รู้สึกผิด
จิบเบาๆ เหล้ากลมนึง เบียร์สามขวด น้องจะไปต่อแต่เสียดายไปด้วยไม่ได้ พรุ่งนี้ตั้งใจจะทำงาน
คืนนี้รู้สึกดีขึ้นที่ได้เล่าความฮาของโปรเจคที่ผมกำลังดราม่าในเฟสให้ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งฟังแล้วคนในวงก็ฮาด้วย (อย่ามองผมตัวจริงว่าเกรี้ยวกราดเหมือนในเฟสนะ นอกเฟสผมมองปัญหาเป็นเรื่องตลก ต้องไปถามคนที่ผมเคยเล่าดราม่า) และยังทำให้ผู้ใหญ่อีกท่านที่เป็นที่ปรึกษาของพี่สาวที่ผมชื่นชอบอยู่แกเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟังว่า พี่สาวคนนี้แกพยายามช่วยประสานงานคนในทีมที่ผมกำลังดราม่าอยู่ให้ทำงานร่วมกันได้ แต่กลับเจอสภาวะอารมณ์ตรึงเครียดของทีมจนทำให้แกคิดว่า
“ขนาดมาช่วยยังมาถูกด่าฟรีอีก”
วันนั้นผมแก้โปรแกรมตามที่พี่ท่านหนึ่งอยากให้เป็นและรอ commit กลับเข้าไปอยู่ แต่มีโค้ดของอีกท่านหนึ่งยีงไม่แก้ตามที่พี่ท่านนั้นบอก ผมเลยทำงานต่อไม่ได้เลยต้องรอ พอพี่สาวคนนี้เดินมาบอกว่า
“เห็นในเมล์เขาบอกให้เกียรติแก้โปรแกรม แล้วเหมือนว่าเกียติยังไม่แก้นะ”
ด้วยอารมณ์ตอนนั้นทำให้ผมขึ้นเสียงแล้วตอบกลับไปว่า
“พี่! ผมแก้แล้ว แต่มีโค้ดบางคนที่ยังไม่แก้ ผมเลยทำต่อไม่ได้”
พี่สาวคนนั้นก็ยังควบคุมอารมณ์อยู่และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า
“ก็เห็นในเมล์เขาบอกว่าโค้ดโปรแกรมส่วนของเกียรติเขาแก้บางอย่างให้ไม่ได้ต้องรอเกียรติเป็นคนแก้ เอง ลองไปคุยกับเขาดูซิ”
พอได้ยินแค่นั้นแหละ ผมของขึ้นเลย แล้วตอบแกแบบมีอารมณ์ว่า
“ได้พี่! จะรออะไรหล่ะ”
ผมถอดสายไฟ notebook แล้วเดินไปหาพี่คนที่เป็นต้นเรื่อง แล้วบอกแกว่า
“พี่คับ โค้ดที่พี่จะแก้หน่ะ มันแดงอยู่นะ ผมเลยทำงานต่อไม่ได้”
แล้วชี้ให้แกดู แกก็ร้องอ๋อออ แล้วบอกว่าโค้ดชุดนี้ไม่ใช่ของพี่ มันของคนนั้น ผมก็เดินไปหาคนนั้นแล้วแจ้งแก แกก็บอกว่า
“อ๋ออ พี่แก้แต่ย้งไม่ได้ commit หน่ะ”
พอรู้สาเหตุผมก็ไปแจ้งพี่สาวคนนั้นว่า
“โค้ดส่วนที่ error อยู่เป็นของพี่อีกคนนะครับ ไม่ใช่ผมนะ”
พอกลับมานั่งโต๊ะ รวบรวมสติก็นึกได้ว่า เราไม่น่าแสดงอารมณ์กับพี่สาวคนนี้แบบนั้นนะ ถ้าพี่เห็นข้อความนนี้อยากให้รู้ว่า ผมไม่สบายใจอยู่สองวันเต็มๆ จนไปโพสต์ในเฟสประมาณว่า
“ช่วงนี้หงุดหงิดง่าย เลยไม่อยากคุยกับใคร กลัวเอาระเบิดไปลง”
ปัญหาของทีมนี้ก็อย่างที่ผมพร่ำเพ้อ อยู่ทุกวันจนจะชินกันแล้ว หลักๆ คือ
“เขาทำงานแบบไม่คุยกัน”
แค่นั้นเอง ส่วนปัญหาจริงๆ พี่น่าจะรู้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ ในฐานะที่เคยร่วมงานกับคนในทีมนี้มานาน
ผมก็เคยพยายามทำตัวเป็นคนกลาง อยากประสานงานให้โปรเจคมันเดินได้ราบรื่น แต่ก็เจอกับสภาวะอารมณ์ของคนในทีมแบบที่พี่กำลังเจอตอนนี้นี่แหละ จนผมยอมแพ้แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานเฉพาะส่วนของตัวเองต่อไป
Email me when kiattikhun publishes or recommends stories