สี่วันที่ผ่านมาฉันผ่านช่วงอารมณ์ที่ผันเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็ว ไม่เคยคิดว่าเป็นแบบนี้มาก่อน แต่ก็มีเรื่องให้น่าจำ ไม่รู้ว่าจำแล้วมันจะดีหรือยิ่งแย่กับตัวเองก็ไม่รู้ กลับมาอ่านอาจจะยิ้ม หรืออาจจะร้องไห้คิดถึง
ช่วงนี้เป็นช่วงรับน้อง มีงานเยอะแยะจัดขึ้นเพื่อให้รุ่นน้องเข้าร่วมกิจกรรม แต่แน่นอนการจะจัดกิจกรรมอะไรแบบนี้ก็ต้องมีรุ่นพี่เข้าไปช่วยงานไไปเกี่ยวข้องบ้าง
ที่มหาวิทยาลัยของฉันก็เช่นกัน มีงานมากมายและหนึ่งในงานนั้นก็คือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กรุ่นน้องมีจิตอาสาช่วยประชาชน เป็นกิจกรรมสามวัน แบ่งตามคณะเป็นสามกลุ่มใหญ่ๆ ไปวันละที่ วันละกิจกรรม ฉันได้ไปช่วยงานอยู่ที่ฐานจิตอาสาสักอย่างนี่แหละ แล้วในฐานนั้นจะแบ่งย่อยเป็นอีกหลายๆฐานเล็กๆซึ่งจะเกี่ยวกับการช่วยเหลทอประชาชนด้านต่างๆ ฉันและเพื่อนอยู่ฐานประดิษฐ์เครื่องพ่นยาสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด จริงๆไม่ได้อยากมาทำงานมาช่วยงานอะไรทั้งสิ้น แต่เพื่อนชวนไง กลัวเพื่อนเหงาอ่ะมาให้ก็ได้ มาๆๆ คุยกันตอนแรกคือมาช่วยงานแค่ช่วงบ่ายนะ ไม่เอาช่วงเช้และจะไม่ช่วยทั้งวัน ไม่ชอบงานแบบนี้คือไม่ใช่ไม่ชอบช่วยเหลือใคร ไร้น้ำใจ แต่ไม่ชอบกับการทำงานกับคนหมู่มาก ชอบทำงานคนเดียว คนยิ่งเยอะปัญหามันก็ยิ่งเยอะด้วยไง
วันที่ 2 สิงหา เป็นวันที่เริ่มเข้าฐานวันแรก เพื่อนที่มาช่วยในฐานก็เป็นรุ่นน้องกับรุ่นเดียวกัน มีรุ่นพี่แค่คนเดียวชื่อพี่หมู ซึ่งก็คุยกันได้พี่เขาเป็นคนน่ารักดี การทำงานสอนน้องวันนี้ค่อนข้างปั่นป่วนเพราะคนที่จำได้แม่นสุดคือรุ่นน้องคนนึง ซึ่งฉันที่ต้องไปสอนน้องอีกทีทั้งที่จำไม่แม่นว่ามันทำยังไงบ้างทำให้ค่อนข้างวุ่นวายปั่นป่วน ผิดแล้วก็ต้องหาของไปใหน้องทำใหม่ ยอมรับว่าทำฐานตัวเองป่วนไว้มาก แต่ทั้งพี่ๆและน้องๆก็ไม่ได้ว่าอะไร มันทำให้เรารู้สึกดีกับการทำงานแบบนี้ขึนมาหน่อย อย่างน้อยก็ไม่มีใครเรื่องมาก วันนั้นจบลงด้วยดี ก่อนกลับพี่หมูเรียกให้ไปถ่ายรูปร่วมกัน เฉพาะสตาฟฐาน ตอนนั้นอารมณ์เสียมาก หงุดหงิดอยากกลับหอ รำคาญทุกอย่าง อยากวีนอยากเหวี่ยงแต่ว่าอยู่ในที่สาธารณะไม่ได้มีแค่เพื่อนเรา อ่าเลยแบบเก็บไว้ๆ ทนไว้ๆ แต่ถึงจะบอกอย่างนั้นทนไม่วีนแต่คือมันก็ออกทางสีหน้าสายตา 55555555 แน่นอนโดนเรียกไปถ่ายรูปทั้งที่จะกลับบ้านทำให้อารมณ์ปริ๊ดขึ้นสูงมากด้วย ตอนเดินไปรวมกลุ่มได้ยินพี่หมูพูดอะไรสักอย่าง พร้อมๆกับได้ยินว่าพี่โน่ๆ คือวันนี้ได้ยินชื่อพี่โน่บ่อย น้องๆในฐานก็พูดกันบ่อยมาก แต่เราก็ไม่รู้ เข้าไปถ่ายรูปรวม ตอนเดินเข้าไปก็เห็นผู้ชายคนนึงใส่ชุดต่างจากพวกเรา คือคนในฐานนัดกันใส่เสื้อสีๆแต่เขาคนนี้ใส่ชุดนักศึกษา นี่ก็คิดเอาเองว่าสงสัยเพิ่งไปสอบแอบอยากรู้ว่าเป็นใครเพราะมองไปปุ๊บเห็นหน้าสบตากัน มันรู้สึกมีบางอย่าง เขาถูกใจอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่มองกันคือก็รู้ว่ามันมีพลังงานบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเรา แต่เพราะอารมณ์ไม่ดีจึงถ่ายรูปไปไม่ได้ใส่ใจและไม่มีการยิ้มให้กล้องเลยสักรูป
วันที่สองของการทำงาน วันนั้นวันที่ 3 สิงหา พี่หมูนัดสตาฟเจ็ดครึ่ง แน่นอนใครจะไปตื่นไหว ผลสุดท้ายคือไปสายค่า ไปถึงที่ศูนย์ประมาณเกือบๆแปดโมง เดินไปถึงเลี้ยวเข้าห้องเปิดเข้าไป เจอผู้คนนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องเหมือนกำลังประชุมกันประมาณ 4 คน กับ 2–3 คน ยืนอยู่จัดของ ฉันและเพื่อนนัมเบอร์วันและทูก็หน้าชากระดากอายกับการมาสาย ค่อยๆเดินเงียบๆเข้าไปแต่คือห้องมันก็ไม่ใหญ่ ประตูมันอยู่ท้ายห้อง ใครเข้ามามันก็เห็นอยู่แล้วจะๆ ฉันเดินเข้าไปเป็นคนที่สองต่อจากเพื่อนนัมเบอร์วันที่ใจกล้าก้าวเท้าเข้าไปก่อน เราสามคนเดินเงียบๆเข้าไปประหนึ่งนักโทษรอประหาร ฉันก้มหน้าลง ก่อนจะเงยไปมองที่โต๊ะ ฉันพบกับเขา!! เขาคนเมื่อวาน เขาที่ฉันถูกใจตั้งแต่ตอนแรก เขากำลังมองหน้าฉัน เราสบตากับแค่แว๊ปหนึ่ง ก่อนจะต่างคนต่างหลบไป ฉันปั้นหน้าเหมือนไม่มีอะไร ไม่รู้สึกอะไร เดินไปหาที่นั่ง ที่นั่งข้างๆเขาว่างแต่ฉันไม่กล้า จะให้เข้าไปนั่งข้างๆเลยก็ไม่กล้า ฉันรู้สึกมันมีอะไรบางอย่างเริ่มเกิดขึ้นในใจฉัน ฉันเขิน แต่ตอนนั้นยังพอจะกล้าแอบมองเขา ฉันมองไปที่ป้ายชื่อที่สตาฟทุกคนต้องห้อยไว้ มันเขียนว่า “โน่” ทุกอย่างประติดประต่อเป็นเรื่องในหัวฉันทันที ฉันมารู้อีกทีทีหลังว่าพี่โน่เป็นหัวหน้าฐานกับพี่หมู เหมือนแทบจะเป็นตัวคุมทุกอย่าง แต่วันแรกพี่เขาไม่ว่างมาเพราะติดธุระ ซึ่งเดาว่าติดสอบปิดซัมเมอร์เพราะใส่ชุดนักศึกษามา ฉันแอบมองเขาหลายรอบ55555555 เรานั่งอยู่ห่างกันแค่เพื่อนนัมเบอร์วันกั้นคนเดียว ซึ่งค่อนข้างใกล้กัน ฉันและเพื่อนทั้งสองค่อยๆหยิบข้าวเหนียวไก่ทอดมายัดใส่ปากช้าๆ ทุกอย่างดูเครียด บรรยากาศเงียบก่อนที่ เขาจะหันมาถามกลุ่มเราว่า อยู่ปีอะไรกัน ซึ่งแน่นอนฉันไม่ใช่คนตอบ เขินแล้วมันพูดไม่ได้ มันพูดไปแล้วกลัวเขารู้5555555 เพื่อนนัมเบอร์ทูเป็นคนตอบไปว่ากำลัขึ้นปีสอง นางก็เงียบกันไปอีกแปบนึงก่อนที่จะเดินไปจัดของอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ซึ่งทุกอย่างฉันคอยลอบมองตลอด พูดแล้วขำตัวเองเหมือนโรคจิตชะมัด เขาแยกโต๊ะไปสอนสตาฟใหม่ที่เพิ่งมาซึ่งฉันไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไหร่ ตอนนั้นเป็นจังหวะที่ได้หันไปกระซิบกับเพื่อนนัมเบอร์วันแอนด์ทูว่า เออพี่คนนี้โดนใจจัง รู้สึกชอบ ซึ่งเพื่อนก็รับรู้แล้วก็พยายามอ้อล้อให้ได้เขินกันบ่อยๆ
พอเวลาประมาณหนึ่ง ทุกคนแยกย้ายไปทำงานทำหน้าที่ตัวเอง ฉันก็เช่นกันอยู่ในฐานที่มีสตาฟคนอื่นมาอธิบาย เขาอยู่ใกล้ๆฉันก็แอบมอง และอย่างที่บอกว่ามันเหมือนมีอะไรบางอย่างระหว่างเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน เขาเองก็มองมาพอสบตาต่างคนก็จะต่างทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันต้องแอบหันไปยิ้มคนเดียวบ่อยๆ เป็นการทำงานที่ค่อนข้างแฮปปี้มีความมสุขดี๊ด๊าอยากทำไปนานๆ เวลาเดินสวนกันระหว่างสอนน้องทุกอย่างจะดูนิ่ง เงียบ เขานิ่ง ฉันนิ่ง ไม่มีการหันมองหรือหันยิ้มให้กัน มันแปลกๆใช่ไหม ฉันว่ามันดูแปลกๆความสัมพันธ์ระหว่างเรามันแปลกเหลือเกิน แต่ก็รู้สึกแฮปปี้กับความคลุมเครือแบบนั้น เขาอยู่หน้าฉันอยู่หลังเงยหน้ามามอง สบตา ก่อนจะไปทำงาน มันวนลูปอยู่แบบนี้หลายรอบมาก มีบ้างที่ฉันเล่นกับน้องสตาฟที่เขาสนิทก็จะเห็นเขาโฉบมาใกล้ๆบ้าง มียิ้มให้กันไกลๆบ้างแค่นิดๆพองามคงระดับพี่น้องเฉยๆ จนกระทั่งงานเสร็จครึ่งเช้า ฉันได้แจกอาหารให้น้องๆทั้งหลาย ระหว่างกำลังแจกอยู่ เขาก็เดินมาจากหน้าห้องก่อนจะกระซิบระหว่างฉันและเพื่อนสตาฟอีกคนว่า “เหลืออาหารอิสลามไว้ให้พี่กล่องนึงด้วยนะ” ด้วยที่ห้องมันเสียงดัง คนกำลังวุ่นวายทำให้ฉันและเพื่อนอีกคนต้องเอียงหน้าเข้าหาเขาที่กำลังก้มกระซิบ หน้าเขาใกล้ ใกล้แค่นิดเดียว เสียงเขาพูดอยู่ข้างๆหู มันเคลิ้มบอกไม่ถูก 55555555 แต่ต้องรีบดึงสติกลับมาบอกว่า ค่ะๆได้ค่ะ เพื่อความเนียน เดี๋ยวเขาจับไต๋ได้หมดกันพอดี จากนั้นการแจกข้าวก็ดำเนินไป นั่งกินข้าวคุยกันกับสตาฟอื่นในขณะที่เขาก็จัดของไปสำหรับน้องรอบบ่าย หน้าที่ความรับผิดชอบเขาเยอะทำให้ไม่มีเวลามานั่งกินข้าวแบบเรา เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนเขาเหมือนกันนะ แต่อยู่ช่วยไม่ได้ด้วย ตอนบ่ายฉันต้องไปปริ๊นงานที่เอสซี เพราะวันนั้นเป็นวันนัดส่งรายงานวันสุดท้ายแล้วยังไม่ได้ปริ๊น ฉันและเพื่อนทั้งสองจึงต้องขอตัวแว็บไปปริ๊นงาน จังหวะที่หิ้วกระเป๋าจะออกไป แค่แว๊ปเดียวเท่านั้นที่รู้สึกว่าเขามองมาด้วยสายตาที่อยากจะรู้ว่าเราไปไหน นี่อาจจะคิดไปเองก็ได้ เพราะมันแค่แว๊ปเดียว แว๊ปเดียวจริงๆ ฉันเดินไปอย่างอาลัยอาวรณ์ งานการม่อยากทำส่งแล้ว แต่ไม่ได้การเรียนต้องมาก่อน เกรดต้องสวยไม่ว่าจะต้องหายไปจากเขาก็ตาม55555 แต่ก็ไปแค่สักพักใหญ่ๆเท่านั้นแหละ หลังจากเอารายงานไปส่งที่ห้องพักอาจารย์เรียบร้อยก็กลับมากันที่ศูนย์ มาช่วยงานต่อ กลับเข้าไปก็พบว่าน้องๆทำเสร็จหมดแล้ว ขยะก็แทบจะเก็บกันหมดแล้ว เอาง่ายๆคือแทบไม่เหลือหน้าที่อะไรให้เราทำเลย เราสามตัวก็ค่อยๆย่องเข้ามาแล้วนั่งจ๋องหน้าเจี๊ยมเจี้นมข้างหลังห้อง เป็นเวลาที่ต้องพาน้องไปเข้าห้องประชุมใหญ่ อ่ะนี่ก็พาออกยืนข้างนอกอย่างงงๆ อีน้องก็ไม่ค่อยฟังเราเลย ให้ตะโกนแหกปากก็ไม่เอา ทุกอย่างดูวุ่นวายจนกระทั่ง พี่โน่เดินออกมา ตรงแถวน้องก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแกมตะโกนต่อหน้าฉันและเพื่อนนัมเบอร์ทูว่า “ไปเข้าแถวตรงนู้น ไปเข้าแถว!!” หน้าเขานี่ยุ่งมาเลย คิ้วขมวด ปกติก็ดูเงียบๆขรึมๆน่ากลัวๆอยู่แล้ว พอเจอตะโกนน้ำเสียงแบบนั้นเล่นเอาฉันต้องถอยไปหลบหลังเพื่อนนัมเบอร์ทู เราสองคนคิดเหมือนกันว่า คงจะต้องโดนดุเข้าให้แล้ว เพราะเราคุมน้องไม่อยู่จริงๆ พี่เขาเลยต้องวุ่นออกมาสั่งให้ เพราะหลังจากนางสั่งน้องๆที่ดูวุ่นวายก็เข้าแถวเป็นระเบียบได้ ยอมใจกับความน่ากลัวของเขาจริงๆ หลังจากเดินออกไปพาน้องเข้าห้องประชุมใหญ่จนกระทั่งแยกย้ายทางใครทางมัน ฉันและเพื่อนอีกสามคนพร้อมด้วยน้องสตาฟอีกคนอยู่เล่นวอแวกันเพราะเขาจะแจกเสื้อให้ใส่พรุ่งนี้ อยู่สักพักโดยไม่รู้เลยว่า พี่โน่เรียกสตาฟฐานประชุมในห้อง เดินเล่นวอแวรอเวลาจนเพื่อนนัมเบอร์วันไปส่องหน้าห้องหาพี่ๆในฐานเจอทุกคนในฐานยกเว้นเราสี่คนนั่งประชุมหน้าเครียดในห้อง โอ้โหโฮลี่ชิทสุดๆ นอกจากจะแอบหายไปกว่าจะกลับมาก็นานแล้ว ประชุมยังไม่เข้าประชุมอีก ตอนนั้นคิดเลยว่าไม่รอเสื้อแล้ว จะกลับบ้านเพราะถ้าเขาออกมาเห็นว่ายังไม่กลับแต่มัวเล่นโดยไม่เข้าประชุมมันจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่าพอจะหนีไปลงบันไดซึ่งบันไดเจ้ากรรมอยู่ใกล้ๆห้อง พอเดินไปเห็นพี่แกออกมาจากห้องพอดี พอดีเด๊ะๆเลย เจอกันค่ะโอ้โหหนีไปทันหนีไม่พ้น ตอนนั้นไม่ได้มองหน้าไม่กล้าสบตา เอามือปิดหน้าปิดตาวิ่งลงบันได คิดอย่างเดียวว่าต้องหนีไม่พร้อมโดนด่าจริงๆ แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร เขาม่มีท่าทีว่าจะด่าเพียงแค่ทำหน้าปกติเท่านั้น เป็นจังหวะเดียวที่เพื่อนนัมเบอร์วันและทูมาห้ามไม่ให้วิ่งหนีเตลิดไปกว่านี้ เราสามคนตัดสินใจเดินกลับไปทำทุกอย่างปกติ รอเสื้อซึ่งเสื้อจะแจกให้ในที่ประชุมใหญ่ ที่ทุกฐานมาประชุมกันในห้องใหญ่ นี่ก็แบบเริ่มล่กเพราะไม่อยากให้พี่แกเห็นไซส์เสื้อที่สั่งไปด้วย คือสั่งไปไซส์ยิ่งใหญ่มหาศาลมาก555555555 ผู้หญิงสวยๆเขาไม่ใส่ไซส์นี้กันหรอก แต่ทำไงได้เมื่อเพื่อนยืนยันจะรอ เอ้ารอก็รอวะ!! ระหว่างที่รอเขาก็หายไป คือมองหาไม่เห็นเลย ค่อนข้างเบาใจได้หน่อยเพราะไม่ต้องกดดันกลัวโดนด่า สักพักเขาเริ่มเรียกเข้าห้องประชุม เราสามคนก็แสนซนกำลังเล่นกันบนบันได(ที่ดีๆมีไม่ไปเล่นกัน) ฉันหันไปเห็นเขาที่บันไดฝั่งตรงข้าม และเขาก็มองมาอยู่ซึ่งเป็นจังหวะที่หงายหลังแทบตกบันไดไป โชคดีเพื่อนทั้งสองคว้าไว้ได้ เป็นอะไรที่ทำให้อายจนอยากจะมุดหน้าลงในดินจนกว่าจะผ่านเรื่องวันนี้ไป แต่ความจริงโหดร้าย พี่หมูมาตามเข้าห้องประชุม ในห้องนั้นเป็นห้องกว้างๆโล่งๆ นั่งพื้นล้อมรอบประธานที่นั่งอยู่กลางวงใหญ่ฉันเดินเข้าไปตรงวงที่เป็นฐานซึ่งพี่เขานั่งนำไว้ก่อนแล้ว เราก็ไปนั่งเป็นลูกน้องอยู่ข้างหลังเขา โอ๊ยยรู้สึกถูกปกป้องอยู่หลังเขา555555 ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้วประธานด่าฐานไหนก็โดนหัวหน้าฐานก่อนคนแรก(กุรอดค่าาา) แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ฐานอื่นดดนเล่นบ้างแต่ฐานเรารอดค่าา มันทำให้ฉันและเพื่อนทั้งสองหันไปดูคลิปบีบสิวมโหฬารของเพื่อนอีกคนที่เปิดดูเล่นแทน5555555 (บอกแล้วว่าโคตรดื้อโคตรซน)คือประธานด่าไปอีสี่คนข้างหลังก็หลบหลังเสาซุบซิบกัน ซึ่งก็รอดมาได้อย่างมหัศจรรย์ พอหันไปมองอีกทีพี่แกก็นั่งหลับสัปหงกท่าขัดสมาธินั่นแหละ หัวนี่ห้อยเชียว ดูน่ารักน่าเอ็นดู ฉันแอบเห็นน้องผู้หญิงที่นั่งข้างๆเขาแอบถ่ายรูปนาง โอ๊ยยยต่อมอิจฉาตาร้อนหึงขึ้นมาร้อนผ่าวๆ สีหน้าเริ่มออก เริ่มกัดปาก คิ้วขมวด หันไปอีกทีเจออีพวกที่ไม่ถูกชะตามองหน้าอยู่ สีหน้าเหมือนนางรู้ว่าฉันคิดอะไร ตอนนั้นบอกเลยปรับสีหน้ากลับมาไม่ถูกเลย เหวอไปเลยเหมือนโดนจับได้อ่ะ แต่ว่าก็คิดว่ายังไงเขาก็ไม่มีหลักฐานอ่ะเนอะ
ทุกอย่างในการประชุมผ่านไปด้วยดี โดนสวดกันเสร็จก็ให้ตัวแทนไปเอาเสื้อ ตอนนั้นพี่หมูเป็นคนไปเอา ส่วนฉันและเพื่อนเดินวนๆหาอาหารมากิน55555555 รู้อีกทีคือเห็นพี่หมูหิ้วเสื้อเดินผ่านไปเลยรีบเดินตามเข้าไป หันไปล่กกับเพื่อนนัมเบอร์วันว่าไม่อยากให้ประกาศเลยแม่งพี่เขารู้ไซส์เสื้อละโคตรอายอ่ะ เพื่อนก็หัวเราะกันไม่ทันไรเพื่อนนัมเบอร์วันถูกเรียกไปเอาเสื้อ ฉันเองหันไปล่กกับเพื่อนนัมเบอร์ทูต่อจนไม่ได้ยินว่าเขาเรียกชื่อฉันให้ไปเอา ได้ยินอีกทีเขาเรียกชื่อเล่นฉันกัน มันทำให้ฉันรีบขานรับแล้วเดินยอมรับว่าเป็นเจ้าของเสื้อตัวใหญ่นั้น ซึ่งพี่เขาก็ยืนอยู่ข้างๆพี่หมู แต่ว่าเขากลับหัวเราะออกมา ทุกคนเห็นหมือนกันว่าเขายิ้มหัวเราะเหมือนจะเอ็นดู เขารู้ว่าฉันอายแต่ก็ไม่ได้อะไร ทุกคนเดาออกว่าฉันอาย555555555 อันนั้นควรดีใจไหมวะ? หลังจากนั้นพวกเราสามคนพร้อมด้วยเพื่อนอีกคนนึงหลบไปหาอาหารกิน ส่วนสุดที่รักของฉันก็ไปเคลียร์ของในห้อง จนกระทั่งเมาท์มอยส์กินเสร็จ เพื่อนบอกว่ากลับเถอะละก่อนกลับชวนให้ไปไหว้พี่โน่ นี่ก็ไม่กล้าอีก บ่ายเบี่ยงไม่ไปแต่เพื่อนนัมเบอร์วันไม่ฟังเดินไปไหว้หน้าประตูห้องซึ่งพอดีจริงๆที่เขาลากขยะเอามาทิ้งพอดี เพื่อนนัมเบอร์ทูก็ลากฉันไปไหว้จังหวะนั้นพอดี โหยตอนไหว้ที่ทั้งเขินทั้งอายยังไงไม่รู้ พี่เขาก็ก้มหัวรับไหว้ทุกคนแต่คือเห็นว่าจ้องหน้าฉัน สบตากันเหมือนโลกหยุดหมุนไป ก่อนที่จะตัดใจหันหน้าหนีหันหลังลงบันไดกลับหอไป หัวใจพองโต เพื่อนทั้งสองบอกเป็นคำเดียวกันว่าเขาไม่สนใจคนอื่นเลย เหมือนรับไหว้แค่คนเดียว โอ๊ยยยยยิ่งพูดก็ยิ่งหลงยิ่งรักเขา จะเป็นบร้าาาาาา
วันที่สามของการทำงาน วันที่ 4 สิงหาคม วันนี้ค่อนข้างเพ้อพ่กดรา่มาแต่เช้าเพราะถ้านับตามงานหน้าที่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้เจอกับเขา ละดันเป็นวันที่ทำได้แค่ครึ่งบ่ายเพราะตอนเช้าต้องไปประชุมสตาฟอีกงาน กว่าจะได้ไปฐานช่วยเขาก็ปาไปบ่ายโมง น้องๆเริ่มประดิษฐ์แต่เราก็ยังพอไปทันช่วยสอนบ้างนิดหน่อย แค่สักพักน้องๆก็ทำเสร็จ ฉันเริ่มเดินเก็บอุปกรณ์ เคลียร์ของและก็ฝากเพื่อนนัมเบอร์วันไปถามน้องในฐานที่สนิทกับเขา ก็รู้ว่าพี่เขามีแฟนอยู่แล้วว โอ๊ยสลดเลยชีวิต เศร้าเลย ชีวิตดูดราม่าพยายามไม่มองไม่คิด แต่การทำงานด้วยกันมันก็ต้องมีการเจอกันใกล้กันอยู่แล้วซึ่งแน่นอนตอนกำลังเก็บของอยู่ซึ่งพี่เขาเก็บฝั่งซ้ายฉันจึงมาเก็บฝั่งขวา สุดท้ายก็มีเรื่องให้เขาต้องเดินมาฝั่งนี้ ใกล้กันขาก็สั่น เสียใจอ่ะ เศร้าอ่ะ คนดีๆเสียดายมากพยายามเก็บของไม่สนใจใส่ใจไม่มองจนเก็บเสร็จ เพื่อนทั้งสองเหมือนจะดูอาการเฮิตร์ออก พวกนางบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายให้ทำตามใจตัวเองไปเลย อยากอยู่ใกล้ก็แค่วันนี้เพราะพรุ่งนี้ก็คงไม่มีโอกาสเจอกันอีก ซึ่งโอเครฉันก็จะทำตามนั้น แต่ก่อนนั้นก็ลงไปแอบซื้อเป๊บซี่กัน ที่ต้องแอบเพราะโดนสั่งมาว่าสตาฟต้องทำตัวเป็นตัวอย่างไม่ใช่จะหิวละใช้ความเป็นสตาฟไปซื้อกิน น้องก็จะไม่เชื่อ แต่ตอนนั้นมันหิวจริงๆเลยต้องแอบไปหน่อย ละทีนี้ตอนกลับมาจะกลับเข้าทางข้างหน้าก็กลัวมีคนเห็นว่าแอบมากิน ก็เลยขึ้นทางข้างหลังเจอน้องสูบบุหรี่อีก นี่รีบกลั้นหายใจเดินลิ่วๆทะลุห้องน้ำ ตาเถรเจอพี่โน่แบกถังขยะมากับพี่หมูพอดีเด๊ะค่ะ เขามองมาแค่แว๊ปเดียวเท่านั้น ก่อนจะพูดเล่นๆมาว่าหิวน้ำไหมๆๆ(ตอนนั้นอยู่หน้าห้องน้ำพอดี) เพื่อนทั้งสองก็ตอบกลับไปว่าไม่ๆ แต่ฉันยังงง ยังอึ้ง และมันรู้สึกหน่วงอ่ะ เหมือนเขาคุยแค่กับเพื่อนสองคนไม่ได้คุยกับฉัน มันชาไปทั้งหน้า ไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเองทำไมเป็นแบบนี้แต่ก็ปั้นหน้าฝืนยิ้มไป เพื่อนนัมเบอร์ทูถามนางไปว่ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ นางก็บอกว่าในห้องๆตามมาๆ นี่ก็เออตามเข้าไป ก็เห็นเขากำลังลากขยะทำนู่นทำนี่ สักพักพี่เขาก็ให้ช่วยลากลังไปเก็บ แน่นอนเราก็ตามไปอย่างทุรักทุเลภาษาคนไม่เคยทำงานมาก่อน5555555555 ส่วนพี่แกทำด้วยความรวดเร็ว ฉันก็อ่อยสุดฤทธิ์ ยกของหนักๆหวังให้มาช่วย สรุปแม่งแห้วนางถูกเพื่อนเรียกเข้าห้องประชุมใหญ่กับน้องเพราะเป็นหัวหน้าฐาน นี่แบบหงุดหงิดมากแต่ก็เก็บของจนเสร็จเลยตามเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ หน้ามุ่ยๆ ใช้เวลาไม่นานก็ปล่อย งานทุกอย่างเสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว มันหน่วหวิวๆ รู้นะว่าต้องมีการกินเลี้ยงตอนเย็นต่อแต่อดใจหายไม่ได้ เดินวนไปมาอยู่กลางห้องประชุมใหญ่ยักษ์ เพื่อนนัมเบอร์วันไปเดินดูผู้ชาย ฉันอยู่กับนัมเบอร์ทู มองไปรอบๆเห็นเขาถือป้ายฐาน อยู่ๆเสียงเพลงๆหนึ่งจังหวะสนุกก็ดังขึ้นมา สตาฟทุกคนกริ๊ด ทุกคนเหมือนรู้ว่ามันเป็นเวลาปาร์ตี้ของสตาฟ งานเสร็จทุกคนโยกตัววิ่งไปมา กระโดดโลดเต้นไปตามเพลง dancing รวมถึงผู้ชายคนนั้นด้วย เขาดูมีความสุขกระโดดเต้นไปเหมือนเด็กน้อยกับคนเพื่อนๆของเขาที่อยู่คนละฐาน ใบหน้ายิ้มหันมาทางที่ฉันและเพื่อนทั้งสองยืนอยู่ เขาวิ่งเข้ามาเต้นตรงหน้าเหมือนจะชวนให้เรามีความสุขไปพร้อมกับเขา ฉันมองหน้าเขา เขายิ้มมองหน้าฉัน ฉันทำได้เพียงยิ้มกลับไปเจื่อนๆ มันแฮปปี้นะตอนนั้น คือแถวนั้นมีกลุ่มน้องในฐานนางยืนอยู่แต่นางก็ไม่ไปเต้นไปเล่นด้วยกลับเล่นอยู่ตรงหน้าฉันจนมีเสียงประกาศให้เราไปถ่ายรูปรวมกันหน้าเวที ฉันเดินตามเขาไปถ่ายรูปหน้าเวที ตอนนั้นทุกคนดูมีความสุข รู้จักกันทุกคน มันแฮปปี้จนอดยิ้มตามไม่ได้ทั้งๆที่มันหน่วงๆอยู่ในใจ ฉันไม่เคยรู้จักเพลงแดนซ์ซิ่งเลย แต่กลับจำมันได้หลังจากตอนนั้น ตอนนี้เปิดฟังกี่รอบก็จะเห็นภาพที่เขาเต้นอย่างมีความสุขตรงนั้น ใบหน้ายิ้มหันมาเชิญชวนให้มีความสุขด้วย ฉันได้แต่เปิดเพลงแล้วคิดถึงช่วงเวลานั้นไปจำความรู้สึกใจเต้นตอนเขาหันมามองได้ดี ดีใจแค่ไหน เพลงนี้เหมือนบันทึกเอาไว้ให้หมดแล้ว