[2016] [Books] 7 อุปนิสัย ของผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง ของสตีเฟน โควีย์
บันทึกนี้เป็นบันทึกกันลืม และร่างแบบด่วนที่สุด เพื่อไม่ให้ลืมเนื้อหาที่ได้จากหนังสือ 7 นิสัยของผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง เขียนโดยสตีเฟน โคเวย์ และเป็น Check List เป้าหมาย “อ่านเอาเรื่อง 2 เล่มต่อ 1 เดือน” ของผม
สรุป
- อธิบาย P/Pc Balance : คนเราต้องมี P / PC ( P = ผลผลิต , PC = ความสามารถในการผลิต) ขอให้นึกถึงห่านไข่ทองคำที่มันสามารถออกไข่ทองคำได้เพียงวันละฟอง ห่านตัวนี้ได้ทำให้เจ้าของมันซึ่งเป็นชาวนารำ่รวย แต่ชาวนาอยากรวยเร็วจึงคว้านท้องหวังเพื่อจะได้ไข่ทองคำเพิ่ม แต่อนิจจาไม่ปรากฏไข่ทองคำในท้องห่าน ชาวนาท่านนี้นอกจะเสีย PC (ห่าน) ไปแล้ว ก็ยังไม่ได้ P (ไข่ห่าน) สรุปชาวนาก็จนต่อไป
นิสัย 1- 3 เป็นชัยชนะส่วนบุคคล นิสัย 4–6 เป็นชัยชนะกับส่วนรวม ซึ่งจะผ่านด่าน 4–6 ได้ ต้องมี 1–3 ก่อน
- นิสัยที่ 1 : เป็นคนเชิงรุก (Be Proactive) => โดยพื้นฐานเลยเราต้องเป็นคนที่มีอิสระในการเลือกตอบสนองต่อสิ่งเร้า (ทั้งภายในและภายนอก) ต้องไม่ยอมให้ใครมากำหนดว่าเราต้องทำนั่นทำนี่ แต่กระนั้นเราก็ต้องรับผิดชอบผลลัพท์ที่เกิดจากการตอบสนองของเรา อ่าวแล้วเราจะตอบสนองอะไรบ้างอะ ก็ตอบสนองเท่าที่ควบคุมได้ (ในหนังสือใช้คำว่าเขตอิทธิพล) และจะไม่กังวลกับเขตนอกอิทธิพลตัวเอง (คือ มันค่อนข้าง Abstract นะ แต่ถ้ายังงงขอให้กลับไปอ่านในหนังสือเพิ่มเติม) คนทรงประสิทธิผลจะตอบสนองในเขตอิทธพลตัวเองให้ดีก่อน แล้วค่อยขยายอิทธิพลกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนค่อยๆกินขอบเขตนอกอิทธิพล
สรุปง่ายๆ คือ นายต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้
- นิสัยที่ 2 : เริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจ => ให้เรานึกว่าเราอยู่บนหลุมศพตัวเองและในขณะนั้นให้บอกกับศพของเราว่า เราอยากให้โลกนี้กล่าวกับหลุมศพเราว่า “เราเป็นใคร ทำอะไรดีไว้บ้าง ไม่ดีไว้บ้าง อย่างไร ฯลฯ” นั่นคือ จุดหมายในใจ (เอาง่ายๆคือ นายจะเอาอย่างไรกับชีวิตนี้ กันแน่) เมื่อเราเริ่มต้นด้วยจุดหมายในใจแล้ว จุดหมายนี้จะทำให้เราอยู่อย่างมีเป้าหมาย อยู่อย่างมีชีวิตอย่างรู้คุณค่า มันจะเป็นธรรมนูญกำกับชีวิต การกระทำของเรา การเลือกตอบสนองของเรา
สรุปง่ายๆ คือ นายต้องมีเป้าหมาย
- นิสัยที่3 : ทำสิ่งสำคัญก่อน => แน่นอนว่าไม่ว่าคนรวย คนจน คนประสพความสำเร็จ คนล้มเหลว ล้วนมีเวลาเท่ากัน แต่จะต่างกันที่การใช้เวลาต่างหาก การแบ่งเวลามีสี่ยุค ยุคแรกๆ ก็เป็นทำตามคำบอก, Log sheet , Action Plan และรุ่นล่าสุด (รุ่น 4) คือ ตารางไอเซนเฮาว์เมตริก ( 1. สำคัญ ด่วน เช่น ประชุมตัดสินใจอย่างเร่งด่วน , 2. สำคัญ ไม่ด่วน เช่น การดูแล Balance P / PC อย่างออกกำลังกายเพื่อป้องกันการล้มป่วย , 3. ไม่สำคัญ ด่วน เช่น รับโทรศัพท์เม้าส์กับเพื่อน , 4. ไม่สำคัญ ไม่ด่วน เช่น ดูทีวียืดเยื้อ) โดยสรุปคือ พยายามตัด 3, 4 ออกไปเพราะมันเปลืองเวลา ลด 1 เพราะเราจะได้มีเวลาไปเพิ่ม 2 ซึ่งเป็นการรักษาสมดุล P/PC อีกทั้งยังเป็นการลด 1 ไปในตัว แล้วทำอย่างไรล่ะ??ก่อนอื่นนายต้องมีนิสัย 1, 2 ก่อน ถ้ามีแล้วให้ วางแผนงานรายสัปดาห์ที่สอดคล้องกับนิสัย 2 แล้วทำมันซะ พร้อมกับหมั่น Review && Revise แผนงาน
สรุปง่ายๆ คือ เลิกไร้สาระ และลดงานเร่งด่วน (คือ ไม่ใช่ไม่ให้มีแต่ลดให้น้อยลง เราจะได้เหนื่อยน้อยลง) ให้ไป Focus ที่เสริมสร้าง P/PC Balance และทำงานสำคัญให้แต่เนิ่นๆ
บทคั่นกลางว่าด้วยการมอบหมายงาน การมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิผลนั้นคือ 1. ชัดเจนกับผลที่อยากได้ 2. GuideLines คำแนะนำว่าเราควร/ไม่ควรทำอะไร ผลที่ตามมาคืออะไร (ไม่ใช่บอกวิธีทำนะ) 3. แนะนำ Resource ที่เกี่ยวข้อง เช่น เงิน , คน , สิ่งอำนวยความสะดวก 4. กรอบ ทั้งกรอบเวลา และกรอบความรับผิดชอบ 5. ผลที่ตามมา ดี/ร้าย การให้รางวัล และการลงโทษ (อันนี้ต้องชัดเจนด้วย)
- นิสัยที่ 4 : คิดแบบ win — win : แน่นอนต้องมีชัยชนะส่วนตนก่อนมาถึงด่านนี้ คิดแบบ win — win คือ การทำให้ทั้งสองฝ่าย เขาและเราได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายโดยเราต้องมั่นคงในจุดยืนของเราด้วย(อยู่ในเขตอิทธิพลเรา) แย่ที่สุดคือ แพ้-แพ้ ซึ่งประนีประนอม ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ประโยชน์ แต่แย่ยิ่งกว่าคือ แพ้-ชนะ , ชนะ-แพ้ สองอย่างนี้คือระเบิดเวลา มันจะทำให้เราไม่ไว้ใจกันอย่างสูงสุดท้ายความสำพันธ์ก็จะสะบั้น เช่น การฟ้องร้องในศาล
สรุปง่ายๆ คือ เน้นประโยชน์ร่วมกันโดยเราก็ไม่เปลี่ยนจุดยืน (คงนิสัย 1 , 2 ไว้หนักแน่น) แย่สุดคือ ประนีประนอม (ต่างคนต่างไปอย่างสะบายใจ) หลีกเลี่ยงแพ้ ชนะ , ชนะแพ้ เพราะมันจะทำให้ต่างฝ่ายต่างไม่เชื่อถือและไว้วางใจกัน หากเลวร้ายความสัมพันธ์จะขาดสะบั้นต่อไม่ติดอีก
- นิสัยที่ 5 : เข้าใจคนอื่นก่อนถึงให้คนอื่นเข้าใจเรา => ซึ่งจะเสริมนิสัย 4 (คิดแบบ win — win) ก่อนอื่นนายต้องฟัง และเข้าใจคนอื่นก่อน ฟังให้เข้าใจ (รู้ได้อย่างไรว่าเราเข้าใจ ?? ให้สมมุติว่าเราเป็นผู้พูดและตีความหมายแต่ละคำพูดออกมาเป็นความรู้สึกของผู้พูด) เมื่อเราเข้าใจเขาแล้วจริงๆ เค้าจะไว้ใจเรา อย่าเสแสร้ง เพราะภาษากับท่าทางมันบ่งบอก แล้วเค้าจะถอนความไว้เนื้อเชื่อใจจากบัญชีออมใจ ( ภาษาบ้านๆ คือ การซื้อใจ )ของเราขนานใหญ่ แต่เมื่อเราเข้าใจเขาแล้วจริงๆ เราเหมือนฝากบัญชีออมใจครั้งใหญ่และอีกฝ่ายก็จะเปิดรับเราเอง
สรุปง่ายๆ คือ ฟังอย่างตั้งใจไร้อคติ ฟังอย่างจริงใจ ให้เข้าใจความรู้สึกของผู้พูดจริงๆ จากนั้นเค้าจะเปิดรับความคิดเห็นของเรา
- นิสัยที่ 6: ผสานพลังความต่าง => ก่อนมาผสานฯ ตรงนี้นายต้องผ่านด่าน 1 -5 มาก่อน และก้าวสู่ด่านที่ 6 คือผสานพลังความต่าง เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า เมื่อสำเร็จแล้วนายจะฟินและเสพติดความสำเร็จ นิสัยที่ 6 นี้ตรงตัวคือ เอาความต่าง ของคนต่างๆกันมาตีบวกกัน มันจะทำให้ได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่ โดยคนเหล่านี้ต้องผ่านด่าน 1- 5 มาแล้วทั้งสิ้น สุดท้ายคนเหล่านี้จะฟินกับผลงานยิ่งใหญ่ที่พวกเขาสร้าง และเป็นการออมใจครั้งยิ่งใหญ่อีกด้วย
สรุปง่ายๆ คือ เอาความแตกต่างกันมาหลอมรวมกัน เพื่อให้เกิดผลงานที่ยิ่งใหญ่ แปลไทยเป็นไทยคือ เล่นเป็นทีม
- นิสัยที่ 7 : ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ => เวลาเราเลื่อยไม้ ฟันเลื่อยจะทู่แล้วเราก็จะเหนื่อยขึ้นเพราะเลื่อยไม่เข้า คนเหมือนกันเราต้องมีเวลาลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ และต้อง Based on P/PC Balance ด้วยนะ หลักๆคือ 1. Physical เช่น การออกกำลังกาย 2. ฝึกฝนความรู้ เช่น อ่านหนังสือ เข้าสัมมนา 3. ฝึกฝนจิตวิญญาณ เช่น นั่งสมาธิ 4. แบ่งปันสู่สังคม สิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ในช่อง สำคัญ ไม่เร่งด่วน ทั้งสิ้น และเมื่อเราเริ่มเลื่อยไม้ต่อ ทีนี้ก็เหนื่อยน้อยลงเลย
สรุปง่ายๆ คือ พยายามฝึกตนเพื่อรักษา PC อยู่เสมอๆ เราจะทำงานได้ P ที่ดีขึ้น
ทั้งหมดที่เขียนมานี้เป็นการสรุปใจความสำคัญที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้มา ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยให้หาหนังสืออ่านเอาครับ (หนาประมาณ 500 หน้า) ถ้าแบ่งเวลาดีๆ 4 ชั่วโมงต่อวัน ภายใน 5 วันก็จบครับ อันนี้แล้วแต่คนด้วย
แนะนำเป็นภาษาอังกฤษครับ เพราะแปลไทย (10th Edition) ค่อนข้างวกวน แม้ 11st Edition ก็ยังอ่านยากอยู่ดี (คือดีขึ้น แต่ก็ยังใช้คำเปลืองอยู่ดี)