วิเคราะห์ Gems ICO บทความที่ห้ามพลาด

ข้อมูล ICO

ICO date: ยังไม่ประกาศ แต่จะต้อง whitelist บนเวป เข้า Telegram ของมัน และกรอกฟอร์มนี้ (สำหรับ pre-sale ต้องกรอกฟอร์มทำ community contribution)

Hard cap: ยังไม่ประกาศ

Mechanical Turk (MT) คืออะไร?

หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นหูกับคำว่า Mechanical Turk (MT) ว่ามันคืออะไร? อะไรทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ให้ความสนใจ ลองมาดูวีดีโอสั้นๆข้างล่างนี่ดูนะครับ

โดยสรุปแล้ว Mechanical Turk คือ crowdsourcing platform สำหรับงาน micro task เราจะเห็นว่าบริษัทจะเลือกใช้บริการ MT กับงานที่คอมพิวเตอร์หรือ AI ไม่สามารถทำได้ แต่เป็นงานที่ทำได้ง่ายสำหรับมนุษย์ เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลานานถึงจะทำได้เสร็จหมด บริษัทเหล่านี้จึงเลือกที่ outsource งานเหล่านี้ให้คนอื่นทำโดยแลกกับเงินตอบแทนเล็กน้อย ตามชื่อ micro task ยกตัวอย่างเช่น

  • คัดแยกเอกสารหรือรูปภาพ
  • ตรวจสอบความถูกต้องหรือเปรียบเทียบ ข้อมูล เอกสาร รูปภาพ
  • จัดระเบียบฐานข้อมูล (clean data)
  • งานตอบ survey
  • ทำวิจัยค้นหาและเก็บข้อมูล (เช่นหาชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์)
  • เทรน AI (AI ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลในการพัฒนาตัวเอง)

ทำไมตลาดนี้ถึงน่าสนใจ?

จากข้อมูลของ world bank report ปี 2015 (The global opportunity in online outsourcing) มีคนลงทะเบียนเป็น micro worker กับ Amazon Mechanical Turk ถึง 500,000 คนทั่วโลก! ถึงแม้จะไม่ได้แอคทีฟทุกคนแต่ก็เป็นตัวเลขที่น่าตกใจใช่ไหมละครับ จะมีซักกี่บริษัทในโลกที่มีจำนวนพนักงานเยอะขนาดนี้ นอกจากนี้คอยน์แมนยังได้ทำการตรวจสอบการค้นหาคำว่า Amazon Mechanical Turk ผ่านเวป kwfinder เรามาดูผลกันด้านล่างครับ

สิ่งที่พบคือมีการค้นหาคำนี้มากถึงประมาณ 110,000 ครั้งต่อเดือน เท่ากับว่ามีคนค้นหาเกิน 1 ล้านครั้งต่อปี! นอกจากนี้เรายังจะเห็นว่า Amazon MT ยังถูกจัดหมวดอยู่ในกลุ่มศัพท์หางาน ทั้งหมดนี่แสดงให้เห็นแล้วว่า Supply ของแรงงานมีเยอะขนาดไหน

ในด้าน Demand หรือคนโพสงานนั้นไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดจาก Amazon หรือแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการแต่มีการคาดคะเนจากเว็ป mturk-tracker tool ว่ามีการ request งานเฉลี่ยมากถึง 1,278 งานต่อวัน (อ้างอิงจาก Pew Research Center) หรือเราจะนับจากเวปแนว Gig economy เช่น Fiverr ก็ได้ ที่งานประเภทเดียวกันนี้ฮิตกันอย่างมาก

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าทางด้านนักลงทุนจะมั่นใจกับตลาดนี้พอสมควร บริษัทอย่าง CrowdFlower ซึ่งให้บริการลักษณะที่ไกล้เคียงกับ Amazon MT ได้รับเงินลงทุนทั้งหมดสูงถึง $58m

ปัญหา

แม้ว่า Amazon MT หรือ Crowdsourcing platform อื่นจะสามารถสร้างรายได้ให้กับคนหมู่มาก แต่ว่ามันก็เป็นที่วิจารณ์ว่ารายได้ที่เหล่าคนงานเหล่านี้ได้นั้นน้อยมากกว่าที่ควรจะเป็นเพราะตัว Amazon และเหล่า platform อื่นๆเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงลิบ สื่อต่างประเทศถึงกับขนานนามให้ว่า Amazon MT นี่เปรียบเสมือน Digital Sweatshop หรือโรงงานนรกดิจิตอล เลยครับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินให้กับคนงานด้วยเนื่องจากคนงานบางส่วนมาจากต่างประเทศ ซึ่งการโอนเงินผ่านแบงค์ระหว่างประเทศหรือ Paypal นั้นมีค่าธรรมเนียมที่แพงมากเช่นกัน

ทางออกคือ Gems ??

Gems เข้ามาแก้ไขปัญหาโดยการสร้าง Decentralized Crowdsourcing platform สำหรับ micro task หรือ micro service โดยที่ Gems นั้นจะไม่มีการเก็บค่านายหน้าหรือค่าธรรมเนียมจากนายจ้างและคนงานเลย ทำให้นายจ้างสามารถจ้างงานได้ถูกลง คนงานก็ได้รายได้มากขึ้นทำให้ win-win กันทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้นอีกด้วย อีกอย่างที่สำคัญมากๆคือ เราจะสามารถจ้างงานข้ามประเทศแบบ borderless ได้โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องการโอนเงินเหมือนเมื่อก่อน

วีดีโอข้างล่างนำเสนอถึงวิธีการแก้ปัญหาของ Gems ครับ ส่วนรูปด้านล่างคือการเปรียบเทียบ Gems กับคู่แข่งในวงการ

มาดูตารางเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

เหรียญมีไว้ทำอะไร และจะมีมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร

เหรียญ Gems มีหน้าที่เป็นค่าเงินในระบบ หากคนต้องการจ้างงานก็ต้องใช้ Gems เวลาคนงานจะรับเงินก็จะได้เป็นเหรียญ Gems มูลค่าของเหรียญจะเพิ่มขึ้นจากการจ้างงานและการรับงานที่เยอะมากขึ้นผ่านระบบ

ทำไมถึงน่าลงทุน

  • เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ Business model นั้นได้รับการพิสูจน์แล้วจาก MT ว่ามันเวิร์ค
  • ทีมแข็งแกร่ง (พวกที่กล้า drop out จากโรงเรียนดังแล้วเข้า Thiel fellowship เพื่อสร้าง startup อารมณ์ประมาณรอเรียนจบไม่ได้ อยากสร้างธุรกิจเลย ทาง Fellowship นั้นจะให้เงินลงทุนสำหรับคนที่ถูกคัดเลือกกลุ่มนี้)
  • Hype ดีมาก
  • Roadmap มุ่งเป้าไปที่การดัน platform ให้เป็นที่ฝึกฝน AI ซึ่งถือเป็น mega trend ตอนนี้ (machine learning)
  • Features เหนือกว่าคู่แข็งในวงการ ส่วนตัวแล้วคอยน์แมนคิดว่าโปรเจคนี้เหนือกว่า Storm เยอะครับ (ยิ่งถ้ามีคนเปรียบเทียบกับมูลค่า Storm ตอนนี้ Gems น่าจะราคาขึ้นง่ายๆเลยทีเดียว)

ความเสี่ยง

  • ไม่มีปัจจัยอื่นๆที่จะมาช่วยเพิ่มมูลค่าเหรียญได้นอกเหนือจาก Volume และความต้องการใช่งาน micro service เพิ่ม
  • หากคนงานไม่มีความเข้าใจเรื่องคริปโตอาจจะทำให้ปฏิเสธการใช้ platform และกลับไปหาคู่แข่งที่ให้เป็นเงิน USD แทน (ในบางประเทศไม่มี Crypto exchange ก็อาจทำให้คนไม่มาทำ เพราะถอนเงินออกไม่ได้)
  • อาจมีคู่แข่งในอนาคตเยอะ ทั้งแบบธรรมดาและ decentralized

ระยะสั้น

น่าจะปลอดภัยไม่ขาดทุน Flip ทำกำไรได้ แต่เรื่องมูลค่าเพิ่มหลายเท่าตัวทันทีหลังเข้า Exchange คงต้องดูอีกทีว่า Hard cap นั้นเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องระวังเพราะตอนนี้ ICO ใหม่ๆออกมาเยอะมาก ถ้า Gems เข้า Exchange จังหวะตลาด Alt กำลังลงก็มีความเสี่ยงอยู่เล็กน้อย

ระยะยาว

ตัวนี้คอยน์แมนคิดว่าเหมาะกับสาย VI หรือคนกำลังที่ตามหาโปรเจคที่ถือยาวนะครับ เพราะตอบโจทย์ตลาดอย่างแน่นอน คอยน์แมนถือว่า Gems เป็นโปรเจคหลักพันล้านดอลลาร์นะครับ อย่างไรก็ตาม เราก็ควรจับตาดูการพัฒนาของโปรเจคและคู่แข่งอยู่เรื่อยๆเหมือนครับ ว่ามีโปรเจคไหนที่เหนือกว่ามาแข่งไหม