สรุปความรู้ที่ได้จากคลาส “Time Management Workshop” 1 Sep 2018 #BankBlog

คลาสนี้ได้มีโอกาสไปเรียนกับคุณรุตม์ อานนทวงศ์ Head of People ที่วงใน (ชื่อตำแหน่งเก๋ดีจัง) ซึ่งจุดเด่นที่สนใจคลาสนี้คือ มีปัญหาเรื่องการจัดการชีวิตตัวเองอย่างมาก (ถึงมากที่สุด) ไม่ว่าจะงานที่ัทับถมมาเรื่อยๆ หรือการบริหารจัดการชีวิตตัวเองที่มีปัญหาด้วยเช่นกัน เลยแอบคาดหวังหว่า คลาสนี้น่าจะตอบโจทย์อะไรซักอย่างที่มีอยู่ตอนนี้แน่ๆ
เนื่องด้วยคลาสจัดวันเสาร์ แถมไกลถึงอุดมสุข (อีกนิดก็บางนาแล้ว) บ้านผมอยู่ตรงตลิ่งชัน ต้องใช้พลังงานระดับนึงในการถ่อไปเรียนไกลถึงนู่น แต่ก็ตั้งใจไว้แล้วนี่หว่า ไปก็ไป *0* จนถึงที่ Sook Station อุดมสุข
เริ่มคลาสตอน 13.00 น. ก็มีผู้เรียนเริ่มทยอยมานั่งรอในห้อง พร้อมกับสั่งอาหารเบรกกันไป (แอบชม อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างจริงๆ) คุณรุฒม์ก็แนะนำตัวเองไปพลางๆ และเริ่มสไลด์แรกด้วยการบอกว่า
“คอร์สนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับ Time Management”
อ่าวเฮ้ย…ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า -*-
แต่คุณรุฒม์เรียกคลาสนี้ว่า “Self Management” แทน ซึ่งพอฟังชื่อใหม่แล้ว ก็เข้าใจเลยว่า มันคือตัวเราเองนี่แหล่ะ ที่ไม่ได้ตั้งใจจัดการเวลาให้ดีๆ เลยรู้สึกว่าเวลาไม่พอนั่นเอง

ในภาพรวมมีอยู่ทั้งหมด 3 หัวข้อที่ต้องทำความเข้าใจคือ “Principle / Technique / Tools”
หมวดของ Principle เริ่มต้นด้วยเรื่องของ Paradigm Shift ผมยังไม่ค่อยเก็ทแบบแตกฉานเท่าไหร่ แต่ก็พอเห็นภาพลางๆ ว่า ถ้าเรามีกรอบความคิดที่ผิดตั้งแต่ต้น เราก็ไม่สามารถแก้ปัญหานั้นๆ ได้ หรือเดินทางผิดนั่นเอง ซึ่งก็มีกิจกรรมมาให้ลองทำ ก็เข้าใจง่ายขึ้น (คนเรามักจะติดกับกรอบการแก้ไขปัญหาเดิมๆ นั่นแหล่ะ)
อีกตัวที่น่าสนใจคือการแบ่งงานออกเป็น 4 Quarter ได้แก่
Q1. สำคัญและด่วน
Q2. สำคัญและไม่ด่วน
Q3. ไม่สำคัญแต่ด่วน
Q4. ไม่สำคัญและไม่ด่วน

คุณรุฒม์แนะนำให้เราโฟกัสที่ Q2 เยอะๆ เพราะหากมี Q2 ที่ดี ก็จะช่วยทำให้ข้ออื่นลดลงไปด้วย (สังเกตุว่า Q2 จะเป็นข้อที่สบายที่สุด ผลตอบแทนดีสุด ไม่ด่วนมาก และสำคัญ)
อันที่ชอบที่สุดในหมวด Principle คือการดาวน์โหลดข้อมูลในสมองลงกระดาษ ผมเชื่อว่าเรารู้แหล่ะว่าการจดลงกระดาษมันดี แต่จะจดแบบไหน แบ่งหมวดอย่างไร และจัดการกับมันอย่างไร ให้เกิดประสิทธิภาพดีสุด
ในหมวดของ Technique เป็นหมวดที่จับต้องได้ และแตกฉานได้เร็วสุด คือสิ่งที่ตั้งใจจะมาหาคำตอบ เจอได้จากในหมวดนี้ ไม่ว่าจะเป็น Time Boxing ที่ให้แบ่งเวลาเป็น Slot ในแต่ละ Slot มีเวลา 30 นาที ทำให้เราประเมินได้ว่างานไหนใช้เวลาเท่าไหร่ รวมไปถึง Zen to done ที่ให้เลือกโฟกัสงานที่สำคัญจริงๆ โดยการลิสออกมา แล้วก็ลงมือทำให้เสร็จในแต่ละวัน

และสุดท้ายปิดด้วย Tools ที่แอบอยากรู้เหมือนกันว่าจะใช้เครื่องมือไหน ก็ปรากฎว่าตรงกับตัวที่เราเคยใช้บางตัวด้วย (แต่เราไม่ได้ใช้อย่างต่อเนื่อง) โดยตัวที่ชอบมากก็คือ Todoist ซึ่งเห็นวิธีนำ Principle ที่เรียนวันนี้มาใช้กับเครื่องมือ ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
วันนี้ได้เริ่มลองทำอะไรบ้าง ?
- Time Boxing จับเวลาในแต่ละงาน โดยใช้เครื่องมือ Clockify (Free)
- Kill News Feed FB คือลดเวลาไปได้เยอะพอสมควร (แต่ก็ยังติดนิสัยเข้า Facebook อยู่ เกือบสิบรอบได้)
- แบ่งงานออกเป็น 4 Quarter วันนี้ลงได้แต่งาน Q1 ทั้งนั้นเลย แดงเถือกทั้งกระดานโดยใช้ Todoist
ไว้ได้ลองใช้จริงๆ จะเอามาแชร์ให้ฟังอีกรอบ ซักอีก 1 เดือนข้างหน้าละกันเนอะ (ปักตารางแปป)
#BankkBlog #myDiary #Knowledge
