญเหมาะสมกับสภาพพื้นที่หรือไม่..

ป่าใช้สร้อยหรือป่าชุมชน ป่าที่สามารถให้ชาวบ้านเข้าใช้ประโยชน์จากป่านี้ได้โดยมีเงื่อนไขข้อตกลงกฎกติกาที่คนในชุมชนนั้นๆเป็นผู้ร่วมกำหนดขึ้นมาเพื่อจัดการกับป่าของพวกเขาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สืบไป

ส่วนป่าที่กำหนดให้เป็นที่ทำกิน ให้ชาวบ้านปลูกข้าว ข้าวโพด ปลูกพืชต่างๆนาๆ ระยะสั้นอะไรต่างๆ เพื่อให้มีกิน นั่นเองคือ “ที่ทำกิน”

ป่าที่เหลือก็เป็นส่วนของที่อยู่อาศัยกันไป

สัดสวนในการจัดการพื้นที่ป่าให้คนสามมารอยู่ร่วมกับป่าได้เราก็มีสูตรเหมือนกันนะจ๊ะ เราใช้ 60-20-10-8-2 (ป่าอนุรักษ์-ป่าเศรษฐกิจ-ที่ทำกิน-ป่าใช้สร้อย-ที่อยู่อาศัย)ตัวนี้เจ้าได้แต่ใดมา? ได้มาจากทฏษฏีที่ประสบความสำเร็จจากดอยตุงโมเดลไงจร้า.. ข้อมูลเพิ่มเติมดอยตุงโมเดล

กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเล็กๆน้อยๆ..แต่พวกเรายังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย อุ๊ปไว้ก่อนแล้วค่อยว่ากันไป..ถ้ามากไปความน่าเบื่ออาจมาเยือนจร้า…

แทรกสาระมาหน่อยถึงเวลารวมพลแม่บ้านกันหน่อยละ..ร่วมแรงร่วมใจทำข้าวต้มมัดเพื่อจัดเลี้ยงมื้อเย็นสำหรับคณะดูงาน (เรื่องของการรับคณะที่จะมาศึกษาดูงานในพื้นที่่ก็คอยๆว่าไปอีกเช่นกันนะครับ)

บรรยากาศแม่บ้านฝึกหัดของพวกเราจร้า ที่นี้เขาเรียกเจ้..กันนะ

อ้าว!!!!! แล้วถ้าถามว่าปลูกป่าเกี่ยวไรกับข้าวต้มมัด

น้องคนหนึ่ง ก็เสียงสูงขึ้นมาทั้นที “ก็กล้วยไง”

กล้วยน้ำว้าคืออีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่เราส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่กล้วยอาจเป็นพืชที่มีอายุไม่ยั่งยืน4ปีต้องปลูกใหม่ แต่ก็เป็นเป็พืชที่สามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในระยะแรกเพราะว่ากล้วยปลูกแค่1ปีสามารถให้ผลผลิตแล้วถ้าเทียบกับพืชชนิดอื่นต้องใช้เวลา3-5ปีขึ้นไป และกล้วยยังสามารช่วยรักษาความชื้นของดิน และลดการใช้สารเคมีในพื้นที่อีกด้วย..

ในส่วนนี้ก็ขอจบไว้แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ.. มีเรื่อราวจะมาเล่าสู่กันฟังในช่วงหน้านะจ๊ะ…

บะบ่าย @@@@@@@@

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.