สรุปประสบการณ์การพัฒนา Webbased Application ให้กับหน่วยงานราชการ

สืบเนื่องจากปี 2558 ที่ผ่านมานั้นได้รับการติดต่อจากหน่วยงานราชดารแห่งหนึ่งเพื่อแก้ไขปรับปรุงระบบเดิมที่เคยจ้างทำไว้แล้วบริษัททิ้งงานไปเหลือเงินก้อนที่เหลือมาจ้างเราต่อ

ทำไมเราจึงได้งานนี้ เนื่องจากบริษัทเดิมนั้นใช้ Yii Framework ในการเขียนระบบ และเราเขียนหนีงสือและให้ความรู้การเขียน Web Application ด้วย Yii Framework เจ้าหน้าที่หน่วยงานค้นหาเจอเราและติดต่อเรามา

เราเปิดบริษัทเล็กๆ เพื่อรับงานนี้ด้วยทุนจดทะเบียนหนึ่งล้านบาทและมีเพื่อนช่วยเหลือเรื่องการทำบัญชี โดยจดทะเบียนบริษัทช่วงเดือนกรกฏาคม 2558

หลังจากที่ติดต่อกประสานงานกันจนกว่าจะจัดซื้อจัดจ้างก็ใช้เวลาร่วม 8 เดือน ซึ่งได้ทำสัญญาช่วงกุมภาพันธ์ 2560

หลังจากนั้นความมันส์ก็เริ่มขึ้น เราได้เข้าศึกษาระบบเดิมและรูปแบบการทำงานของหน่วยงานซึ่งเป็นระบบที่ใหญ่มากๆ โดยมีระบบแบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือ Back Office และ Service

ระบบ Service เป็นงานหลักขององค์กรซึ่งมี 3 ส่วนหลักๆ คือ นำเข้า Process และ รางานผล ซึ่งมีระบบย่อยๆ อีกมากมาย รวมไปถึงระบบสถิติ Turnaround time ไม่นับวันหยุดและเสาร์ อาทิตย์

ระบบ Back Office ประกอบไปด้วย

  • ระบบงานการเงิน
  • ระบบงานนโยบายและแผน
  • ระบบงานทรัพยากรบุคคล
  • ระบบงานพัสดุครุภัณฑ์
  • ระบบงานอบรม
  • ระบบงานห้องสมุด
  • ระบบงาน KM

ซึ่งก็ค่อนข้างเยอะและสลับซับซ้อนเช่นกัน

เอาล่ะไหนๆก็มาล่ะเมื่อวิเคราะห์Codeที่เขียนไว้เป็น Yii1 ซึ่งกำลังจะหยุด support เรื่องความปลอดภัยแล้วจึงจำเป็นจะต้องเขียนใหม่เป็น Yii2 ทั้งหมด (ถ้าให้แก้ไขสู้เขียนใหม่ดีกว่า)

หลังจากเริ่มลงงานรายละเอียดแต่ละระบบค่อนข้างเยอะมาก จึงต้องคุยกับผู้บริหารและกรรมการตรวจรับเพื่อให้ได้ข้อสรุปเรื่องระบบให้สามารถใช้งานระบบ Service ได้ก่อนซึ่งเป็นงานหลักที่จำเป็นมากที่สุด

กรรมการและผู้บริหารค่อนข้างเห็นใจและให้ระบบ Service ทำงานได้ หลังจากพัฒนาระบบผ่านไป 1 ปีจึงเปิดให้ใช้งานระบบจริง และ fade ระบบเดิมออก

เมื่อเปิดใช้งานระบบมีการปรับแก้ไขข้อมูลเยอะมากๆ เนื่องจากความต้องการที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ เช่นรูปแบบรายงานเป็นต้น เราก็ยินดีปรับแก้ให้ ทั้งเพิ่มเติมส่วนที่ไม่มีใน TOR เรียกง่ายๆ ก็ Ajile ทำไปด้วยแก้ไปด้วยตามความต้องการบนเค้าโครง TOR ใหญ่

ช่วงนี้มีความกดดันมากทั้งระยะเวลาและควมมต้องการต่างๆ แต่ก็ต้องทำให้เสร็จและแล้วก็ได้ระบบที่เริ่มนิ่งขึ้น ความผิดพลาดเริ่มน้อยลง

จากนั้นก็ค่อยเขียนในส่วน Back Office ซึ่งก็มีความสำคัญเช่นกันเช่นงานการเงินเป็นต้น

การทำ Project ให้ประสบความสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่ยาก หากกรรมการตรวจรับอละผู้บริหารไม่เข้าใจก็จะทำให้ปิดงานได้ยาก เพราะความต้องการของผู้ใช้มีไม่จำกัดและเขาไม่ได้มองเรื่องงบประมาณด้วยแบบว่าอยากได้ที่ดีที่สุด

ถึงตอนนี้ Project ได้สิ้นสุดลงแล้วกับการขยายเวลางานไปอีก พร้อมกับระยะเวลาประกันผลงาน 1 ปี ซึ่งก็ยีงคงมีการปรับปรุงบางส่วนให้เหมาะสมกับการทำงานและการแก้ไข Bug

เราได้เรียนรู้ว่าการพัฒนาระบบใหญ่ๆนั้นไม่ง่ายเลย และหากกรรมการและผู้บริหารไม่เข้าใจทุกอย่างก็จบ คงเป็นผู้ทิ้งงานไปอีกราย

บริษัทเดิมคงเจอความต้องการของผู้ใช้งานที่มีเยอะ และความซับซ้อนของระบบมากเกินไปจึงทำให้ปิดงานไม่ลง สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้หน่วยงานได้เรียนรู้ด้วยเช่นกันว่าต้องมี limit เช่นกัน และต้องเปิดใช้ระบบจริงๆ เมื่อพบปัญหาจะได้แก้ไขได้เลย

Project นี้ผ่านไปได้ด้วยดีพร้อมกับประสบการณ์ใหม่ๆ และหน่วยงานมี Project ย่อยๆ อื่นๆมาให้เราได้ทำเพิ่มเติมเรื่อยๆ

ฝากเหล่า Programmer นะครับว่า งานเขียนโปรแกรมนั้นต้องอดทน กดดันมากมาย แต่ก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งหากเราผ่านไปได้ก็จะพบความสวยงามและความภาคภูมิใจ …

Like what you read? Give Manop Kongoon a round of applause.

From a quick cheer to a standing ovation, clap to show how much you enjoyed this story.